โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ยศชนัน’ ลุยโคลนเข้าพื้นที่น้ำท่วมน่าน เยี่ยมผู้ประสบภัยถึงบ้าน เร่งสั่งเครื่องจักรฟื้นฟูชุมชน

เดลินิวส์

อัพเดต 21 สิงหาคม 2569 เวลา 22.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
‘ยศชนัน’ ลุยโคลนเข้าพื้นที่น้ำท่วมน่าน เยี่ยมผู้ประสบภัยถึงบ้าน ขอขยายวงเงินทดรองฉุกเฉินช่วยเหลือ เร่งสั่งเครื่องจักรฟื้นฟูชุมชน พร้อมดันมาตรการเยียวยา ยกระดับระบบเตือนภัยรับมือระยะยาว

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมคณะ ลงพื้นที่เพื่อติดตามภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่จังหวัดน่านอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งประสานการฟื้นฟูและเยียวยาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเร่งด่วน

โดยนายยศชนันได้นำคณะเดินเท้าลุยโคลนเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหายและฟื้นฟูเขตชุมชน ณ บ้านศิลาแดง (บ้านฝาย) ต.ศิลาแลง อ.ปัว โดยตรวจเยี่ยมบ้านเรือนประชาชนทีละหลัง ซึ่งแต่ละหลังโดนกระแสน้ำพัดเอาโคลนจำนวนมากเข้ามาถม คณะของนายยศชนันมายังบ้านของ น.ส.ปวีณา การศรี (ครูแนน) ครูโรงเรียนในพื้นที่ ซึ่งเป็นจุดที่เผชิญมวลน้ำป่าไหลหลากเข้าปะทะอย่างรุนแรงจนบ้านและบริเวณรอบข้างเต็มไปด้วยโคลนและเศษซากกิ่งไม้ โดยครูแนนได้เล่าถึงนาทีชีวิตว่า กระแสน้ำเปลี่ยนทิศทางและไหลเชี่ยวกรากเข้ามาอย่างกะทันหันจนร่างเกือบถูกพัดไปกับสายน้ำ ต้องกอดเสาบ้านไว้แน่นก่อนที่คุณพ่อจะโยนเชือกมาดึงตัวไว้ได้ทัน

ทั้งนี้ เนื่องจากระบบแจ้งเตือนภัยยังมาไม่ถึงและสัญญาณโทรศัพท์ถูกตัดขาด ครูแนนจึงตัดสินใจใช้ช่องทางโซเชียลมีเดียของตนเองเป็นกระบอกเสียงประสานงานขอความช่วยเหลือ ทำให้เจ้าหน้าที่ทหารพรานจากกรมทหารพรานที่ 32 จำนวน 6 นาย ฝ่ากระแสน้ำเข้ามาช่วยเหลืออพยพกลุ่มเปราะบาง ทั้งคนชรา ผู้พิการทางการได้ยินและสายตา รวมกว่า 20 ราย ไปยังจุดปลอดภัยที่วัดป่าเมือดได้อย่างปลอดภัย นายยศชนัน ได้กล่าวชื่นชมความมีสติและความกล้าหาญของครูแนน พร้อมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทหารพรานและผู้นำชุมชน โดยยกย่องให้ทุกคนเป็น "ฮีโร่ตัวจริง" ที่ทุ่มเทช่วยเหลือชีวิตประชาชนในสถานการณ์วิกฤติ

นายยศชนัน กล่าวว่า ได้สั่งการให้นำเครื่องจักรหนักเข้ามาตักและดันดินโคลนออกจากชุมชนทันที เนื่องจากปริมาณดินโคลนหนาแน่นเกินกำลังคนจะรับไหว และได้ประสานกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อขอขยายวงเงินทดรองราชการฉุกเฉินเป็น 100 ล้านบาท พร้อมเตรียมบูรณาการงบซ่อมแซมบ้านเรือนจาก ปภ. ร่วมกับงบสมทบจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เพื่อเร่งจ่ายเงินเยียวยาช่วยเหลือผู้ประสบภัยกว่า 33 หลังคาเรือนที่เสียหายหนัก

ช่วงท้าย นายยศชนัน ได้เดินสำรวจแนวร่องน้ำโดยรอบ พร้อมให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการแก้ไขปัญหาในระยะสั้น กลาง และยาว ว่า รัฐบาลได้เตรียมขับเคลื่อนร่วมกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ การจัดการน้ำและโครงสร้าง - ผลักดันการสร้างฝายและอ่างเก็บน้ำขนาดเล็กถึงขนาดกลางในพื้นที่ตอนบนของอำเภอโซนเหนือเพื่อเป็นจุดชะลอและดักน้ำ ควบคู่ไปกับการขุดลอกลำน้ำน่านเพื่อเพิ่มความลึกในการรับน้ำ และก่อสร้างพนังกั้นน้ำในเขตเศรษฐกิจ

การฟื้นฟูป่าต้นน้ำ - บูรณาการร่วมกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านโครงการจัดสรรที่ดินทำกิน (คทช.) โดยกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ใช้ประโยชน์ต้องร่วมปลูกป่าฟื้นฟูพื้นที่ต้นน้ำเพิ่มเติม เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ยกระดับระบบเตือนภัยด้วยเทคโนโลยี - พัฒนาระบบเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือ (Cell Broadcast) ควบคู่กับระบบเตือนภัยอัตโนมัติเฉพาะจุด (GOI) เพื่อให้ส่งสัญญาณเตือนได้ทันทีตามค่าวิกฤติของความชื้นและปริมาณฝน โดยไม่ต้องรอการประมวลผลจากบุคคล พร้อมนำเทคโนโลยี One Map และระบบจำลองสถานการณ์น้ำ (Digital Twin / GIS) มาจัดทำฐานข้อมูลพิกัดความเสี่ยงและความลาดชัน เพื่อให้นักวิชาการและหน่วยงานหลักใช้สมการตัวชี้วัด (Indicator) เดียวกันในการแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างแม่นยำและทันท่วงทีในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...