ป้าดายัน “พร้อมจบเรื่อง-ยกที่ดินให้วัด” หากพิสูจน์แล้วพบว่าเป็นของวัดจริง
นางสาวชมมณี น้อยจันทร์ หรือ ป้าดา ได้แถลงข่าวกรณีข้อพิพาทในกรรมสิทธิ์ที่ดินวัดป่าอดุลยาราม จ.ขอนแก่น โดยระบุว่า มีเรื่องที่จะแถลงด้วยกัน 2 เรื่อง เรื่องแรก คือ เรื่องของวัด ทางทายาทเข้าใจมาตลอดว่าทายาทยังคงมีกรรมสิทธิ์ มีโฉนด คือโฉนดเป็นของคุณตามาโดยตลอด ทายาทจึงติดตามใช้สิทธิ์ของบรรพบุรุษ แต่หากสุดท้ายแล้วพิสูจน์ได้ชัดเจนว่าโฉนดเป็นของใคร กรรมสิทธิ์ในที่ดินก็ต้องตกเป็นของคนนั้น อย่างไรก็ดีเบื้องต้นทายาทได้ไปตรวจสอบในทำเนียบวัดก็ไม่พบว่ามีชื่อวัดอยู่ในทำเนียบ ทำให้ทุกอย่างเป็นเช่นวันนี้ แต่หากสุดท้ายแล้วตรวจสอบกับอีก 3 หน่วยงานแล้วพบว่าที่ดินเป็นของวัดจริง ทายาทก็ไม่ได้ขัดข้อง ไม่ได้จะบอกว่าต้องเอาเป็นเอาตายว่า ถ้าไม่ได้ที่ดินวัดแล้วจะไม่มีกิน แต่ถ้าพิสูจน์ได้ว่าเป็นของวัดจริงก็จะได้พูดกับทุกคนได้ว่า นั่นคือการทำบุญ แต่ขอให้ทุกอย่างถูกต้อง ถ้าไม่ถูกต้องก็อีกเรื่องหนึ่ง ย้ำว่าที่สู้มา 20 ปี เพราะเห็นว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบรรพบุรุษเท่านั้น ส่วนกรณีที่มีหมายเรียกที่ขอนแก่น ตนก็พร้อมจะเดินทางไปที่ขอนแก่น ยืนยันว่าไม่ได้กังวลเรื่องนี้ และเชื่อว่ากรรมสิทธิ์ก็ยังคงเป็นของตาเฮียง พิมพ์ศรี
ป้าดายังตั้งข้อสังเกตด้วยว่าคดีนี้มีคู่กรณีคือวัดกับทายาท แต่ตนไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาตรวจสอบจึงไม่มีการเรียกทายาทเข้าร่วมด้วย หลังที่ผ่านมาทราบว่าการตรวจสอบมีเพียงฝ่ายวัดที่เข้าร่วมเพียงฝ่ายเดียว พร้อมย้ำว่าหากสุดท้ายแล้วการตรวจสอบพบว่าที่ดินนี้เป็นของวัดจริง ทางทายาทก็ไม่ได้มีปัญหา ไม่ได้ต้องการจะไปเถียงหรือแย่งเอาพื้นที่คืน
ป้าดา ยังระบุด้วยว่า มีอีกเรื่องที่ตนกำลังเจอศึกหนัก และอยากประกาศให้คนในแผ่นดินนี้รู้ คือ ตนเคยถูกข่มขู่ และมีการพยายามฆ่า ไปอุ้มถึงหน้าบ้านในเรื่องที่เกี่ยวกับที่ดินที่พระโขนง จึงอยากให้สื่อมวลชนไปตรวจสอบที่ดินที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พระโขนง และอยากประกาศให้คนที่ถูกหน่วยงานรัฐรังแกให้ออกมาสู้เพื่อความยุติธรรมของตัวเอง พร้อมฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ลงมาดูแลประชาชนและขอฝากถึงผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนใหม่ ให้ช่วยตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในสังกัดด้วย เพราะสิ่งที่ตนต้องการมากที่สุด คือการพิสูจน์ข้อเท็จจริงว่าใครผิดใครถูก