โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

มาถึงจุดนี้ได้อย่างไร? ‘คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

ตะลึง! "บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ " ครบวาระดำรงตำแหน่งแล้ว แต่คณะกรรมการกกพ. ยังต้องขอตัวไว้ร่วมประชุม เหตุไร้กระบวนการสรรหากรรมการใหม่ ใคร? ต้นตอทำบอร์ดกกพ."เป็ดง่อย" ขณะ "อาจารย์วีระ" จวกยัพกลางวงประชุมกมธ.วิสามัญพิจารณางบปี 2570

ใครจะเชื่อเป็นถึงหน่วยงาน กำกับดูแลกิจการพลังงานของประเทศไทย อย่าง กกพ. หรือ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน มีบทบาทหน้าที่หลักในการกำกับดูแลกิจการไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติ มีอำนาจในการออกใบอนุญาต กำหนดโครงสร้างอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด คุ้มครองผู้ใช้พลังงาน ส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียน ให้เป็นไปตามโดยมีอำนาจในการออกใบอนุญาต กำหนดโครงสร้างอัตราค่าบริการที่เป็นธรรม ป้องกันการผูกขาด ตลอดจนส่งเสริมการใช้พลังงานหมุนเวียนให้เป็นไปตามกฎหมาย

คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งชุดแรกและเริ่มปฏิบัติหน้าที่เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2551 จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 ถึงวันนี้ก็ปาไป 19 ปี แล้วกับองค์กรนี้

ในอดีตที่ผ่านมาดูเหมือนคณะกรรมการกกพ. จะปฎิบัติงานแทบไม่มีปัญหาอะไร เรียกว่าบริหารงานมาได้ด้วยดี แต่เราเริ่มเห็น คณะกรรมการ กกพ.บิดๆเบี้ยวๆ ไม่เป็นไปตามครรลองสักเท่าไหร่ เห็นทีน่าจะเป็นช่วง ปี 2567

หากย้อนกลับไปดูทำไม? วันนี้คณะกรรมการกกพ.ถึงยังไม่ครบจำนวน อยู่กันแบบบิดๆเบี้ยวๆ แถมถูก อาจารย์วีระ ธีระภัทรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ เพราะเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 ในการประชุมคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.)งบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570

อาจารย์วีระ อภิปรายอัดยัพ สำนักงานกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) เหลือแค่ 4 คน แต่มาคุมพลังงานของประเทศ อีกทั้งสร้างตึกของกกพ.กว่า 600 ล้านบาท ยังถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน แบบนี้จะกำกับอะไรได้? เรื่องนี้ถูกแชร์ขึ้นโลกออนไลน์สนั่น จนทำให้หลายคนหันมาสนใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับองค์กรแห่งนี้

อันที่จริงกรรมการกกพ.ที่เหลืออยู่คงไม่ได้มีความผิดแต่ประการใด ก็ในเมื่อมันเหลืออยู่แค่นี้ ต้องถามหาความจริงว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ไล่ไปไล่มาถึงบางอ้อ…. ก็เมื่อประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน 2567 พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขณะนั้น ได้ส่งหนังสือถึง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ให้ระงับการสรรหาคณะกรรมการกำกิจการพลังงาน ที่ครบวาระจำนวน 4 ท่าน ง่ายๆคือ "ล้มสรรหา" นั่นเอง

กรรมการกกพ. ที่ครบวาระการดำรงตำแหน่งวันที่ 30 กันยายน 2567 มีอยู่ 4 คน นั่นคือ เสมอใจ ศุขสุเมฆ สุธรรม อยู่ในธรรม
สหัส ประทักษ์นุกูล และ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์

เท่ากับว่าคณะกรรมการกกพ. ณ วันนี้เหลือแค่ 3 คน แต่หลายคนคงสงสัยทำไม ยังเหลือกรรมการ 4 คน ไม่ใช่ 3 คน เหตุผลก็เพราะ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ ครบวาระแล้ว แต่อายุยังไม่ถึง 70 ปี ตามข้อห้ามของกกพ. จึงทำให้กรรมการที่เหลือต้องขอแรงให้ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เข้าร่วมประชุมในบางโอกาส !

ใครจะเชื่อว่าองค์กรที่มีบทบาทสำคัญอย่างกกพ. วันนี้ดูเหมือนจะเป็น"เป็ดง่อย" เข้าไปทุกวันแล้ว คำถามใคร? คือต้นเหตุของเรื่องนี้ ใคร? คือคนที่อยากจะจัดการองค์กร และกรรมการกกพ. จะด้วยความเกลียดชัง หรือความไม่ชอบขี้หน้ากันหรืออย่างใคร? แต่วันนี้ผลกรรมมันเกิดขึ้นแล้ว ที่คณะกรรมการกกพ.กำลังจะไม่ครบจำนวน

ตะลึงหนัก!! เมื่อทราบว่าหากไม่ได้ บัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เข้ามาเป็นอะไหล่สำรอง มีหวังการประชุมคณะกรรมการกกพ.คงไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ ตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. 2550 กกพ. ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 7 คน ดังนั้นองค์ประชุมจะต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุม อย่างน้อย 4 คน ขึ้นไป

เห็นมีการแก้ไขปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกกรรมการกำกับกิจการพลังงาน พ.ศ. 2568 กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งกรรมการ กกพ. ว่าต้องมีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ในด้านพลังงาน เศรษฐศาสตร์ วิศวกรรม กฎหมาย หรือสาขาอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมถึง หลักเกณฑ์การเลือกผู้แทนอธิการบดีจากสถาบันอุดมศึกษา เป็นกรรมการสรรหากรรมการกกพ. หลักเกณฑ์การเลือกผู้แทนองค์กรเอกชน เป็นกรรมการสรรหากรรมการกกพ. ล่าสุดแว่วๆมาว่าจะกลับมาใช้อย่างเดิมแล้ว ถามว่าที่ผ่านมาทำให้มันวุ่นวายเพื่ออะไร?

ยังแอบสงสัยอยู่เหมือนกันใคร? คือคนที่ขวางการตั้งกรรมการกกพ. จนกลายเป็นประเด็นปัญหาถึงวันนี้ หรือว่ายังหาคนถูกใจไม่ได้หรืออย่างไร?

มาถึงวันนี้ รัฐบาลนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล และ เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน มองเห็นปัญหาขององค์กรแห่งนี้บ้างแล้วหรือยัง ทั้งๆที่เป็นเรื่องใหญ่โต อย่ามัวแต่เมามันกับลดค่าไฟเหลือหน่วยละ 3 บาท สำหรับ 200 หน่วยแรก เอาเข้าจริงเรื่องนี้ ส่วนต่างค่าไฟ ที่เกิดขึ้น ไม่พ้น 3 การไฟฟ้า ที่เขายังต้องแบกภาระหนักแทนอยู่ดีนั่นแหละ…. น่าจะอยู่ที่ 20,000 ล้านบาท

สุดท้ายลงเอยอย่างนี้ กฟผ. พี่ใหญ่รับไป 10,000 ล้านบาท กฟภ. รับไป 6,500 ล้านบาท ส่วนกฟน.รับไป 3,500 ล้านบาท มีหวังสิ้นปีทั้ง 3 การไฟฟ้าส่งเงินเข้ารัฐลดลง เพราะถือว่าแบกถาระส่วนนี้ไปแล้วนั่นเอง!!!

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...