โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ปปง.ทลายแก๊งหลอกซ้ำเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ อายัดทรัพย์ 83 ล้าน ฟอกผ่านคริปโต

Manager Online

เผยแพร่ 06 ก.ย เวลา 12.32 น. • MGR Online

เหยื่อที่เพิ่งเสียเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ไปหนึ่งรอบ กลับต้องเจอกับดักซ้อนอีกชั้น จากมิจฉาชีพที่ตั้งเพจปลอมอวดอ้างว่า "ช่วยติดตามเงินคืนได้" หลอกซ้ำผ่านไลน์จนสูญเงินเพิ่มอีกกว่า 1.26 ล้านบาท ก่อนเงินก้อนนั้นจะถูกส่งต่อผ่านบัญชีม้าหลายทอดและแปลงสภาพเป็นคริปโทเคอร์เรนซีอย่างรวดเร็ว ล่าสุดสำนักงาน ปปง. สั่งอายัดสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ารวมกว่า 83.7 ล้านบาท ตัวเลขที่มากกว่าความเสียหายที่แจ้งไว้ถึง 66 เท่า คำถามจึงไม่ใช่แค่ "ยึดได้เท่าไร" แต่คือ "เงินก้อนนี้มาจากเหยื่อกี่ราย" และเครือข่ายนี้โยงกับจุดพักเงินสีเทาแถวชายแดนกัมพูชาลึกแค่ไหน

จากรายงานของสำนักข่าวอิศรา สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ออกคำสั่งคณะกรรมการธุรกรรมที่ ย. 187/2569 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2569 อายัดสินทรัพย์ดิจิทัล 2 รายการ ในบัญชีซื้อขายคริปโตฯ ชื่อนายณัฐวุฒิ พร้อมดอกผล มูลค่ารวมประมาณ 83,718,711.35 บาท เป็นเวลาไม่เกิน 90 วัน มีผลถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 คดีนี้ต้นทางมาจากสถานีตำรวจนครบาลหัวหมาก ที่สืบสวนเครือข่ายใช้เพจเฟซบุ๊กปลอมหลอกผู้เสียหายว่าสามารถติดตามเงินที่ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์โกงไปคืนได้ เมื่อเหยื่อติดต่อผ่านไลน์ คนร้ายก็สร้างเรื่องว่าเงินของเหยื่อ "ถูกนำไปฟอกเงิน" หลอกให้โอนเงินตามคำสั่งรวม 16 ครั้ง มูลค่า 1,269,130 บาท

จุดที่น่าสนใจกว่าตัวเลขความเสียหายคือชั้นเชิงการฟอกเงิน เส้นทางการเงินชี้ว่าเครือข่ายนี้ใช้วิธีโอนต่อกันเป็นทอดๆ จากบัญชีรับโอนแถวแรกไปยังแถวสองในเวลาไล่เลี่ยกัน ก่อนสวิตช์เข้าสู่บัญชีผู้ให้บริการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อแปลงเป็นคริปโทเคอร์เรนซีทันที เป็นสูตรฟอกเงินมาตรฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่ใช้ความเร็วและจำนวนชั้นบัญชีม้าเป็นเกราะกันการตรวจสอบ ยิ่งกว่านั้น ปปง. ยังตรวจพบพิกัดการทำธุรกรรมบางบัญชีอยู่ในอาคารสูง 25 ชั้น และคาสิโนคราวน์ เมืองปอยเปต ประเทศกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกจับตาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในฐานะฐานปฏิบัติการของเครือข่ายสแกมข้ามชาติในภูมิภาคอาเซียน สะท้อนว่าเงินของเหยื่อคนไทยไม่ได้หมุนอยู่แค่ในประเทศ แต่ไหลออกไปพักตัวในพื้นที่ที่กฎหมายไทยเอื้อมไปไม่ถึงโดยตรง

ในทางกฎหมาย พฤติการณ์เข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ มีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และฟอกเงิน ตามมาตรา 3 และมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน 2542 ประกอบ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ 2556 ศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาแล้ว และพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งฟ้อง แต่สิ่งที่ต้องย้ำคือคำสั่งอายัดครั้งนี้เป็นเพียง "มาตรการชั่วคราว" ไม่เกิน 90 วัน ไม่ใช่การริบทรัพย์ถาวร ผู้ถูกอายัดยังมีสิทธิยื่นคำร้องขอเพิกถอนคำสั่งได้ภายใน 30 วันนับแต่วันรับแจ้ง กระบวนการจะต้องเดินหน้าเข้าสู่ชั้นศาลเพื่อริบทรัพย์เด็ดขาดอีกหลายขั้น ซึ่งกินเวลาไม่น้อย และในระหว่างนั้นทรัพย์สินดิจิทัลที่อายัดไว้ยังฝากไว้ในความดูแลของผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงเรื่องการดูแลรักษาสินทรัพย์ระหว่างกระบวนการยังเป็นจุดที่สังคมควรตั้งคำถามไม่แพ้ตัวเลขที่ยึดได้

ประเด็นที่ควรตั้งข้อสังเกตต่อคือส่วนต่างมหาศาลระหว่างมูลค่าที่อายัด 83.7 ล้านบาท กับความเสียหายที่แจ้งไว้เพียง 1.26 ล้านบาท ตัวเลขนี้บ่งชี้ชัดว่าบัญชีเดียวกันน่าจะเป็นทางผ่านของเงินจากผู้เสียหายรายอื่นอีกจำนวนมากที่ยังไม่ได้เข้าสู่กระบวนการแจ้งความ หรือคดีอื่นที่ยังไม่ถูกโยงเข้าด้วยกัน การไล่ตามเป็นรายคดีแบบนี้จึงเห็นแค่ยอดภูเขาน้ำแข็ง ขณะที่ตัวเครือข่ายจริงอาจใหญ่กว่าที่ปรากฏในคำสั่งหลายเท่าตัว

ภาพรวมของคดีนี้ตอกย้ำแนวโน้มที่ ปปง. และตำรวจไทยเผชิญมาต่อเนื่อง นั่นคือคริปโทเคอร์เรนซีกลายเป็นช่องทางหลักในการฟอกเงินของแก๊งสแกมออนไลน์ เพราะโอนข้ามพรมแดนได้เร็ว ตรวจสอบยาก และมีจุดพักเงินในประเทศเพื่อนบ้านรองรับพร้อมเสมอ การที่ ปปง. ขยับเร็วขึ้นในการอายัดบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นสัญญาณบวก แต่ตราบใดที่ฐานปฏิบัติการข้ามแดนอย่างปอยเปตยังลอยนวล ความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชาในการปราบปรามยังไม่แน่นพอ เครือข่ายเหล่านี้ก็พร้อมงอกใหม่ในรูปแบบเดิม เปลี่ยนแค่ชื่อเพจกับหน้าม้าบัญชี

สำหรับประชาชน บทเรียนสำคัญของคดีนี้คือการเตือนสติเรื่อง "มิจฉาชีพซ้อนมิจฉาชีพ" ใครที่เคยตกเป็นเหยื่อคอลเซ็นเตอร์มาแล้ว มีความเสี่ยงสูงที่จะถูกเล็งเป็นเป้าหมายรอบสองจากผู้แอบอ้างว่าช่วยติดตามเงินคืนได้ หน่วยงานรัฐไม่มีช่องทางที่ให้บุคคลภายนอกมาอาสาติดตามเงินคืนแบบส่วนตัวผ่านไลน์ หากพบเพจลักษณะนี้ควรตัดการติดต่อทันทีและแจ้งเบาะแสต่อ ปปง. หรือตำรวจโดยตรง ไม่ใช่หลงเชื่อโอนเงินซ้ำเข้าไปในวงจรฟอกเงินที่สุดท้ายไหลไปโผล่คาสิโนชายแดน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...