โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทำไมควรวาง "ฟองน้ำ" ในช่องแช่ผักตู้เย็น? ประโยชน์สุดล้ำที่หลายคนไม่เคยรู้

sanook.com

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ทริกเด็ดหน้าร้อน! ทำไมหลายบ้านชอบวาง

วางฟองน้ำในช่องแช่ผักทำไม? เผยเคล็ดลับประหยัดเงิน ช่วยผักสดกรอบ แถมไร้กลิ่นอับ!

บอกลาผักเน่าเละ! แค่วาง "ฟองน้ำแห้ง" ในตู้เย็น ช่วยดูดความชื้น ยืดอายุผักสดได้นานขึ้นเท่าตัว

ในช่วงที่สภาพอากาศร้อนชื้นโดยเฉพาะช่วงฤดูร้อน หลายคนมักประสบปัญหาผักสดที่เพิ่งซื้อมาแช่ไว้ในตู้เย็นได้ไม่นานก็เริ่มเหี่ยว เฉา เละเป็นเมือก หรือมีหยดน้ำเกาะเต็มไปหมด ทั้งที่อุตส่าห์ใส่ไว้ใน "ช่องแช่ผัก" โดยเฉพาะแล้วแท้ๆ โดยเฉพาะผักโขม ผักชี แตงกวา และผลไม้เนื้อนุ่มทั้งหลายมักจะเน่าเสียเร็วกว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

ต้นเหตุไม่ได้มาจากอุณหภูมิภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจาก **ความชื้นสะสม** ภายในช่องแช่ผักนั่นเอง และนี่คือเหตุผลที่หลายๆ ครอบครัวเริ่มหันมาใช้เทคนิคง่ายๆ อย่างการวาง "ฟองน้ำล้างจานแบบแห้ง" ไว้ในช่องแช่ผัก เคล็ดลับนี้แทบไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม แต่สามารถแก้ปัญหาใหญ่ได้ถึง 2 อย่างในเวลาเดียวกัน นั่นคือผักเน่าเสียเร็ว และตู้เย็นมีกลิ่นอับ!

ยิ่งช่องแช่ผักชื้นเท่าไหร่… ทำไมอาหารยิ่งเน่าเสียเร็ว?

รายงานจาก Times of India ระบุว่า เมื่อสภาพอากาศภายนอกร้อนขึ้น อากาศภายในตู้เย็นโดยเฉพาะบริเวณช่องเก็บผักกักเก็บความชื้นได้มากขึ้น ไอน้ำส่วนเกินเหล่านี้จะควบแน่นและกลายเป็นหยดน้ำเกาะอยู่ตามผิวของผักและผลไม้

สภาวะที่เปียกชื้นนี้เองที่เป็นตัวเร่งชั้นดีให้แบคทีเรียเจริญเติบโต ส่งผลให้ผักเน่าเสีย เกิดเมือก หรือเน่าคาน่องแช่ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบที่มีน้ำเป็นส่วนประกอบสูง เช่น สตรอว์เบอร์รี ผักโขม ผักชี แตงกวา และซูคินี ซึ่งจะไวต่อความชื้นเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ ไอน้ำที่ถูกกักเก็บไว้ยังเป็นตัวการก่อให้เกิดกลิ่นอับชื้นในตู้เย็น เพราะเมื่อผักเริ่มเสื่อมสภาพ จะปลดปล่อยสารระเหยออกมาผสมกับไอน้ำในอากาศ ทำให้เกิดกลิ่นเหม็นหืนหรือกลิ่นอับทุกครั้งที่เปิดประตูตู้เย็น แม้สินค้าดับกลิ่นทั่วไปจะช่วยกลบกลิ่นที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่ทริกการใช้ฟองน้ำจะเข้าไปตัดต้นตอโดยการดูดซับความชื้น ซึ่งช่วยป้องกันทั้งปัญหาผักเน่าและกลิ่นอับไปพร้อมกัน

กลไกการทำงานของ "ฟองน้ำแห้ง" ในตู้เย็น

วิธีการทำนั้นง่ายมาก เพียงนำฟองน้ำล้างจานที่ใหม่ สะอาด และแห้งสนิท ไปวางไว้บริเวณมุมหรือชิดขอบด้านข้างของช่องแช่ผัก

ด้วยโครงสร้างที่มีรูพรุนและคุณสมบัติในการอุ้มน้ำตามธรรมชาติ ฟองน้ำจะทำหน้าที่เสมือนตัวดูดซับไอน้ำ คอยดักจับความชื้นส่วนเกินและหยดน้ำควบแน่นในช่องแช่ผัก เมื่อระดับความชื้นในอากาศลดลง ผิวสัมผัสของผักผลไม้ก็จะไม่มีน้ำเกาะสะสม ช่วยยืดอายุความสด กรอบ และคงสภาพเดิมไว้ได้ยาวนานขึ้น

ตำแหน่งการวางที่ถูกต้อง: ไม่ควรวางฟองน้ำทับบนผักผลไม้โดยตรง หรือวางแทรกไว้กลางกองผัก แต่ควรวางไว้ที่มุมใดมุมหนึ่ง หรือชิดผนังของช่องเก็บผัก เพื่อให้ฟองน้ำทำหน้าที่ดูดความชื้นจากอากาศรอบๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ผักผลไม้ที่ได้รับประโยชน์เต็มๆ จากทริกนี้ ได้แก่:

  • ผักใบเขียว: ผักโขม ผักกาดหอม ผักสลัด
  • ผักโรยและเครื่องเทศ: ผักชี สะระแหน่ ขึ้นฉ่าย
  • ผลไม้เนื้อนุ่ม: สตรอว์เบอร์รี บลูเบอร์รี
  • ผักที่มีน้ำเยอะ: แตงกวา ซูคินี มะเขือเทศ

สำหรับพืชหัวหรือผักที่มีเนื้อแข็ง เช่น แครอท หัวไชเท้า แม้จะได้รับผลกระทบจากความชื้นน้อยกว่า แต่การวางฟองน้ำไว้ก็ไม่ได้ส่งผลเสียใดๆ เช่นกัน

ข้อควรระวัง! อย่าปล่อยให้ฟองน้ำอุ้มน้ำไว้นานเกินไป

แม้ทริกนี้จะเห็นผลอย่างมากในฤดูร้อนหรือฤดูฝนที่มีความชื้นในอากาศสูง แต่สิ่งที่ต้องระวังอย่างยิ่งคือเรื่องสุขอนามัย

หลังจากทำหน้าที่ดูดซับความชื้นไปได้ระยะหนึ่ง ฟองน้ำจะเริ่มเปียกชื้น หากปล่อยทิ้งไว้ในช่องแช่ผักนานเกินไป ตัวฟองน้ำเองนั่นแหละที่จะกลายเป็นแหล่งสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา ชั้นดี!

ข้อปฏิบัติเพื่อความปลอดภัย: ควรหมั่นนำฟองน้ำออกมาบิด นำไปล้างทำความสะอาดให้หมดจด และตากแดดให้แห้งสนิททุกๆ 2-3 วัน หากฟองน้ำเริ่มมีกลิ่นอับ ให้เปลี่ยนชิ้นใหม่ทันที อย่าเสียดายนำกลับมาใช้ซ้ำ เพราะฟองน้ำที่เหม็นอับจะกลายเป็นตัวการทำให้ตู้เย็นมีกลิ่นเหม็นรุนแรงกว่าเดิม

สรุปทริกแม่บ้าน: การวางฟองน้ำแห้งอาจไม่ใช่เทคนิคที่เปลี่ยนระบบการถนอมอาหารไปสิ้นเชิง แต่หากใช้อย่างถูกวิธีและรักษาความสะอาดเป็นประจำ ฟองน้ำชิ้นเล็กๆ นี้จะกลายเป็นตัวช่วยดูดความชื้นชั้นยอด ช่วยยืดอายุผักสดให้อยู่ได้นานขึ้น ลดขยะอาหาร และช่วยให้ตู้เย็นไร้กลิ่นอับได้อย่างน่าทึ่งครับ!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...