ตลาดโต 3 พันล้านซีรีส์วายพีกสุด ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก
อุตสาหกรรมคอนเทนต์ Y ในไทยเติบโตต่อเนื่อง ปีนี้ปังมากโต 20% ดันมูลค่าตลาดรวม 3 พันล้าน สร้างโอกาสผู้ประกอบการ-ดารา-ททท.ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ ดึงกรุ๊ปทัวร์มีต&กรี๊ดคู่จิ้นซีรีส์วาย เผยผู้ผลิต-นักแสดงไทยขึ้นแท่นระดับโลก หลังปลดล็อก กม.LGBTQ+
คอนเทนต์วาย (Y ย่อมาจาก Yaoi) เป็นวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่น เนื้อหาซีรีส์เป็นเรื่องราวความสัมพันธ์ของชายกับชายทั้งในเรื่องของความรักและความสัมพันธ์ สำหรับประเทศไทยตลาดนี้เติบโตต่อเนื่องร่วม 10 ปี และเป็นกระแสพีกสุดในหมู่คนรุ่นใหม่ จากวัฒนธรรมย่อยกลายเป็นอุตสาหกรรมใหญ่
ตลาดโตต่อเนื่อง
นายปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการ เทศกาล THAILAND INTERNATIONAL LGBTQ+ FILM & TV FESTIVAL เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า อุตสาหกรรมคอนเทนต์ Y ในไทยโตมาตั้งแต่ปี 2557 ช่วงที่ภาพยนตร์ Boy Love เรื่อง “รักแห่งสยาม” ได้รับความนิยม ผลจากการยอมรับความหลากหลายทางเพศทั้งในวงสังคมและสื่อบันเทิง รวมทั้งการสนับสนุนจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง การโปรโมตที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อุตสาหกรรมดังกล่าวเติบโตรวดเร็ว
จำนวนผู้ผลิตคอนเทนต์ Y จึงเพิ่มขึ้น จากไม่กี่บริษัท มาปีนี้มีมากกว่า 50 บริษัท ทั้งมุ่งพัฒนาแนวคิดและเรื่องราวที่ครอบคลุมประเด็นความรัก ความหลากหลาย และประสบการณ์ชีวิตที่น่าสนใจ
ปัจจุบันตลาดนี้มีมูลค่าต่อปีสูงถึง 2-3 พันล้านบาท โดยรวมรายได้จากการผลิตซีรีส์ การขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และการจัดจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลก โดยมีแบรนด์ต่าง ๆ สนใจทำโฆษณาช่วยเพิ่มมูลค่าไปด้วย
ปี 2567 ตลาดเติบโตขึ้น 20% เทียบกับปีที่ผ่านมา เกิดจากการขยายตลาดไปยังต่างประเทศโดยเฉพาะภูมิภาคเอเชีย อาทิ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เกาหลีใต้ และได้รับการตอบรับล้นหลาม ทำให้มีการลงทุนมากขึ้นในการพัฒนาบทและคุณภาพการผลิต
ทั้งนี้ กลุ่มผู้ชมหลักของคอนเทนต์ Y คือ กลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงานตอนต้นช่วงอายุ 18-35 ปี ที่เปิดรับความหลากหลายทางเพศและหาความบันเทิงที่สะท้อนชีวิตจริง ทั้งยังมีผู้ชมกลุ่มผู้ใหญ่ตอนปลายที่สนใจเรื่องราวลึกซึ้งและมีความหมาย สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมอีกมิติหนึ่ง
ต่อยอดธุรกิจทำเงิน
สอดคล้องกับ นายกฤษดา วิทยาขจรเดช ผู้กำกับและผู้บริหารค่าย Be On Cloud กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัจจุบันทั้งโลกสนใจคอนเทนต์ Boy Love-Girl Love ซึ่งผู้ผลิตไทยหลายรายยังคงเป็นท็อปของตลาดโลกอยู่
ปัจจุบันผู้ผลิตคอนเทนต์ Boy Love-Girl Love มีมากขึ้น ผู้บริโภคจึงมีตัวเลือก ผู้ผลิตเลยต้องโฟกัสคุณภาพบท ทำให้การแข่งขันยากขึ้น นั่นคือแข่งกับมาตรฐานตัวเองให้ไปสู่ระดับโลก
นอกจากมูลค่าตลาดรวม สิ่งที่ผู้ประกอบการและนักแสดงสามารถต่อยอดได้ คือ อีเวนต์ ทัวร์คอนเสิร์ต ขายของ ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มากของเอ็นเตอร์เทนเมนต์ไทย
คำว่า “โกอินเตอร์” โดยเฉพาะแฟชั่น อินดัสทรี ก็พากันไปกับคอนเทนต์ Y จนถึงจุดนั้น ทำให้วงการแฟชั่นโลกคึกคัก ไม่ใช่แค่คนไทยด้วยกันเอง ซอฟต์พาวเวอร์ก็ร่วมไปกับคอนเทนต์ Y ด้วย
ซึ่งกลุ่มผู้บริโภค 90% เป็นผู้หญิงวัยมัธยมถึงวัยทำงาน อายุ 15-40 ปี มีกำลังซื้อ ไม่เช่นนั้นคงไม่สนับสนุนมากขนาดนี้ ทั้งทางโซเชียลมีเดีย การซื้อของ ดูคอนเสิร์ต
“คำว่า ซีรีส์ Y ไม่ตายหรอก มีมานานแล้ว คนอยากดูก็อยากดูอยู่ คนที่ไม่รู้จักก็เริ่มมาดู คนดูในตลาดไม่ได้น้อยลง แต่ตัวเลือกผู้ผลิตมีเยอะขึ้น”
ไทยปลดล็อก LGBTQ+
ม.ร.ว.เฉลิมชาตรี ยุคล ประธานคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมด้านภาพยนตร์ เผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ซีรีส์ที่บูมเมื่อ 10 ปีก่อน คือ “Love Sick” จากผู้ผลิตอิสระที่เปิดมุมมองใหม่ นอกเหนือการเล่าเรื่องในขนบเดิมของละครโทรทัศน์ทั่วไป ส่วนภาพยนตร์ดังหลายเรื่อง แล้วค่อย ๆ เติบโตอย่างมีระบบระเบียบชัดเจน
เนื่องจากไทยเป็นประเทศที่เปิดกว้างสำหรับ LGBTQ+ ต่างชาติเข้ามาเสพคอนเทนต์ได้ หลายประเทศไม่ได้สนับสนุนด้านนี้ แต่ประชากรในประเทศเหล่านั้นสนใจ ทำให้ดีมานด์เข้ามาในเมืองไทยมากขึ้น
“แม้เกาหลีจะผลิตซีรีส์ที่ยอดเยี่ยม แต่สภาพสังคมยังไม่เปิดกว้าง ทำให้ไทยมีช่องในการขายงานสู่ต่างประเทศ และเกิดความนิยมในประเทศต่าง ๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียตะวันออก และยุโรป ในระยะหลัง เช่น รัสเซีย ฝรั่งเศส สเปน อิตาลี อเมริกากลาง และอเมริกาใต้”
มูลค่าตลาดเติบโตทุกปีในแง่ของรายได้วัดจากจำนวนผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย อีเวนต์ เดินสาย แฟนมีต มิวสิกวิดีโอ การขายผลงานทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนสินค้าและบริการต่าง ๆ
ขณะที่ผู้ผลิตคอนเทนต์มีมากกว่า 40-50 บริษัท แบ่งเป็นกลุ่มทุนใหญ่ เช่น GMM ช่อง 3 เป็นต้น ตามด้วยทุนขนาดกลางที่โตขึ้นอย่างแข็งแรง มีฐานแฟนคลับ และกลุ่มทุนขนาดเล็กที่ทำด้านโปรดักชั่น ไม่มีคู่นักแสดงในสังกัด รวม ๆ แล้วในไทยมี 60-70 เรื่องต่อปี และมีนักแสดง 100-150 คู่ ในปัจจุบัน
เข้าถึงสินค้าทุกระดับ
นายภวัต เรืองเดชวรชัย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มีเดีย อินเทลลิเจนซ์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ”ว่า กระแสนี้ยังอยู่ในจุดพีก และจำนวนคอนเทนต์มีมากกว่า 100 เรื่องต่อปี เช่นเดียวกับผู้ผลิตที่มีรายหลักประมาณ 10 ราย และรายย่อยจำนวนมาก
ศักยภาพคอนเทนต์วายสะท้อนได้ชัดเพราะแบรนด์แมสถึงลักเซอรี่ ทั้งอาหาร มือถือ อสังหาริมทรัพย์ กุชชี่ ปราด้า หลุยส์วิตตอง ฯลฯ ต่างหันมาใช้ดารา-คู่จิ้นเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์-พรีเซ็นเตอร์ ผลมาจากการเปิดกว้างด้านเพศในไทยจากวัฒนธรรมย่อยมาเป็นธุรกิจใหญ่เข้าได้ในทุกสินค้า
ททท.ดึงกรุ๊ปทัวร์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปี 2565 การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้จัดกรุ๊ปทัวร์ดึงชาวญี่ปุ่นที่ชื่นชอบคู่จิ้นซีรีส์วาย สัญชาติไทย มาท่องเที่ยวสถานที่ต่าง ๆ เพื่อต่อยอด Soft Power ตามนโยบายรัฐบาล ทั้งจับมือ “อายิโนะโมะโต๊ะ-ฮาล์ฟโทสท์” เปิดโปรเจ็กต์หนังซีรีส์วายเที่ยวตะวันออก 6 เรื่อง 6 จังหวัด
ปีนี้ ททท. เตรียมจัด Amazing Thailand, Mid-Autumn Night กิจกรรมไหว้พระจันทร์ สานสัมพันธ์ไทย-จีน โดยเชิญศิลปินชื่อดัง Luo Yunxi ร่วมฉลองเทศกาลวันที่ 17 กันยายน 2567 เวลา 17.30-19.00 น. ณ Parc Paragon สยามพารากอน พร้อมศิลปินที่กำลังดังจากซีรีส์วาย อย่าง “ต้าห์อู๋ พิทยา”
รวมทั้งโปรโมตท่องเที่ยวตามรอย “น้องหมีเนย และน้องอาโป” ถ่ายรูปอัพลง IG เอาใจสายเอฟซีสุด ๆยิ่งกว่านั้น ยังจัดเที่ยวตามรอย “มายและอาโป” คู่จิ้นที่เหมือนคู่จริง ฟินไม่อยู่ เกาะกระแสซีรีส์มาแรง
และพลาดไม่ได้ FEED Y AWARDS 2024 สยามพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 สยามพารากอน วันที่ 21 กันยายน 2567 ตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไป รายละอียดที่เฟซบุ๊ก FEED เว็บไซต์ www.feefforfuture.co และทุกสื่อในเครือมติชน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตลาดโต 3 พันล้านซีรีส์วายพีกสุด ต่อยอดซอฟต์พาวเวอร์ระดับโลก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net