โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘ทหารสหรัฐ’ อาจต้องเลิกใช้มือถือในสงคราม หวั่น ‘อิหร่าน’ รู้ที่ตั้งฐานทัพ เสี่ยงเสียเปรียบ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผู้บัญชาการสูงสุดของกองทัพสหรัฐในตะวันออกลางเตือนกองทัพว่า การแชร์วิดีโออนไลน์จากโทรศัพท์มือถือ อาจช่วยให้อิหร่านระบุตำแหน่งฐานทัพสหรัฐได้ และแหล่งข่าวเผยกับรอยเตอร์ว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกส่งไปปฏิบัติการในตะวันออกลางบางคนอาจถูกสั่งงดใช้โทรศัพท์มือถือ

รอยเตอร์ระบุว่า การปราบปรามการสื่อสารทางโทรศัพท์มือถืออาจเพิ่มความซับซ้อนใหม่ในความขัดแย้งสำหรับกองทัพสหรัฐในภูมิภาค ซึ่งหลายคนยังคงใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อส่งข้อความหาคนที่รักเป็นระยะ เพื่อบอกว่าพวกเขายังสบายดี

พลเรือเอก แบรด คูเปอร์ ระบุในจดหมายที่ยังไม่เคยเปิดเผยมาก่อนว่า อิหร่านกำลังได้ประโยชน์จากความสามารถประเมินความสำเร็จและความล้มเหลวของการโจมตีของตนเองได้เกือบเรียลไทม์ จากการค้นหารายงานข่าว หรือโพสต์ออนไลน์ของนักข่าวที่อ้างอิง การตอบโต้ ภาพ หรือฟุตเทจจากโทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ในกองทัพ

ตามที่รอยเตอร์ได้เห็นสำเนาของจดหมายดังกล่าว คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐ ระบุในจดหมายลงวันที่ 28 กรกฎาคม ว่า

“ผลกระทบโดยตรงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการเผยแพร่ข่าวกรองแบบเปิดเผยต่อสาธารณะนี้ อาจต้องแลกด้วยชีวิตของทหารสหรัฐและพลเรือนที่อาศัยอยู่ในประเทศเป้าหมายในภูมิภาคอ่าวอาหรับ”

ผบ.กองทัพสหรัฐยังได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ “เพิ่มความสำคัญในการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นสองเท่า” แต่ไม่ได้ระบุขั้นตอนเฉพาะเจาะจงในบันทึกข้อความดังกล่าว

การเตือนดังกล่าวตอกย้ำให้เห็นถึงความตึงเครียดที่เพิ่มมากขึ้นระหว่างการรายงานข่าวแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสงคราม ซึ่งมักได้รับความช่วยเหลือจากภาพถ่ายดาวเทียมและคำบอกเล่าจากผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ กับความต้องการของกองทัพสหรัฐในการจำกัดข้อมูลใดที่อาจเป็นประโยชน์ต่อความพยายามสังหารและทำร้ายทหารสหรัฐของอิหร่าน

แหล่งข่าวสองรายเผยกับรอยเตอร์ว่า ในจอร์แดน ซึ่งเป็นเป้าหมายในการโจมตีของอิหร่านอยู่บ่อยครั้ง ทหารสหรัฐบางส่วนได้รับแจ้งว่าโทรศัพท์มือถือของพวกเขาอาจถูกยึดในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

ขณะที่แหล่งข่าวรายที่สามกล่าวว่า ทางการกำลังพิจารณาใช้มาตรการดังกล่าวในภูมิภาค เนื่องจากความกังวลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติการ แต่ไม่ได้ระบุว่าการยึดโทรศัพท์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

เมื่อถามสอบความคิดเห็นจากกัปตันทิโมธี ฮอว์กินส์ โฆษกของกองบัญชาการกลางสหรัฐ เขาตอบว่า

“ข้อความนี้เป็นการแจ้งเตือนทั่วไปแก่กำลังพลของเราถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน นี่เป็นหนึ่งในหลายโอกาสที่พลเรือเอกคูเปอร์ใช้ในการสื่อสารเกี่ยวกับการจัดลำดับความสำคัญในการปฏิบัติงาน”

วิดีโอหลบภัย เอื้ออิหร่านโจมตีแม่นยำ

รอยเตอร์รายงานว่า วิดีโอที่บันทึกโดยทหารสหรัฐนายหนึ่งขณะกำลังวิ่งไปยังที่หลบภัยระหว่างการโจมตีอย่างรุนแรงของอิหร่านต่อฐานทัพอากาศมูวัฟฟัก ซัลติ ในจอร์แดนเมื่อวันที่ 17 ก.ค. ถูกนำไปโพสต์ในโลกออนไลน์ และคูเปอร์ได้อ้างอิงวิดีโอดังกล่าวในจดหมายแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ โดยระบุว่าเป็นวิดีโอที่ถ่ายจากแว่นตาอัจฉริยะของเมตา (Meta) ที่ติดตั้งกล้อง

วิดีโอดังกล่าวเผยแพร่ผ่านอินสตาแกรม เผยให้เห็นว่าทหารอพยพเข้าบังเกอร์ที่ใด อย่างไร ในระหว่างที่อิหร่านโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธ

“อิหร่านรู้ว่ายิงอาวุธไปแล้ว แต่กองกำลังของพวกเขาไม่รู้ว่ากระสุนพลาดเป้าไป 50 เมตร โดนลานจอดเครื่องบินที่ว่างเปล่า หรือโดนเป้าหมายที่มีผู้คนหนาแน่น” ผบ.ระบุในจดหมาย

“รายละเอียด และการวิเคราะห์สิ่งที่ถูกโจมตี ที่เผยแพร่อย่างเปิดเผยจากสำนักข่าวต่างๆ นั้น เท่ากับเป็นการประเมินความเสียหายจากการสู้รบ (BDA) ให้กับอิหร่าน โดยที่พวกเขาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลย” คูเปอร์กล่าว

โดยปกติแล้วอิหร่านจะประเมินความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการโจมตีได้ยาก หากไม่มีรายงานดังกล่าวเผยแพร่ ซึ่งเป็นผลมาจากการรบกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือยุทธวิธีอื่นๆ ที่กองทัพสหรัฐใช้ในเขตสงคราม

ต้องเผยข้อมูลให้น้อยที่สุด

แหล่งข่าวเจ้าหน้าที่เผยว่า กฎระเบียบเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ที่ส่งไปปฏิบัติการอาจแตกต่างกันอย่างมากในแต่ละหน่วย โดยทหารจำนวนมากต้องเก็บโทรศัพท์ไว้ในที่ที่กำหนด และในภารกิจที่มีความอ่อนไหวด้านความมั่นคงเป็นพิเศษ หน่วยปฏิบัติการพิเศษอาจสั่งห้ามใช้โทรศัพท์มือถือโดยเด็ดขาด

แต่แหล่งข่าวสองรายเผยว่าความเป็นได้เกี่ยวกับการยึดโทรศัพท์นั้น ทำให้สมาชิกในครอบครัวทหารบางคนรู้สึกวิตกกังวลมากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขาก็รู้สึกตึงเครียดอยู่แล้วในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา จากการอ่านข่าวที่อิหร่านอ้างว่ามีการโจมตีฐานทัพต่างๆ ทั่วตะวันออกกลางจนมีผู้เสียชีวิต

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่สหรัฐ เตือนมาหลายปีแล้วว่า แอปพลิเคชันบางอย่างในอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เช่น แอปพลิเคชันฟิตเนส อาจถูกฝ่ายตรงข้ามใช้ประโยชน์เพื่อช่วยในการกำหนดเป้าหมายได้ด้วย เนื่องจากมีข้อมูลตำแหน่งที่ตั้ง

รอยเตอร์เคยรายงานเมื่อเดือนพฤษภาคมไว้ว่า ข้อมูลตำแหน่งที่ตั้งที่หาได้ทั่วไปจากการเก็บรวบรวมจากสมาร์ตโฟนหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่สามารถนำมาใช้กำหนดเป้าหมายหรือสอดแนมกองกำลังสหรัฐ

ในขณะเดียวกัน เพนตากอนได้พยายามควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลอย่างระมัดระวัง เนื่องจากข้อกังวลด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน โดยมักปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอ้างความรับผิดชอบในการโจมตีของอิหร่าน หรือให้รายละเอียดเกี่ยวกับเหตุการณ์แต่ละเหตุการณ์ที่นำไปสู่การบาดเจ็บของทหารสหรัฐ

คูเปอร์กล่าวว่ารายละเอียดเกี่ยวกับการโจมตีสามารถช่วยให้อิหร่านวางแผนโจมตีซ้ำได้

“การเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างละเอียดสามารถกลายเป็นสัญญาณไฟเขียวให้กองกำลังอิหร่านเปิดฉากโจมตีระลอกที่สองที่รุนแรงกว่ามากได้ทันที” เขากล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...