โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลครม.สัญจร สงขลา เคาะ Quick Win 4 มิติ เดินหน้าสัญจรต่ออุดรธานี

The Bangkok Insight

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"อนุทิน" นำทัพ ครม.สัญจร สงขลา เคาะ Quick Win 4 มิติ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาว ชูแนวทางประกันภัยพิบัติถ้วนหน้า คุ้มครอง 30 ล้านครัวเรือน พัฒนาพื้นที่ภาคใต้ชายแดน พร้อมเดินหน้าสัญจรต่อภาคอีสาน จ.อุดรธานี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ครั้งที่ 1/2569 ว่า วันนี้เป็นการประชุมคณะรัฐมนตรีนอกสถานที่อย่างเป็นทางการที่จ.สงขลา ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ สงขลา สตูล ยะลา นราธิวาส และปัตตานี

ครม.สัญจร

ทั้งนี้ ได้เห็นทั้งศักยภาพของพื้นที่ และปัญหาที่ประชาชนต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไข วันนี้ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดแนวทางเร่งด่วน หรือ Quick Win เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปดำเนินการทันที โดยครอบคลุม 4 เรื่องสำคัญ คือ เศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และการบริหารจัดการภัยพิบัติ

1. ด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลต้องการให้เศรษฐกิจของ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เติบโตจากศักยภาพของพื้นที่ ทั้งภาคเกษตร การค้า การลงทุน อุตสาหกรรม และการท่องเที่ยว พร้อมเร่งปลดล็อกข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการทำธุรกิจ โดยให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทำหน้าที่ทั้งผู้นำและผู้สนับสนุนไปพร้อมกัน

ทั้งนี้ ได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ อาทิ กระทรวงการคลังพิจารณามาตรการด้านการเงินและภาษี โดยเฉพาะสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเฉพาะกิจ (Soft Loan) และค่าธรรมเนียมบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) รวมทั้งมอบหมายให้กระทรวงคมนาคมดำเนินการขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำปัตตานีและร่องน้ำสงขลา เพื่อเพิ่มโอกาส สร้างรายได้ และสนับสนุนให้คนในพื้นที่เติบโตไปพร้อมกับเศรษฐกิจของภูมิภาค

2. ด้านสังคมและคุณภาพชีวิต รัฐบาลจะเดินหน้าแก้ไขปัญหาความยากจน ดูแลประชาชนกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขและการประกอบอาชีพ โดยเร่งดำเนินการด้านการออกแบบและก่อสร้างโรงพยาบาลหาดใหญ่ แห่งที่ 2 นอกจากนี้ จะเร่งหารือกับประเทศมาเลเซีย เพื่อให้แรงงานไทยได้รับการคุ้มครองและดูแลอย่างเหมาะสม พร้อมลดภาระและต้นทุนของผู้ประกอบการ

3. ด้านความมั่นคง รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างความมั่นคงควบคู่กับการทำงานร่วมกับประชาชน ไม่ใช่ทำงานแยกออกจากประชาชน โดยจะเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายความปลอดภัยในพื้นที่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคง และนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึง AI มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัยและการบริหารจัดการจุดผ่านแดน

เป้าหมายคือ การสร้างความสงบ ความปลอดภัย และความเชื่อมั่น เพื่อให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิต ทำมาหากิน และประกอบธุรกิจได้อย่างมั่นคง

4. ด้านการป้องกันและบริหารจัดการภัยพิบัติ รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเร่งด่วนกว่า 142 ล้านบาท เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและบรรเทาภัยพิบัติ ทั้งการก่อสร้างศูนย์พักพิงชั่วคราวที่จังหวัดปัตตานี โครงการเพิ่มประสิทธิภาพระบบระบายน้ำของเทศบาลนครหาดใหญ่และเทศบาลเมืองควนลัง รวมถึงเห็นชอบการดำเนินโครงการปรับปรุงแก้มลิงคลองเรียน

ที่สำคัญ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลักการให้ปรับรูปแบบการช่วยเหลือผู้ประสบภัย จาก การรอรับเงินเยียวยา ไปสู่ระบบประกันภัย สำหรับครัวเรือน โดยแนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ประชาชนได้รับเงินชดเชยเร็วกว่าและมากกว่าระบบเดิม เมื่อเกิดอุทกภัย วาตภัย หรือแผ่นดินไหว มีเป้าหมายให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยครอบคลุมประมาณ 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ

นี่คือการเปลี่ยนจากการรอเยียวยาเมื่อเกิดเหตุ ไปสู่การเตรียมความพร้อมและบริหารความเสี่ยงล่วงหน้า

นอกจากมาตรการเร่งด่วนแล้ว รัฐบาลยังเดินหน้าโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาภาคใต้ในระยะยาว โดยวันนี้ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติโครงการรถไฟทางคู่ระยะที่ 2 ในเส้นทางสายใต้ 3 ช่วง ได้แก่ ชุมพร-สุราษฎร์ธานี สุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่ และชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงินลงทุนรวม 106,798.32 ล้านบาท

โครงการดังกล่าวจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเดินทางและการขนส่ง เชื่อมโยงเศรษฐกิจของภาคใต้กับภูมิภาคอื่นของประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกัน รัฐบาลยังเดินหน้าโครงการสำคัญอื่น ๆ เช่น สะพานข้ามทะเลสาบสงขลา และโครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา ซึ่งจะช่วยยกระดับการคมนาคม การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงทางเศรษฐกิจของพื้นที่

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การมาประชุมคณะรัฐมนตรีที่ภาคใต้ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการประชุมในพื้นที่ แต่เป็นการนำปัญหาของประชาชนเข้าสู่กระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลโดยตรงไม่ได้มารับฟังแล้วจบ แต่ต้องรับฟังแล้วลงมือทำ โดย 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีศักยภาพอย่างมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว การค้าชายแดน ทรัพยากรธรรมชาติ และวัฒนธรรมที่มีความหลากหลาย

สิ่งที่รัฐบาลต้องทำ คือ สนับสนุนศักยภาพเหล่านี้ และเร่งแก้ไขข้อจำกัดที่ทำให้ประชาชนยังไม่สามารถใช้ศักยภาพของพื้นที่ได้อย่างเต็มที่ โดยรัฐบาลจะทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง เศรษฐกิจต้องดีขึ้น ความปลอดภัยต้องเพิ่มขึ้น โอกาสต้องมากขึ้น และคุณภาพชีวิตของประชาชนต้องดีขึ้น

ขณะเดียวกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังเปิดโอกาสให้ฝ่ายบริหารได้บูรณาการการทำงานร่วมกับข้าราชการและผู้นำท้องถิ่น เพื่อส่งมอบภารกิจและเตรียมความพร้อมสำหรับการสับเปลี่ยนบุคลากรในรอบปีงบประมาณ 2570 ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. ให้การปฏิบัติหน้าที่เป็นไปอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ

สำหรับการประชุมครั้งนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอันมาก ซึ่งตนคิดว่าจะมีรูปแบบการประชุม ครม.สัญจร รูปแบบต่าง ๆ ทั่วประเทศ โดยครั้งต่อไปจะเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ จ.อุดรธานี และจะไปในระดับพื้นที่ให้มากที่สุด ทั้งระดับจังหวัด กลุ่มจังหวัด ตามความเหมาะสม

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...