ข้อมูลดาวเทียมเผย “กรีนแลนด์-แอนตาร์กติกา” สูญเสียน้ำแข็งครั้งใหญ่
สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานจากกรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า ข้อมูลจากภารกิจดาวเทียม 27 ดวง ระบุว่า ระหว่างปี 2522-2566 เกาะกรีนแลนด์และทวีปแอนตาร์กติกาสูญเสียน้ำแข็งรวมกันถึง 11.3 ล้านล้านตัน ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้นอีก 3.14 เซนติเมตร
งานศึกษาชิ้นนี้จัดทำโดยทีมงานในโครงการเปรียบเทียบสมดุลมวลของแผ่นน้ำแข็ง หรือ “อิมบี” (IMBIE) ซึ่งเป็นกลุ่มนักวิทยาศาสตร์ขั้วโลกนานาชาติ โดยใช้ข้อมูลจากดาวเทียมที่บันทึกการเปลี่ยนแปลงของแผ่นน้ำแข็งไว้ยาวนานที่สุดเท่าที่เคยมีมา เพื่อนำเสนอภาพรวมที่สมบูรณ์ที่สุดจนถึงปัจจุบัน เกี่ยวกับการสูญเสียน้ำแข็งในกรีนแลนด์และแอนตาร์กติกา
ทีมงานกล่าวว่า ผลการศึกษานี้เป็นหลักฐานชิ้นใหม่ที่แสดงให้เห็นถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศทั่วโลกที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ ซึ่งปริมาณน้ำแข็ง 11.3 ล้านล้านตันที่สูญเสียไป เกิดขึ้นที่กรีนแลนด์และแอนตาร์กติกาในสัดส่วน 60% และ 40% ตามลำดับ แม้เกาะกรีนด์แลนด์มีขนาดประมาณ 1 ใน 8 ของทวีปแอนตาร์กติกาก็ตาม
“เมื่อแผ่นน้ำแข็งละลาย มันจะส่งผลให้ระดับน้ำทะเลทั่วโลกสูงขึ้น และทุก ๆ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นอีก 1 เซนติเมตร จะทำให้ประชากรราว 2-3 ล้านคน เผชิญกับความเสี่ยงของอุทกภัยชายฝั่งในแต่ละปี โดยปัจจุบัน แผ่นน้ำแข็งถือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น คิดเป็นประมาณ 25% ของการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลทั้งหมด” นางอิเนส โอโตซากะ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพอากาศ จากมหาวิทยาลัยนอร์ทัมเบรีย ในสหราชอาณาจักร และผู้เขียนหลักของงานศึกษา กล่าว
ทั้งนี้ งานศึกษาพบว่า อัตราการสูญเสียน้ำแข็งชะลอตัวระหว่างปี 2563-2566 ทว่านักวิจัยกล่าวว่ามันดูเหมือนจะเป็นความผันผวนในระยะสั้น ไม่ใช่การพลิกกลับแนวโน้มในระยะยาวแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน ปริมาณหิมะที่ตกหนักผิดปกติในพื้นที่แอนตาร์กติกาตะวันออก ชดเชยการสูญเสียธารน้ำแข็งบางส่วนในพื้นที่อื่นของทวีป ส่วนฤดูร้อนที่ไม่ร้อนจัดในกรีนแลนด์ ช่วยลดการละลายของน้ำแข็งบริเวณพื้นผิวอย่างมีนัยสำคัญ.
เรียบเรียงโดย : ทีมข่าวต่างประเทศ
เครดิตภาพ : REUTERS