สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 10 สิงหาคม 2569
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -10 ส.ค. 69 7:37: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนก.ย. ปิดที่ 78.18 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 89 เซนต์ หรือ +1.15%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนต.ค. ปิดที่ 83.55 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.06 ดอลลาร์ หรือ +1.3%
ราคาน้ำมันดิบปิดแดนบวกในวันศุกร์ (7 ส.ค.) ท่ามกลางความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการเจรจาเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซที่ยังคงดำเนินอยู่ ขณะที่เช้านี้ ราคาน้ำมันยังคงขยับขึ้นอีก หลังอิหร่านระบุว่า ข้อตกลงกับโอมานเพื่อกำหนดเส้นทางเดินเรือใหม่อยู่ในขั้นตอนสุดท้าย โดยเรียกร้องให้สหรัฐฯ ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ก่อน
ณ เวลา 05.06 น. ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์เพิ่มขึ้น 1.20 ดอลลาร์ หรือ 1.44% สู่ระดับ 84.79 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.12 ดอลลาร์ หรือ 1.08% สู่ระดับ 79.29 ดอลลาร์/บาร์เรล
*** สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ เผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเดือนก.ค. ลดลง 23,000 ตำแหน่ง ต่ำกว่าคาดการณ์ของ Dow Jones ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 83,000 ตำแหน่ง ขณะที่อัตราการจ้างงานลดลงมาอยู่ที่ 4.1% โดยการมีส่วนร่วมในกำลังแรงงานยังคงลดลงต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ตัวเลขการจ้างงานหลังปรับทวนแล้วเดือนพ.ค. และมิ.ย. ลดลงรวมกัน 103,000 ตำแหน่ง ซึ่งสะท้อนว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯ อ่อนแอกว่าที่คาดไว้
*** อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านไม่ได้อยู่ระหว่างการเจรจากับสหรัฐฯ โดยตรง แต่เป็นการแลกเปลี่ยนข้อความผ่านคนกลาง ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายอื่น ๆ ระบุเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ข้อตกลงกับอิหร่านเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้งใกล้จะบรรลุแล้ว
ขณะเดียวกัน ยังมีรายงานว่า กลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านได้ใช้โดรนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของ Saudi Aramco ในเมืองจาซานของซาอุดีอาระเบีย
*** ซาอุดีอาระเบียระงับเหตุเพลิงไหม้ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่โรงกลั่นน้ำมันในเมืองจาซานได้แล้ว โดยกลุ่มฮูตีในเยเมนออกมาอ้างว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโจมตีโรงกลั่นดังกล่าวในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ด้านกระทรวงพลังงานซาอุดีอาระเบียระบุว่า ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว
*** บรรดานักลงทุนและนักกลยุทธ์ในวอลล์สตรีทมองว่า สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ กำลังส่งสัญญาณใหม่ว่า ต้องการสกัดไม่ให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นไปอีก
ตลอดช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา เบสเซนต์ได้ดำเนินมาตรการหลายอย่าง ซึ่งนักลงทุนมองว่ามีเป้าหมายเพื่อลดแรงกดดันต่อตลาดพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ หลังอัตราดอกเบี้ยระยะยาวพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 19 ปี ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น ทั้งฝั่งผู้ซื้อบ้านและบริษัทจำนวนมากในภาคธุรกิจของสหรัฐฯ
*** รัฐบาลจีนเพิ่มความพยายามในการใช้ประโยชน์จากตลาดทุน ซึ่งมีมูลค่ารวมราว 28 ล้านล้านดอลลาร์ ทั้งตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ โดยหน่วยงานกำกับดูแลเร่งอนุมัติ IPO ให้แก่บริษัทที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ และเปิดช่องทางให้บริษัทเหล่านี้ระดมทุนผ่านการออกพันธบัตรเพิ่มเติม ขณะที่ทางการยังเข้าพยุงตลาดอย่างรวดเร็วเมื่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีร่วงลงในเดือนก.ค. แม้มาตรการดังกล่าวไม่ได้มุ่งสนับสนุนโดยตรงต่อ CXMT ซึ่งเพิ่งทำ IPO เข้าตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา แต่การเข้าจดทะเบียนของบริษัทถือเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจดังกล่าว
*** ธนาคารกลางในตลาดเกิดใหม่ของเอเชียกำลังหามาตรการพยุงค่าเงินโดยไม่ต้องใช้ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศ เนื่องจากความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่อาจอยู่ในระดับสูง
อินเดีย เกาหลีใต้ อินโดนีเซีย และไต้หวัน ต่างออกมาตรการเพื่อดึงดูดเงินตราต่างประเทศและช่วยพยุงค่าเงิน เช่น การเสนอเงินฝากสกุลดอลลาร์ที่ให้ผลตอบแทนสูง การจูงใจให้ภาคธุรกิจนำรายได้สกุลดอลลาร์กลับประเทศ และการส่งเสริมเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตร
*** กองทุนเฮดจ์ฟันด์ลดสถานะเก็งกำไรขาลงต่อเงินเยนลงอย่างมาก หลังความร่วมมือระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และญี่ปุ่นร่วมพยุงค่าเงิน
ข้อมูลจากคณะกรรมการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าสหรัฐฯ ที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ ระบุว่า กองทุนที่ใช้กลยุทธ์ลงทุนแบบเลเวอเรจ ลดสถานะขายสุทธิในเงินเยนลงเกือบครึ่ง เหลือ 63,600 สัญญา ณ วันที่ 4 ส.ค. ในตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้าและออปชัน จากระดับเกือบ 138,000 สัญญา ณ สิ้นเดือนมิ.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2007 สะท้อนการลดเดิมพันขาลงต่อเงินเยนอย่างชัดเจน
*** นักวิเคราะห์มองว่า ดอลลาร์ออสเตรเลียมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นกลับไปใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 35 ปีเมื่อเทียบกับเงินเยน ขณะที่ผลจากการแทรกแซงตลาดเงินของญี่ปุ่นเริ่มลดลง นอกจากนี้ แนวโน้มการคุมเข้มนโยบายการเงินของธนาคารกลางออสเตรเลียยังเป็นปัจจัยหนุนค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย
อัตราแลกเปลี่ยนสกุลเงินดอลลาร์ออสเตรเลีย-เยนเริ่มฟื้นตัวแล้ว หลังร่วงลงมากกว่า 4% สู่ระดับใกล้ 109 เยนต่อดอลลาร์ออสเตรเลียภายหลังญี่ปุ่นเข้าแทรกแซงตลาดเงิน โดยปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาใกล้ระดับ 111.52 เยน
ขณะเดียวกัน การประชุมนโยบายการเงินครั้งถัดไปของธนาคารกลางออสเตรเลียกำลังใกล้เข้ามา นักวิเคราะห์จึงให้น้ำหนักมากขึ้นกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจมีอิทธิพลเหนือความพยายามของญี่ปุ่นในการลดความผันผวนของตลาดเงิน
*** รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของแอนดี เบอร์แนม นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ปฏิเสธที่จะตัดนโยบายขึ้นภาษีธนาคาร ออกจากงบประมาณฉบับใหม่ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์ว่ารัฐบาลชุดใหม่อาจมุ่งเป้าไปที่บริษัทต่างๆ ในย่านซิตี้ออฟลอนดอน โดยสภาสหภาพแรงงานอังกฤษเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีปรับขึ้นภาษีส่วนเพิ่มที่เรียกเก็บจากธนาคาร เพื่อนำรายได้ไปสนับสนุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของผู้บริโภค หลังธนาคารต่างๆ รายงานผลกำไรในระดับสูง
ขณะที่ผู้บริหารธนาคารและซีอีโอของบริษัทต่างชาติเตือนว่า การขึ้นภาษีอาจกระทบต่อการลงทุนในสหราชอาณาจักรและผลักดันเงินทุนออกนอกประเทศ โดยบางรายมองว่าภาษีส่วนเพิ่มสำหรับธนาคารของสหราชอาณาจักรไม่สามารถแข่งขันกับประเทศอื่นได้
*** Berkshire Hathaway รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 - ทุ่ม 10,000 ล้านดอลลาร์ เข้าซื้อหุ้น Alphabet พร้อมเดินหน้าซื้อหุ้นคืนราว 4,500 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดของบริษัทลดลงมาอยู่ที่ 365,500 ล้านดอลลาร์ จากเกือบ 400,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นเดือนมี.ค.
ติดตามข้อมูล และข่าวสารอื่น ๆ ของ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" เพิ่มเติมได้ที่ :https://url.in.th/w-stock-news
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ