โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เล่าประสบการณ์ ถูกจี้ที่จอร์เจีย หวังเป็นเบาะแสตามหา “ฮลุน โซโล่”

INN News

อัพเดต 29 กรกฎาคม 2569 เวลา 21.59 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • INN News

อดีตข้าราชการบำนาญ เล่าประสบการณ์ นาทีถูกจี้ที่จอร์เจีย หวังเป็นเบาะแสช่วยตามหา “ฮลุน โซโล่” พร้อมเตือนสายแบกเป้อย่าเที่ยวลำพัง

จากกรณีครอบครัวประกาศตามหา “ฮลุน โซโล่” ยูทูบเบอร์สายท่องเที่ยวชื่อดัง หลังขาดการติดต่อระหว่างเดินทางท่องเที่ยวในประเทศจอร์เจีย ล่าสุด ใหญ่ V10 ได้พา นายพรชัย ข้าราชการบำนาญ ซึ่งเป็นพี่ชายที่สนิทและเคยมีประสบการณ์ถูกคนร้ายใช้มีดจี้ชิงทรัพย์ระหว่างแบกเป้เที่ยวคนเดียวในประเทศจอร์เจีย ออกมาเล่าประสบการณ์ตรง เพื่อเป็นอุทาหรณ์สำหรับนักเดินทาง และหวังเป็นอีกแนวทางในการติดตามตัวฮลุน โซโล่

นายพรชัย เปิดเผยว่า เมื่อปี 2565 ตนเดินทางท่องเที่ยวคนเดียว โดยเริ่มจากประเทศตุรกี ก่อนบินต่อไปยังประเทศจอร์เจีย แต่เพียงวันแรกที่เดินทางถึงก็ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดจี้ชิงทรัพย์ ก่อนเกิดการต่อสู้ยื้อแย่งกัน กระทั่งคนร้ายหลบหนีไปพร้อมโทรศัพท์มือถือและกล้องถ่ายรูปของตน แต่ระหว่างชุลมุนกลับหยิบโทรศัพท์ของคนร้ายติดมือกลับมาโดยไม่รู้ตัว

เมื่อแจ้งตำรวจและส่งมอบโทรศัพท์ดังกล่าวให้เป็นหลักฐาน วันรุ่งขึ้นเจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ แต่ไม่สามารถติดตามทรัพย์สินที่ถูกชิงไปคืนได้ เนื่องจากคนร้ายไม่ยอมเปิดเผยที่ซ่อนของกลาง ทำให้ต้องยอมรับความเสียหาย

นายพรชัย ระบุว่า แม้หลายคนมองว่าจอร์เจียเป็นประเทศที่ปลอดภัย แต่จากประสบการณ์ส่วนตัวกลับเห็นต่าง เพราะยังพบผู้คนที่มีฐานะยากลำบากจำนวนมาก และมองว่าหากนักท่องเที่ยวเคราะห์ร้ายก็มีโอกาสตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมได้

นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุยังต้องเผชิญปัญหาในกระบวนการยุติธรรม เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจนัดขึ้นศาลไม่ตรงกับกำหนดการเดินทางกลับ ส่งผลให้พลาดเที่ยวบิน และภายหลังยังถูกขึ้นบัญชีห้ามออกนอกประเทศ ทั้งที่เป็นผู้เสียหาย ไม่ใช่ผู้ต้องหา ทำให้ต้องตกค้างอยู่ในประเทศจอร์เจียนานเกือบ 1 เดือน พร้อมแบกรับค่าใช้จ่ายด้านที่พักและการดำรงชีพทั้งหมด

นายพรชัย กล่าวว่า ประเทศจอร์เจียไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศ ทำให้ต้องประสานงานผ่านสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอังการา ประเทศตุรกี ซึ่งได้ทำหนังสือถึงทางการจอร์เจีย ยืนยันว่าตนเป็นผู้เสียหาย พร้อมขอให้ยกเลิกการห้ามเดินทางออกนอกประเทศ ขณะเดียวกันยังได้รับความช่วยเหลือจากเครือข่ายคนไทยในจอร์เจีย ทั้งผู้ประกอบการร้านอาหาร ร้านนวด และนักธุรกิจ ที่ช่วยประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

ต่อมา หลังมีการประสานงานผ่านหลายหน่วยงาน รวมถึงความช่วยเหลือจากบุคคลในประเทศไทยที่ติดต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศ ในที่สุดทางการจอร์เจียจึงยกเลิกคำสั่งห้ามเดินทาง และสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้อย่างปลอดภัย

นายพรชัย มองว่า กรณีการหายตัวไปของฮลุน โซโล่ จำเป็นต้องอาศัยการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างหน่วยงานไทยกับทางการจอร์เจีย รวมถึงเครือข่ายคนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศดังกล่าว เพื่อช่วยค้นหาและติดตามเบาะแส พร้อมย้ำว่า การเดินทางแบกเป้คนเดียวมีความเสี่ยงสูง หากเกิดเหตุฉุกเฉินจะไม่มีผู้ช่วยเหลือ จึงแนะนำให้เดินทางอย่างน้อย 2 คน หรือมี “บัดดี้” ตลอดการเดินทาง

พร้อมกันนี้ยังแนะนำผู้ที่วางแผนเดินทางไปต่างประเทศ ควรศึกษาข้อมูลประเทศปลายทางล่วงหน้า เลือกประเทศที่มีสถานเอกอัครราชทูตไทย หากไม่มี ก็ควรค้นหากลุ่มคนไทยหรือเครือข่ายนักธุรกิจไทยในพื้นที่ไว้ล่วงหน้า และแจ้งแผนการเดินทางให้บุคคลที่สามารถติดต่อได้ทราบ เพื่อความปลอดภัย

ด้าน ใหญ่ V10 กล่าวว่า สาเหตุที่พานายพรชัยออกมาให้ข้อมูล เพราะต้องการสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นจริง โดยเฉพาะกรณีประเทศจอร์เจียไม่มีสถานเอกอัครราชทูตไทย ทำให้การประสานงานช่วยเหลือคนไทยทำได้ยากและใช้เวลานาน พร้อมหวังว่าพลังจากสื่อมวลชนและสังคมออนไลน์ จะช่วยผลักดันให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งประสานงานกับทางการจอร์เจีย เพื่อติดตามตัวฮลุน โซโล่ ให้พบโดยเร็ว

ใหญ่ V10 ยังฝากเตือนนักเดินทางสายแบกเป้ว่า แม้การท่องเที่ยวคนเดียวจะได้ประสบการณ์ใหม่ แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนคอนเทนต์ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ศึกษาข้อมูลให้รอบด้าน มีสติอยู่เสมอ และหากเป็นไปได้ควรมีเพื่อนร่วมเดินทาง เพื่อให้สามารถช่วยเหลือกันได้เมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝัน

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...