โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจ้าชายน้ำแข็ง กับฝันแห่งประวัติศาสตร์โอลิมปิกที่หลุดลอย

The Momentum

อัพเดต 12 ก.พ. 2565 เวลา 15.06 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2565 เวลา 04.30 น. • ชยพล ทองสวัสดิ์

เป็นที่แน่นอนแล้วว่า ยูซุรุ ฮานิว (Yuzuru Hanyu) นักสเกตน้ำแข็งชาวญี่ปุ่น ผู้ได้ชื่อว่าเป็น G.O.A.T ของวงการ และเจ้าของฉายา ‘เจ้าชายน้ำแข็ง’ วัย 27 ปี หมดโอกาสในการเป็นแชมป์โอลิมปิก 3 สมัยติดต่อกันเป็นคนแรกในรอบ 94 ปี หลังจากเขาเกิดข้อผิดพลาดด้วยอุบัติเหตุในระหว่างการแข่งขัน Short Program จนได้คะแนนรวมอยู่ในอันดับที่ 8 ขณะที่คู่แข่งคนสำคัญอย่าง นาธาน เฉิน (Nathan Chen) นักสเกตน้ำแข็งสหรัฐอเมริกา ทำได้อย่างสมบูรณ์แบบ จนคว้าคะแนนสูงสุดทำลายสถิติโลก และอยู่ในอันดับที่หนึ่ง

ในช่วงแรกของการแข่งขัน แม้การเป็นแชมป์โอลิมปิก 3 สมัยติดต่อกันจะเลือนราง ฮานิว ยังมีอีกเป้าหมายสำคัญ และเป็นไพ่ตายของเขาในการทิ้งทวนโอลิมปิกครั้งนี้ ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะเป็นโอลิมปิกสุดท้ายสำหรับเขา นั่นคือการกระโดดท่า Quadruple Axel ซึ่งเป็นการกระโดดที่ยากที่สุด และยังไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนในการแข่งขันจริง ในการแข่งขัน Free Program

ท่าดังกล่าวเป็นการกระโดดหมุนตัวกลางอากาศ 4 รอบครึ่ง ซึ่งปัจจุบันนักกีฬาสเกตน้ำแข็งชายทำได้เพียง 3 รอบครึ่งเท่านั้น นี่จึงเป็นท่ากระโดดที่เรียกได้ว่า ต้องทำอย่างสมบูรณ์แบบและไร้ข้อผิดพลาดเท่านั้น 

ดังนั้น การกระโดดท่า Quadruple Axel จึงเป็นเดิมพันที่สำคัญสำหรับฮานิว ประการแรก หากใช้ไพ่ลับท่าไม้ตายได้ ก็อาจเป็นโอกาสที่เขาจะพลิกตัวเองกลับเข้าสู่เส้นทางการแข่งขันชิงเหรียญทองโอลิมปิกอีกครั้ง และประการที่สอง คือการเป็นนักกีฬาสเกตน้ำแข็งคนแรกที่ทำท่า Quadruple Axel ได้สำเร็จ

แต่ทว่าในการแข่งขัน Free Program ฮานิวทำคะแนนรวมได้ 188.06 อยู่ในอันดับที่สี่ ซึ่งมีคะแนนน้อยกว่าอันดับสาม ที่จะได้ยืนบนแท่นเพียง 10 คะแนนเท่านั้น 

อย่างไรก็ดี แม้จะไม่สามารถสร้างประวัติศาสตร์ได้ แต่นักสเกตน้ำแข็งหนุ่มจากเซ็นได ผู้ได้ชื่อว่ากล้าหาญและจิตใจเข้มแข็งอย่างฮานิว ก็สามารถก้าวออกจากการแข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งครั้งนี้ได้อย่างภาคภูมิใจ 

“ผมทุ่มสุดตัวจนไม่เหลืออะไรที่จะต้องเสียดายอีกแล้ว” ฮานิว กล่าวหลังจบการแข่งขัน “ผมใส่เกียร์สุดตั้งแต่เริ่มต้น และคิดว่ากระโดดท่า Axel ได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ นั่นต่างหากคือสิ่งที่ผมจะยึดมั่นในหัวใจตลอดไป การแข่งขันมันก็เป็นอย่างนี้ โอลิมปิกครั้งนี้ถือว่าท้าทายมาก และผมทุ่มเททุกอย่างที่มีลงไปแล้ว”

หนุ่มน้อยจากเซ็นไดผู้เริ่มเล่นสเกตเพราะพี่สาว

ยูซุรุ ฮานิว ถือเป็นหนึ่งในนักกีฬาที่มีชื่อเสียงที่สุดของโลก เขาเกิดและเติบโตที่เมืองเซ็นได ประเทศญี่ปุ่น โดยชื่อของเขามีความหมายว่า ‘สายธนูที่ขึงตึง’ อันเป็นสัญลักษณ์ของความมั่นใจ ความแข็งแรง ความซื่อตรงและยุติธรรม และเริ่มเล่นสเกตน้ำแข็งตาม ซายะ พี่สาวของเขา เมื่ออายุได้เพียง 4 ขวบ โดยได้แรงบันดาลใจจากอดีตราชานักสเกตชาวรัสเซียผู้เป็นตำนานอย่าง อีฟกานี พลูเซนโก รวมถึงนักสเกตชาวอเมริกันอย่าง จอห์นนี เวียร์

ฮานิวเข้าศึกษาในระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมปลายโทโฮะกุ ซึ่งเป็นโรงเรียนที่นักสเกตชื่อดังนิยมเคยเรียนอยู่ เช่น ทาเคชิ ฮอนดะ และชิซึกะ อาราคาว่า แชมป์เหรียญทองโอลิมปิกหญิงคนแรกของญี่ปุ่น ก่อนที่จะเข้ารับการศึกษาทางไกลในมหาวิทยาลัยวาเซดะ สาขามนุษยสนเทศและประชานศาสตร์

มีข้อสังเกตหนึ่งที่น่าสนใจคือ ฮานิวมีโรคประจำตัวคือหอบหืด ซึ่งเป็นมาตั้งแต่อายุ 2 ขวบ ซึ่งปัจจุบันจะเห็นได้จากหลังเสร็จสิ้นการแข่งขัน เขามักจะหอบและมีอาการหายใจไม่ทัน

จุดเริ่มต้นระดับเยาวชน และแชมป์โลกเยาวชนชาย

ฮานิวเข้าแข่งขันระดับผู้เริ่มเล่นในปี 2004 และได้รับเหรียญทอง ก่อนจะได้ นานามิ อาเบะ เข้ามาเป็นโค้ช ช่วงปี 2006-2007 เขาลงแข่งขันหลายรายการ และคว้าได้ทั้งเหรียญทองและเหรียญทองแดง กระทั่งได้ขึ้นมาอยู่ในระดับเยาวชน และลงแข่งขันในรายการ Junior Grand Prix เป็นรายการแรก ที่ประเทศอิตาลี โดยมีคะแนนรวมอยู่ในอันดับที่ 5

หลังจากนั้นฮานิวเข้าแข่งรายการ Japan Junior Championship 2008-09 ทำคะแนนในโปรแกรมสั้นได้ 57.25 คะแนนเป็นอันดับที่ 4 และฟรีสเกตเป็นอันดับที่ 1 ด้วยคะแนน 124.92 ผลคะแนนรวมเป็นที่ 1 ด้วยคะแนน 182.17 จึงได้รับเหรียญทองในรายการนี้ และถือว่าเป็นนักกีฬาชายที่อายุน้อยที่สุดในวัยเพียง 13 ปีเท่านั้น

ในปี 2009-2010 ฮานิวชนะการแข่ง Japan Junior Championship และได้รับการคัดเลือกเข้าแข่งขันในรายการ Japan Championship ระดับผู้ใหญ่ ก่อนจะชนะเหรียญทองในการแข่งขันที่ประเทศโครเอเชียและโปแลนด์ และถูกเลือกให้เข้าแข่งรายการ World Junior Championship อีกครั้งและได้รับเหรียญทองด้วยการทำคะแนนส่วนตัวดีที่สุด จึงกลายเป็นนักสเกตชาวญี่ปุ่นที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเหรียญทองในรายการแข่งขันใหญ่ระดับโลกนี้

สู่การมีชื่อเสียง และสองเหรียญทองประวัติศาสตร์โอลิมปิก

หลังจากคว้ารางวัลมาหลายรายการ เมษายนปี 2012 ฮานิวตัดสินใจย้ายไปอยู่กับโค้ช ไบรอัน ออร์เซอร์ ที่โทรอนโต ประเทศแคนาดา และได้เพิ่มเวลาฝึกซ้อมจาก 1-2 ชั่วโมงต่อวันเป็น 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ก่อนที่ในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน ฮานิวจะชนะเหรียญทองในการแข่งขันระดับชาติได้เป็นครั้งแรก ถัดมาในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2013 ก็คว้าเหรียญเงินในการแข่งชิงแชมป์สี่ทวีป และจบที่อันดับ 4 ในการแข่งชิงแชมป์โลกปี 2013 

ในงานโอลิมปิกฤดูหนาวปีแรกของฮานิวที่รัสเซีย (Winter Olympic Sochi 2014) เขาเข้าร่วมแข่งโปรแกรมสั้นประเภททีมของทีมญี่ปุ่น โดยทำคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนน 97.98 ทำให้ทีมญี่ปุ่นได้ 10 คะแนน ซึ่งผลการแข่งขันประเภททีมโดยรวมญี่ปุ่นจบที่อันดับที่ 5 นอกจากนั้น ในการแข่งขันประเภทชายเดี่ยวฮานีวสามารถทำลายสถิติโลกได้อีกครั้งและเป็นนักสเกตคนแรกของโลกที่ทำลายกำแพงคะแนนเกิน 100 คะแนนด้วยคะแนน 101.45 และฟรีสเกต 178.64 รวมสองโปรแกรมได้คะแนนรวม 280.09 คะแนน คว้าเหรียญทองไปในที่สุด โดยเป็นนักกีฬาชายคนแรกของเอเชียและญี่ปุ่น ที่สามารถคว้าแชมป์โอลิมปิกฤดูหนาวในประเภทนี้มาได้ 

ที่สำคัญ เขาเป็นแชมป์โอลิมปิกฤดูหนาวที่อายุน้อยที่สุด ด้วยวัยเพียง 19 ปี เท่านั้น

หลังจากกลับสู่เซ็นไดบ้านเกิด ผู้คนถึงกับมารวมตัวขบวนพาเหรดเฉลิมฉลองให้กับเขากว่า 92,000 คน เลยทีเดียว

สี่ปีถัดมา โอลิมปิกฤดูหนาว 2018 ที่เมืองพย็องชาง ประเทศเกาหลีใต้ ฮานิวให้เวลากับการฝึกซ้อมสำหรับประเภทชายเดี่ยวเป็นหลัก และสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมใน Short Program และ Free Program จึงคว้าเหรียญทองได้เป็นเหรียญที่สองติดต่อกันเป็นคนแรก นับตั้งแต่ที่ ดิก บัตตอน (Dick Button) นักสเกตน้ำแข็งชาวอเมริกัน เคยทำไว้ในปี 1948 และ 1952

ไอคอนป็อปคัลเจอร์นอกสนามแข่ง

นอกจาก ยูซุรุ ฮานิว จะเป็นนักกีฬาที่ได้รับการยอมรับจากฝีมือแล้ว บุคลิก หน้าตา ของเขา ก็ถือได้ว่าดูดี สง่างาม ทำให้เขาได้รับความนิยมและกลายเป็นขวัญใจนอกสนามไม่แพ้กัน ยิ่งรวมกับนิสัยตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นที่มีความจริงจัง ตั้งใจ สุภาพ เอาใจใส่ และไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ ทำให้เขากลายเป็นดาวเด่น และเป็นไอคอนของใครหลายคน 

คุณสมบัติดังกล่าว ทำให้ตัวตนของฮานิวกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ถูกนำมาผนวกรวมกับวัฒนธรรมป๊อปคัลเจอร์ จนกลายเป็นต้นแบบตัวละครเอกในมังงะเรื่อง Yuri!!! on Ice อนิเมะกีฬาสเกตลีลาอันโด่งดัง ของอาจารย์นักวาด มิตสึโระ คุโบะ (Mitsurou Kubo ที่เริ่มฉายครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี 2016 และยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมถึงสร้างปรากฏการณ์ที่ทำให้กีฬาสเกตลีลาบูมขึ้นมาในกลุ่มเด็กและวัยรุ่น

ถึงแม้โอลิมปิกฤดูหนาวที่ปักกิ่งในปีนี้ของ ยูซุรุ ฮานิว จะจบลงไปแล้ว แต่เชื่อว่าเส้นทางส่งต่อแรงบันดาลใจของเขากับกีฬาสเกตน้ำแข็งจะยังไม่จบเพียงแค่บนลานแข่งขันเท่านั้น

ไม่แปลกที่แทบทุกการแข่งขันจะเห็นแฟนๆ ส่งเสียงเชียร์เขาหลังจบการแข่งขัน พร้อมกับโยน ‘ตุ๊กตาหมีพูห์’ อันเป็นคาแรกเตอร์ที่ฮานิวชื่นชอบเป็นพิเศษ ลงมาบนลานสเกตน้ำแข็งนับสิบนับร้อยตัว จนมีชื่อเรียกว่า ‘ฝนหมีพูห์’ นั่นแสดงถึงความนิยมในตัวเขา ผู้ซึ่งเป็นดาวเด่นได้เป็นอย่างดี

เพราะชัยชนะไม่ใช่สิ่งที่จะตัดสินชีวิตของนักกีฬาคนหนึ่ง เช่นเดียวกันชีวิตของคนคนหนึ่ง เพราะขึ้นชื่อว่าชีวิต เส้นทางนั้นยาวไกลเกินกว่าจะจบลงเพียงการล้มแค่ครั้งหรือสองครั้ง

หลังจบการแข่งขัน ฮานิวให้สัมภาษณ์พร้อมรอยยิ้มของผู้แพ้ที่ชนะใจแฟนกีฬา โดยกล่าวว่า

“มันไม่ง่ายเลย มีหลายสิ่งที่วนเวียนอยู่ในหัวของผม เมื่อคิดถึงสิ่งที่ผมพยายามทุ่มเทมา หากมองในแง่ของการแพ้หรือชนะ ผมอาจทำไม่สำเร็จ ผมล้มเหลวกับการกระโดดท่า Axel หรือท่า Salchow แต่ก็ทำได้ดีขึ้นในช่วงครึ่งที่สอง นี่ไงล่ะ มันเป็นเรื่องการล้มแล้วลุกขึ้นใหม่

“ผมอยากกระโดดท่า Quad Axel มาตั้งแต่ยังเป็นเด็กแล้ว โค้ชในสมัยนั้นเคยบอกกับผมว่า สักวันหนึ่งผมจะได้ทำมัน นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา สิ่งที่ผมทำคือ ซ้อม ซ้อม และซ้อม

“ผมอยากจะขอบคุณทุกคนสำหรับทุกการสนับสนุน ผมไม่รู้ว่าผมเล่นสเกตได้ตามความคาดหวังของพวกเขาหรือเปล่า ผมต้องขอโทษด้วยถ้าทำไม่ได้ แต่ทั้งหมดทั้งมวล ผมขอบคุณพวกเขาสำหรับทุกอย่างจากใจ”

 

ที่มา

https://olympics.com/en/news/hanyu-yuzuru-beijing-2022-free

https://olympics.com/en/news/hanyu-yuzuru-beijing-free-practice

https://www.bbc.com/news/world-asia-60328977

https://en.wikipedia.org/wiki/Yuzuru_Hanyu

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...