ปลัด พม. ย้ำ ยึดหลักความจำเป็น - คุ้มค่า -โปร่งใส - ตรวจสอบได้ เพื่อคนพิการทั่วประเทศ ได้รับสิทธิสวัสดิการสังคมจากภาครัฐ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
ปลัด พม. ย้ำ ยึดหลักความจำเป็น - คุ้มค่า -โปร่งใส - ตรวจสอบได้ เพื่อคนพิการทั่วประเทศ ได้รับสิทธิสวัสดิการสังคมจากภาครัฐ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม
วันที่ 3 สิงหาคม 2569 นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) เปิดเผยว่า จากกรณี มีการเผยแพร่ข่าวการเสนอของบประมาณโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคนพิการของประเทศ โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จนอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนเกี่ยวกับรายละเอียดของงบประมาณและความจำเป็นของโครงการ โดยเฉพาะเป้าหมายของโครงการเพื่อยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการทั่วประเทศอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ด้วยการบริหารจัดการสิทธิสวัสดิการสังคมอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการเผยแพร่ข่าวลักษณะดังกล่าว เป็นการสื่อสารข้อมูลไปยังสังคมในวงกว้าง จะต้องพิจารณาและกรองข้อมูลให้ชัดเจนว่า มีความถูกต้องตรงตามข้อเท็จจริงหรือไม่เพียงใด และมีผลกระทบหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นตามมาอย่างไร อีกทัังมีหลักการทางกฎหมายรองรับ หากบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างไร เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้อง ตรงไปตรงมา ไม่ก่อให้เกิความสับสนในสังคม
สำหรับการเสนอของบประมาณโครงการเกี่ยวกับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลคนพิการของประเทศ นั้น กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ (พก.) ในฐานะหน่วยงานหลักด้านคนพิการที่มีระบบฐานข้อมูลคนพิการที่มีบัตรประจำตัวทั่วประเทศ จำนวน 2,276,970 คน ซึ่งคนพิการเหล่านี้ได้รับสิทธิสวัสดิการด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง อาทิ เบี้ยความพิการ , เงินสงเคราะห์ , เงินอุดหนุน , เงินกู้ยืมเพื่อประกอบอาชีพ , ล่ามภาษามือ , การจัดบริการผู้ช่วยคนพิการ , เครื่องช่วยความพิการ และการจ้างงานคนพิการ ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2570 ได้เสนอของบประมาณโครงการจัดซื้อซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์สำหรับระบบฐานข้อมูลคนพิการ วงเงินเสนอขอ 27.7372 ล้านบาท เพื่อให้ระบบมีความมั่นคง ปลอดภัย รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลภาครัฐ และเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสิทธิสวัสดิการสังคมของคนพิการในระยะยาว โดยคณะอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์ ICT และทุนหมุนเวียน ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณลง 52,000 บาท คงเหลือวงเงิน 27.6852 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วน เนื่องจากระบบซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์หลักของศูนย์ข้อมูลคนพิการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มีการใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2552 ทำให้อุปกรณ์หลายรายการเริ่มเสื่อมสภาพ , พื้นที่จัดเก็บข้อมูลคนพิการไม่เพียงพอต่อการขยายตัวของระบบฐานข้อมูลคนพิการของประเทศ และมีภาระค่าบำรุงรักษาเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะการไม่รองรับมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยด้านดิจิทัลของภาครัฐในปัจจุบัน ยิ่งไปกว่านั้น ฐานข้อมูลคนพิการดังกล่าวยังเชื่อมโยงกับฐานข้อมูลของหลายหน่วยงานสำคัญ ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) , แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” “ThaiD” และ “หมอพร้อม” , บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ , ระบบ MSO-Logbook และระบบบริการภาครัฐอื่น ๆ ที่ใช้ข้อมูลคนพิการในการให้บริการประชาชน
ในขณะที่ โครงการก่อสร้างห้อง Data Center วงเงินเสนอขอ 18.9864 ล้านบาท นั้น คณะอนุกรรมาธิการด้านที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ได้พิจารณาปรับลดงบประมาณลง 1 ล้านบาท คงเหลือวงเงิน 17.9864 ล้านบาท ซึ่งโครงการดังกล่าวมีความจำเป็นเร่งด่วนเช่นเดียวกัน เนื่องจากต้องติดตั้งระบบใหม่ทั้งหมดในห้อง Data Center ซึ่งตั้งอยู่ในอาคารสำนักงานใหม่ เพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานของห้อง Data Center อีกทั้งรองรับการขยายตัวของระบบฐานข้อมูลคนพิการของประเทศและเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสิทธิสวัสดิการสังคมของคนพิการในระยะยาว โดยการดำเนินการดังกล่าวครอบคลุมระบบควบคุมอุณหภูมิและความชื้น , ระบบไฟฟ้าสำรอง , ระบบป้องกันอัคคีภัย , ระบบควบคุมการเข้าออก , ระบบเครือข่าย และระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัย เพื่อรองรับเครื่องแม่ข่าย (Server) ระบบจัดเก็บข้อมูล (Storage) และอุปกรณ์สารสนเทศ ทั้งนี้ ห้อง Data Center เดิม ตั้งอยู่ที่ในอาคารสำนักงานเก่า มีการใช้งานมาอย่างยาวนานตั้งแต่ปี 2552 สำหรับ ประตูห้อง Data Center วงเงินเสนอขอ 200,000 บาท นั้น เป็นวงเงินประตูนิรภัยทนไฟ (Fire Rated Door) ตามมาตรฐานด้านวิศวกรรมและความมั่นคงปลอดภัยของห้อง Data Center สามารถป้องกันการลุกลามของเพลิง ลดการแพร่กระจายของควัน มีระบบปิดอัตโนมัติ รองรับการทำงานร่วมกับระบบควบคุมการเข้าออกและระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ และรวมถึงค่าอุปกรณ์ประกอบ งานติดตั้ง งานปรับตำแหน่ง และการทดสอบระบบ
นายกันตพงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทั้ง 2 โครงการ เป็นงบลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่ง เนื่องจากกระทรวง พม. โดย กรม พก. เป็นหน่วยงานหลักในการบริหารจัดการฐานข้อมูลคนพิการของประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ จึงเป็นการป้องกันความเสี่ยงในอนาคตที่อาจมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการสิทธิสวัสดิการสังคมของคนพิการของประเทศ นำไปสู่การยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างมั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้ กระทรวง พม. ยึดการดำเนินงานภายใต้หลักความจำเป็น ความคุ้มค่า ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยมีเป้าหมายสูงสุดเพื่อคนพิการทั่วประเทศได้รับสิทธิสวัสดิการสังคมจากภาครัฐอย่างต่อเนื่องทั่วถึง และเป็นธรรม จึงขอทำความเข้าใจข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวให้เกิดความถูกต้อง และยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่สุจริตและสร้างสรรค์