'ณัฐพงษ์' ดักคอสภาฯ ห้ามอ้างศาล รธน. ตีกรอบ จี้ถก พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้าน กังขา 2 แสนล้านส่อเอื้อผู้รับเหมา
"เท้ง-ณัฐพงษ์" ผู้นำฝ่ายค้าน ยืนยันรัฐสภา มีอำนาจเต็มตรวจสอบ พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ชี้คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญไม่ตัดสิทธิ์สภาฯ ถกความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมตั้งข้อสังเกตงบเปลี่ยนผ่านพลังงาน 2 แสนล้านบาท ส่อล็อกสเปกโครงการโซลาร์เซลล์เอื้อทุนใหญ่ สร้างภาระหนี้อนาคตให้ประชาชน เผยบรรยากาศก่อนประชุมสภาฯ ยกมือไหว้ทักทาย "นายกฯ อนุทิน" ชื่นมื่น
วันที่ 26 สิงหาคม 2569 เวลา 08.45 น. ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าประชุมสภาฯ เพื่อพิจารณาร่างพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ถึงการวางตัวผู้อภิปรายของพรรคฝ่ายค้านว่า ได้แบ่งเนื้อหาออกเป็นหลายประเด็น โดยเน้นย้ำเรื่องความคุ้มค่าของโครงการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เตรียมนำงบประมาณไปใช้ ว่า สิ่งสำคัญที่ต้องเน้นย้ำคือ รัฐสภามีอำนาจเต็มในการพิจารณาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 172 ทั้งวรรคหนึ่งและวรรคสอง คือพิจารณาว่าโครงการเป็นไปเพื่อการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศหรือไม่ และมีเหตุจำเป็นรีบด่วนที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้หรือไม่
"เมื่อ พ.ร.ก. กลับเข้าสู่สภา อยากให้สมาชิกทุกคนได้ใช้อำนาจของรัฐสภาอภิปรายพิจารณาทั้ง 2 ส่วน ไม่อยากให้ตีกรอบตัวเอง หรืออ้างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญมาเป็นเหตุผลว่า ครม. ตรา พ.ร.ก. ถูกต้องตามรัฐธรรมนูญแล้ว จนทำให้สภาฯ อภิปรายอะไรไม่ได้มาก เพราะศาลรัฐธรรมนูญเองระบุชัดเจนในคำวินิจฉัยฉบับเต็มว่า อำนาจของศาลฯ พิจารณาได้แค่วรรคหนึ่งเท่านั้น สภาฯ ของเราจึงยังมีอำนาจพิจารณาเรื่องความจำเป็นเร่งด่วนอยู่ โดยเฉพาะงบก้อน 2 แสนล้านบาทที่ใช้ในโครงสร้างพลังงาน" นายณัฐพงษ์ กล่าว
ผู้นำฝ่ายค้าน กล่าวว่า แม้ดูตามความเป็นไปได้เนื่องจากรัฐบาลถือเสียงข้างมากในสภาฯ ทำให้ พ.ร.ก. ฉบับนี้น่าจะผ่านการอนุมัติอยู่แล้ว แต่ฝ่ายค้านจะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะงบประมาณ 2 แสนล้านบาทหลังสำหรับการเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน ซึ่งมองว่าการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานต้องใช้เวลาหลายปี ไม่จำเป็นต้องกู้เงินตรงจากรัฐบาลเพียงอย่างเดียว เพราะยังมีแหล่งเงินทุนอื่น เช่น ภาคเอกชน, รัฐวิสาหกิจ (3 การไฟฟ้า) รวมถึงกองทุนต่างๆ ที่เข้ามาช่วยลงทุนได้
"เงินกู้ทุกบาทที่รัฐบาลกู้เอง สุดท้ายจะตกเป็นภาระหนี้ของลูกหลานในอนาคต ฝ่ายค้านจึงต้องตรวจสอบความเหมาะสมของแหล่งเงินทุน รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไรถึงต้องตราเป็น พ.ร.ก. กู้เงิน 4 แสนล้านบาท อีกทั้งยังตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสรรโครงการอาจเอื้อประโยชน์ให้ผู้รับเหมารายใดรายหนึ่งหรือไม่ ซึ่งฝ่ายค้านมีข้อมูลและหลักฐานชัดเจนพร้อมนำมาเชื่อมโยงให้เห็นในการอภิปราย" นายณัฐพงษ์ ย้ำ
นายณัฐพงษ์ ยังตั้งคำถามถึงโครงการต่างๆ ว่า เงิน 2 แสนล้านบาทหลังนี้ จะช่วยเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานได้จริง หรือเป็นเพียงโครงการติดโซลาร์เซลล์ในทุกสถานที่ เช่น ไฟข้างทาง หรือภาคการเกษตร ซึ่งแม้จะเป็นเรื่องดี แต่ก็มีช่องทางงบประมาณและกองทุนอื่นที่นำมาใช้ได้ โดยไม่จำเป็นต้องออกเป็น พ.ร.ก. เงินกู้
เมื่อถามถึงการจัดทัพผู้อภิปราย หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า สส. ฝ่ายค้านทุกคนพร้อมทำหน้าที่เป็นแม่ทัพในการอภิปรายตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณครั้งนี้ โดยขอให้ติดตามชมการอภิปรายในสภาฯ
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ระหว่างที่นายณัฐพงษ์กำลังให้สัมภาษณ์บริเวณห้องโถงอาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ทำความเคารพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร เสร็จจะเดินผ่านเพื่อไปลงชื่อเข้าร่วมประชุมสภาฯ นายณัฐพงษ์จึงได้หยุดให้สัมภาษณ์ชั่วคราว และยกมือไหว้สวัสดี ซึ่งนายอนุทินได้ยิ้มรับและยกมือไหว้ตอบอย่างเป็นกันเอง ก่อนที่นายณัฐพงษ์จะให้สัมภาษณ์ต่อจนเสร็จ