โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบสาวบัญชีม้า แก๊งหลอกซ้ำ อ้างช่วยตามเงินคืน หลังเหยื่อถูกโกงซื้อโทรศัพท์ แอดไลน์มาตุ๋นต่อ 64 ครั้ง สูญเงินกว่า 8 ล้านบาท

สวพ.FM91

อัพเดต 30 ส.ค. เวลา 20.42 น. • เผยแพร่ 30 ส.ค. เวลา 12.38 น.

วันที่ 30 สิงหาคม 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ร่วมกันจับกุม นางสาวเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ฐาน “เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น,เป็นผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดฐานโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิด หรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก หรือบัญชีอิเล็กทรอนิกส์ของตนเองโดยไม่มีเจตนาใช้เพื่อตน โดยประการ ที่น่าจะรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีฯ” โดยจับกุม บริเวณสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงประมาณเดือนพฤษภาคม 2568 ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้สั่งซื้อโทรศัพท์มือถือผ่านทางโซลเชียลมีเดีย โดยผู้เสียหายได้ชำระเงินตามจำนวนและช่องทางที่ผู้ขายแจ้งให้ทราบ แต่ภายหลังกลับไม่ได้รับโทรศัพท์มือถือหรือสินค้าที่สั่งซื้อแต่อย่างใด ทำให้ผู้เสียหายได้รับความเสียหายและเชื่อว่าตนเองถูกหลอกลวง ต่อมาได้มีบุคคลติดต่อผู้เสียหายผ่านทางแอปพลิเคชันไลน์ โดยอ้างว่าสามารถ ช่วยติดตามเงินหรือดำเนินการขอเงินที่ถูกหลอกลวงกลับคืนมาได้ ทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวังว่าจะได้รับเงินที่สูญเสียไปกลับคืนมาจึงหลงเชื่อและพูดคุยติดต่อกับบุคคลดังกล่าว

จากนั้นคนร้ายได้แนะนำขั้นตอนต่างๆ โดยอ้างว่าเป็นกระบวนการสำหรับติดตามหรือขอคืนเงินและให้ผู้เสียหายดำเนินการตามที่แจ้ง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและทำตามขั้นตอนดังกล่าว กลับไม่ได้รับเงินคืนตามที่คนร้ายกล่าวอ้างแต่อย่างใดพฤติการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว แต่คนร้ายได้ใช้วิธีการในลักษณะเดียวกัน หลอกลวงผู้เสียหายรวมจำนวน 64 ครั้ง ส่งผลให้มีมูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 8,163,191 บาท

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการสืบสวนและได้รับแจ้งว่านางสาวเอ นั้นหลบหนีมาอยู่กรุงเทพมหานครและกำลังจะเดินทางลงใต้ จึงได้เดินทางไปสืบสวนหาข่าวบริเวณดังกล่าว พบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณคล้ายผู้ต้องหาตามหมายจับ จึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ

จากการตรวจสอบทราบว่าบุคคลดังกล่าวชื่อนางสาวเอ โดยนำบัตรประจำตัวประชาชนมาตรวจสอบยืนยันพบว่ามีชื่อตรงกันกับบุคคลตามหมายจับและมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับ สอบถามผู้ต้องหายอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริงและไม่เคยถูกจับในคดีนี้มาก่อน ผู้ต้องหาดูอย่างละเอียดจนทราบและเข้าใจดีแล้ว

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น ปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การเพิ่มเติมว่าก่อนเกิดเหตุตนได้ให้เพื่อนหญิงชื่อ “เจน” อยู่ที่จังหวัดสมุทรปราการ ยืมสมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็มพร้อมรหัส ให้กับเพื่อนคนดังกล่าว ซึ่งเป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกัน หลังจากให้บัญชีธนาคารไปแล้ว ต่อมาตนก็ไม่ได้ติดต่อเพื่อนคนดังกล่าวและมาโดนหมายจับในวันนี้
เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...