โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าไตร่ตรองฯ ชี้หลักฐานนิติเวช-มัดตัวแน่น พบยอดคำพิพากษาพุ่ง 7 คดี

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ศาลพิพากษาประหารชีวิต แอม ไซยาไนด์ คดีฆ่าไตร่ตรองฯ ชี้หลักฐานนิติเวช-มัดตัวแน่น พบยอดคำพิพากษาพุ่ง 7 คดี

วันนี้ (25 สิงหาคม ) ที่ ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลได้นัดอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ อ.1802/2568 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง สรารัตน์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือแอม เป็นจำเลย ในความผิดเกี่ยวกับการประทุษร้ายต่อชีวิตและร่างกายผู้อื่น

สำหรับบรรยากาศในห้องพิจารณาคดี สรารัตน์ มีสีหน้าสดใส ยิ้มแย้ม และได้พูดคุยกับทนายความเป็นระยะ ในระหว่างฝั่งคำพิพากษา เจ้าตัวได้ยืนฟังด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทั้งในระหว่างการฟังได้มี ษิทรา เบี้ยบังเกิด มาร่วมฟังคำพิพากษา ด้วย

อัยการโจทก์ฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า จำเลยได้นำสารโพแทสเซียมไซยาไนด์ (Potassium Cyanide) ปลอมปนลงในอาหาร เครื่องดื่ม หรือเครื่องอุปโภคบริโภค แล้วให้ ดาริณี เทพทวี หรือฟ้า (ผู้ตาย) ดื่มหรือรับประทานเข้าสู่ร่างกาย โดยมีเจตนาเพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์อันเกิดจากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 236, 238 และ 289 ซึ่งในชั้นพิจารณา จำเลยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่า แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์และพิษวิทยา โรงพยาบาลศิริราช ซึ่งเป็นผู้ผ่าชันสูตรศพผู้ตาย ตรวจพบว่าอวัยวะภายใน ได้แก่ หัวใจ ปอด และตับ ทำงานล้มเหลวเนื่องจากได้รับสารพิษไซยาไนด์จนเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย

นอกจากนี้ พยานหลักฐานชี้ชัดว่าจำเลยอยู่กับผู้ตายในช่วงเวลาใกล้เคียงกับระยะเวลาการออกฤทธิ์ของสารพิษ โดยหลังจากผู้ตายแยกจากจำเลยกลับมาถึงบ้าน ได้เกิดอาการชัก เกร็ง น้ำลายฟูมปาก และหมดสติ ซึ่งเป็นพฤติการณ์ตรงกับผู้ได้รับสารพิษไซยาไนด์ ประกอบกับจำเลยมีภาระหนี้สินจำนวนมากรวมถึงเป็นหนี้ผู้ตายจนไม่สามารถชำระคืนได้ จึงเชื่อได้ว่าจำเลยเป็นผู้นำสารไซยาไนด์ให้ผู้ตายบริโภคเพื่อหวังผลทางคดีและภาระหนี้สิน

ศาลจึงมีคำพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 (4) (7) และมาตรา 238 ประกอบมาตรา 236 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษฐานฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเอาไว้ซึ่งผลประโยชน์และปกปิดความผิดของตน ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักที่สุดตามมาตรา 90 ให้ลงโทษประหารชีวิต ทั้งนี้ เมื่อลงโทษประหารชีวิตแล้ว จึงไม่อาจนับโทษต่อจากคดีอื่นได้ ส่วนคำขออื่นของโจทก์ให้ยก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า วันนี้ศาลได้เบิกตัวจำเลยจากทัณฑสถานหญิงกลางมาฟังคำพิพากษา โดยก่อนหน้านี้ศาลอาญาพิพากษาคดี สรารัตน์ มาแล้ว 7 คดี รวมคดีในวันนี้

สำหรับคดีแอมไซยาไนด์ มีคำพิพากษาประหารชีวิต 2 คดี จำคุกตลอดชีวิต 2 คดี และยกฟ้อง 3 คดี จากทั้งหมดที่อัยการได้ยื่นฟ้อง 15 คดี เป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น 14 คดี และฐานพยายามฆ่าผู้อื่น 1 คดี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...