โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ข้อมูลดาวเทียมเผย “กรีนแลนด์-แอนตาร์กติกา” สูญเสียน้ำแข็งครั้งใหญ่

เดลินิวส์

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
งานวิจัยชิ้นใหม่ที่อ้างอิงข้อมูลดาวเทียม ย้อนหลังไปถึงช่วงทศวรรษที่ 1970 บันทึกข้อมูลการสูญเสียน้ำแข็งขั้วโลกครั้งใหญ่ในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกา ซึ่งเป็นที่ตั้งของแผ่นน้ำแข็งขนาดมหึมา 2 แห่งของโลก และการสูญเสียน้ำแข็งมีส่วนทำให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น

สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ข้อมูลจากภารกิจดาวเทียม 27 ดวง ระบุว่า ระหว่างปี 2522-2566 เกาะกรีนแลนด์และทวีปแอนตาร์กติกาสูญเสียน้ำแข็งรวมกันถึง 11.3 ล้านล้านตัน ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอีก 3.14 เซนติเมตร

งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำโดยทีมงานในโครงการเปรียบเทียบสมดุลมวลของแผ่นน้ำแข็ง หรือ “อิมบี” (IMBIE) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขั้วโลกนานาชาติ โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงของแผ่นน้ำแข็งไว้ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อนำเสนอภาพรวมที่สมบูรณ์ที่สุดจนถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับการสูญเสียน้ำแข็งในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกา

ทีมงานกล่าวว่า ผลการศึกษานี้เป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั่วโลกที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งปริมาณน้ำแข็ง 11.3 ล้านล้านตันที่สูญเสียไป เกิดขึ้นที่กรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาในสัดส่วน 60% และ 40% ตามลำดับ แม้เกาะกรีนด์แลนด์มีขนาดประมาณ 1 ใน 8 ของทวีปแอนตาร์กติกาก็ตาม

“เมื่อแผ่นน้ำแข็งละลาย มันจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น และทุก ๆ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอีก 1 เซนติเมตร จะทำให้ประชากรราว 2-3 ล้านคน เผชิญกับความเสี่ยงของอุทกภัยชายฝั่งในแต่ละปี โดยปัจจุบัน แผ่นน้ำแข็งถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น คิดเป็นประมาณ 25% ของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั้งหมด” นางอิเนส โอโตซากะ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทัมเบรีย ในสหราชอาณาจักร และผู้เขียนหลักของงานศึกษา กล่าว

ทั้งนี้ งานศึกษาพบว่า อัตราการสูญเสียน้ำแข็งชะลอตัวระหว่างปี 2563-2566 ทว่านักวิจัยกล่าวว่ามันดูเหมือนจะเป็นความผันผวนในระยะสั้น ไม่ใช่การพลิกกลับแนวโน้มในระยะยาวแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน ปริมาณหิมะที่ตกหนักผิดปกติในพื้นที่แอนตาร์กติกาตะวันออก ชดเชยการสูญเสียธารน้ำแข็งบางส่วนในพื้นที่อื่นของทวีป ส่วนฤดูร้อนที่ไม่ร้อนจัดในกรีนแลนด์ ช่วยลดการละลายของน้ำแข็งบริเวณพื้นผิวอย่างมีนัยสำคัญ.

เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ

เครดิตภาพ : REUTERS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...