โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

รวบตัวรายสุดท้าย! แก๊งมหาภัยปลอมเป็นการไฟฟ้า หลอกสแกนหน้าฉกเงินล้าน นำไปฟอกกว้านซื้อทอง

มุมข่าว

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • neen
คอมมานโด รวบตัวรายสุดท้าย! แก๊งมหาภัยปลอมเป็นการไฟฟ้า หลอกสแกนหน้าฉกเงินล้าน นำไปฟอกกว้านซื้อทอง

วันที่ 24 ส.ค. 2569 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองกำกับการ 1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.ธีรชาติ ธีรชาติธำรง ผบก.ปพ. และ พ.ต.อ.ศตวรรษ บุญมี ผกก.1 บก.ปพ. ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน กก.1 บก.ปพ. ร่วมกันจับกุมตัว นายเอ (นามสมติ) อายุ 47 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับของ ศาลจังหวัดนครสวรรค์ ที่ 556/2569 ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดฐาน ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยการแสดงตัวเป็นคนอื่น และร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์

โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง และเปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อเจตนาที่ตนเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีหรือความผิดทางอาญาอื่นใด

สถานที่จับกุม บริเวณริมถนนหน้าบ้านเลขที่ 131 หมู่ที่ 14 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น

การจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีเหตุการณ์เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. มิจฉาชีพได้โทรศัพท์หาผู้เสียหายโดยอ้างว่าเป็น บุตรเขย แจ้งว่ามีพนักงานจากการไฟฟ้าติดต่อมาเรื่องมิเตอร์ไฟฟ้ามีปัญหา พร้อมให้เบอร์โทรศัพท์ติดต่อกลับ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อโทรไปตามหมายเลขดังกล่าว มีกลุ่มคนร้ายทั้งชายและหญิงสลับกันรับสาย อ้างว่าจะมีช่างเข้ามาเปลี่ยนมิเตอร์ให้ในวันถัดไป และแจ้งว่าผู้เสียหายมีสิทธิ์ได้รับเงินประกันและเงินมัดจำคืนเป็นจำนวน 6,274.84 บาท

ต่อมาเมื่อผู้เสียหายแจ้งว่าทำรายการไม่เป็น มิจฉาชีพจึงใช้อุบายให้เรียกหลานมาช่วย โดยส่ง QR Code สำหรับเพิ่มเพื่อนทางแอปพลิเคชันไลน์ โปรไฟล์ชื่อ ไอซ์ วทัญญา บุญพาสุข พร้อมส่งรูปบิลค่าไฟและ QR Code ที่มีตราสัญลักษณ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคมาให้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

จากนั้น คนร้ายได้ใช้วิธีวิดีโอคอลเพื่อสั่งการ โดยหลอกให้ผู้เสียหายเปิดแอปพลิเคชันธนาคารออมสิน สั่งให้เปลี่ยนเมนูใช้งานเป็นภาษาอังกฤษ แล้วให้สแกน QR Code พร้อมกดยืนยัน และทำการสแกนใบหน้าถึง 2 ครั้ง ด้วยความที่ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษ ผู้เสียหายจึงยอมทำตามขั้นตอน ก่อนที่คนร้ายจะสั่งให้ปิดเครื่องโทรศัพท์ทันที โดยอ้างว่าอยู่ระหว่างรอระบบประมวลผล

ภายหลังปิดเครื่องไปได้สักพัก ผู้เสียหายเริ่มสงสัยจึงเปิดเครื่องเพื่อตรวจสอบเงินในบัญชี แต่ปรากฏว่าไม่สามารถเข้าใช้งานแอปพลิเคชันธนาคารออมสินได้ จึงเดินทางไปสอบถามที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอตากฟ้า เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ามีพนักงานชื่อดังกล่าวจริง แต่ไม่ใช่บุคคลตามรูปโปรไฟล์ในไลน์ ทำให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง

ผู้เสียหายได้รีบโทรศัพท์แจ้งสายด่วน 1441 เพื่อขอระงับบัญชี และพยายามติดต่อคนร้ายแต่ถูกตัดสายและไม่อ่านข้อความ ก่อนเดินทางไปยังธนาคารเพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวทางบัญชีและกู้คืนการใช้งานแอปพลิเคชัน จนพบว่าเงินในบัญชีถูกโอนออกไปยังบัญชีต่างธนาคารรวม 2 รายการ ได้แก่: หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี นายเอ (นามสมติ) และ หมายเลขบัญชี ชื่อบัญชี นางสาวบี (นามสมติ) คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 1,640,000 บาท

หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้รวบรวมพยานหลักฐานเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ กระทั่งพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานยื่นขออนุมัติศาลออกหมายจับผู้ก่อเหตุ จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของ นายเอ(ผู้ต้องหา) พบว่า ภายหลังจากที่เงินของผู้เสียหายถูกโอนเข้าสู่บัญชีธนาคารของนายเอ (นามสมติ) แล้ว ได้มีการทำรายการโอนเงินออกจากบัญชีดังกล่าวเพื่อชำระค่าทองคำให้แก่ร้านทองแห่งหนึ่งภายในศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น พนักงานสอบสวนจึงเชื่อว่า บัญชีธนาคารดังกล่าวมีการทำธุรกรรมและใช้จ่ายโดยตัวผู้ต้องหาเอง อันแสดงให้เห็นถึงพฤติการณ์และการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด พนักงานสอบสวนจึงเชื่อว่าผู้ต้องหาทั้งสองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในคดีนี้

หลังจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้จับกุม นางสาวบี (นามสมติ) ผู้ต้องหารายที่ 1 ได้เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลตามจับกุมผู้ต้องหารายสุดท้ายได้แล้ว ที่ อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดย ชุดสืบสวน กก.1 กองบังคับการปฏิบัติการพิเศษ (บก.ปพ.) ได้แกะรอยจนสืบทราบว่า นายเอ (นามสมติ) ผู้ต้องหาตามหมายจับรายที่ 2 ได้หลบหนีไปกบดานอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ 14 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น จึงนำกำลังไปวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งพบบุคคลที่มีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับกำลังเดินอยู่บริเวณริมถนนหน้าบ้านในพื้นพื้นที่ หมู่ที่ 14 ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวพร้อมแสดงหมายจับและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ

เบื้องต้น นายเอ (นามสมติ) ยังให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและยังไม่เคยถูกจับกุมในคดีนี้มาก่อน เจ้าหน้าที่จึงแจ้งสิทธิ์ตามกฎหมาย พร้อมควบคุมตัวไปทำบันทึกการจับกุมที่ สภ.น้ำพอง ก่อนประสานส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ตากฟ้า จ.นครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น นายเอ (นามสมติ) ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยอ้างว่าตนได้รับการชักชวนให้ทำงานเสริมผ่านทาง Facebook ต่อมาได้มีการติดต่อผ่านแอปพลิเคชัน Line โดยบุคคลดังกล่าวเสนอขอเช่าบัญชีธนาคารของตนเพื่อแลกกับค่าตอบแทน และได้นัดหมายให้ไปพบที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล ขอนแก่น เมื่อเดินทางไปถึง ได้มีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นผู้ที่นัดหมายเข้ามาพบ และพานั่งรอที่บริเวณหน้าธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาเซ็นทรัล ขอนแก่น ระหว่างนั้นบุคคลดังกล่าวได้คอยสอบถามข้าพเจ้าอยู่ตลอดเวลาว่ามีเงินโอนเข้ามาในบัญชีหรือยัง

จนกระทั่งเวลาประมาณ 17:00 น. ได้มีเงินโอนเข้ามาในบัญชีของตนเป็นจำนวน 1,000,000 บาท บุคคลดังกล่าวจึงแจ้งให้ไปดำเนินการถอนเงินสด แต่เนื่องจากธนาคารปิดทำการแล้ว จึงไม่สามารถถอนเงินสดได้ บุคคลดังกล่าวจึงพาตนนำเงินจำนวน 1,000,000 บาท ดังกล่าวไปซื้อทองคำแทน เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ บุคคลดังกล่าวได้มอบเงินสดให้จำนวน 4,000 บาท เป็นค่าตอบแทน ก่อนจะแยกย้ายกันไป หลังจากนั้นอีก 2 วัน นายเอ (นามสมติ) พบว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกอายัด และได้รับการติดต่อจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ตากฟ้า ให้ไปพบเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริง แต่ข้าพเจ้าไม่ได้เดินทางไปตามนัดหมาย เนื่องจากไม่คิดว่าจะมีความรุนแรงถึงขั้นถูกดำเนินการออกหมายจับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...