มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ส่งโดรนบินข้ามลำน้ำ ขนเสบียงช่วย 5,000 ชีวิต
มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ใช้ "โดรนลำเลียง" บินขนเสบียง-ยารักษาโรค ข้ามลำน้ำช่วยเหลือชาวบ้าน อ.ปัว จ.น่าน หลังสะพานขาดตัดขาดกว่า 5,000 คน
วันที่ 21 สิงหาคม 2569 มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มอบหมายเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และทีมเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) อาสาปฏิบัติการภัยพิบัติ(ทีมโคราช) บูรณาการกำลังร่วมกับมูลนิธิประสาทบุญสถานพิษณุโลก ทีมตอบโต้ภัยพิบัติคูโบต้า สำนักงานใหญ่ และสิงห์อาสา ลงพื้นที่เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ อ.ปัว จ.น่าน
ภารกิจครั้งนี้มุ่งเน้นการเข้าถึงประชาชนในพื้นที่ที่เส้นทางคมนาคมถูกตัดขาด ในพื้นที่ ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร หลังสะพานฝายจ้าว ซึ่งเป็นสะพานข้ามลำน้ำขว้างในพื้นที่ ต.วรนคร ได้รับความเสียหายจากมวลน้ำที่ไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน ส่งผลให้เส้นทางสัญจรถูกตัดขาด และมีประชาชนกว่า 5,000 คน โดยนำ อากาศยานไร้คนขับ หรือโดรนลำเลียงสิ่งของ ขนาดบรรทุกประมาณ 25 กิโลกรัม มาใช้ขนส่งสิ่งของจำเป็นข้ามพื้นที่ประสบภัย ประกอบด้วยอาหารพร้อมรับประทาน 500 ชุด น้ำดื่มสิงห์ขวดใหญ่ 300 ขวด เทียนขนาดใหญ่ ยารักษาโรค และผงซักฟอก เพื่อนำไปส่งให้ชุมชนที่ยังไม่สามารถเข้าถึงได้ทางภาคพื้นดิน
นอกจากนี้ โดรนยังติดตั้ง เครื่องขยายเสียงหรือโทรโข่ง เพื่อใช้ประชาสัมพันธ์ แจ้งข้อมูลข่าวสาร และสื่อสารกับประชาชนในพื้นที่ประสบภัย ทำให้สามารถส่งทั้งสิ่งของจำเป็นและข้อมูลสำคัญไปถึงชาวบ้านได้พร้อมกัน
พื้นที่ปฏิบัติการครอบคลุม ต.ศิลาแลง และ ต.วรนคร อ.ปัว หลังสะพานฝายจ้าว ซึ่งเป็นสะพานข้ามลำน้ำขว้างในพื้นที่ ต.วรนคร ได้รับความเสียหายจากมวลน้ำที่ไหลหลากเข้าถล่มพื้นที่ ส่งผลให้เส้นทางสัญจรได้รับความเสียหาย และประชาชนบางหมู่บ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอกตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา
จากการสำรวจและประสานข้อมูลในพื้นที่ พบว่าประชาชนยังมีความต้องการสิ่งของจำเป็นเร่งด่วน โดยเฉพาะอาหาร น้ำดื่ม เทียน ไฟฉาย อุปกรณ์ให้พลังงานไฟฟ้า ผงซักฟอก ยารักษาโรค รวมถึงสิ่งของจำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตและการฟื้นฟูบ้านเรือนหลังน้ำลด
พื้นที่ที่อยู่ระหว่างการให้ความช่วยเหลือ ได้แก่ บ้านนาแล หมู่ 8 ต.ศิลาแลง, บ้านป่าไร่ หมู่ 6, บ้านใหม่ภูคา หมู่ 14 และบ้านน้ำปัวพัฒนา ซึ่งบางพื้นที่ยังมีข้อจำกัดในการเดินทางเข้าถึงด้วยยานพาหนะตามปกติ
การนำโดรนลำเลียงมาใช้ในภารกิจครั้งนี้ ถือเป็นการเพิ่มขีดความสามารถในการตอบโต้สถานการณ์ภัยพิบัติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ถนนหรือสะพานได้รับความเสียหาย ช่วยให้ทีมกู้ภัยสามารถส่งอาหาร น้ำดื่ม และสิ่งของจำเป็นไปถึงประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ถูกตัดขาดได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารข้อมูลข่าวสารระหว่างทีมปฏิบัติการกับประชาชนในพื้นที่
มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ยังคงติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด พร้อมประสานความร่วมมือกับภาคีเครือข่าย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ