เข้าใจ Cute Aggression วิทยาศาสตร์ของ ‘ความน่ารัก’ ที่ชวนให้กอด รัด ฟัด สวบ
สภาพสังคมในปัจจุบันที่บีบให้คนเราต้องพลอยดำเนินชีวิตในแต่ละวันด้วยความเคร่งเครียดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งจากการทำงานก็ดี หรือปัญหาส่วนตัวก็ดี เพียงแค่มีอะไรบางสิ่งที่เข้ามาช่วยเยียวยาหัวใจจากความเหนื่อยล้าบ้าง แม้เป็นความสุขเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถช่วยหล่อเลี้ยงจิตใจให้พร้อมฮึดสู้ เดินหน้าเพื่อวันต่อไปได้แล้ว
.
สิ่งที่ช่วยเยียวยาจิตใจสำหรับใครบางคนในช่วงนี้อาจเป็นอาหารมื้ออร่อยสักมื้อ อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า สิ่งที่ชุบหัวใจของผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมให้ชุ่มชื่นจนกลายเป็นกระแสอันโด่งดังอย่างที่สุด ณ ขณะนี้ ก็คือลูกฮิปโปโปเตมัสแคระเพศเมียที่รู้จักกันในชื่อ ‘หมูเด้ง’
.
‘หมูเด้ง’ เกิดจากการขยายพันธุ์ภายในสวนสัตว์เปิดเขาเขียว จังหวัดชลบุรี มันเริ่มได้รับความสนใจเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ปี 2024 ที่ผ่านมาหลังจากสวนสัตว์เปิดเขาเขียวได้แจ้งต่อสาธารณชนถึงการเกิดใหม่ของลูกฮิปโปโปเตมัสแคระ และเชิญชวนให้ร่วมกันตั้งชื่อด้วยการโหวตผ่านทางโซเชียลมีเดีย ก่อนที่การเกิดใหม่ของสัตว์ชนิดนี้จะถูกพูดถึงกันแพร่หลายเป็นวงกว้างในเวลาต่อมาไม่นาน
.
.
ดาวดวงใหม่ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว
.
‘ความน่ารัก’ ของลูกฮิปโปโปเตมัสแคระตัวนี้ คือเหตุผลหลักที่ปลุกกระแสนิยมในประเทศ ก่อนจะขยายออกสู่ต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้ในที่สุด เนื่องจากลักษณะรูปร่างภายนอกที่น่าเอ็นดู อีกทั้งพฤติกรรมธรรมชาติที่ดูซุกซน ขี้เล่น และกระปรี้กระเปร่าตลอดเวลา นี่จึงถือเป็นโอกาสอันดีสำหรับทางสวนสัตว์เปิดเขาเขียวที่จะสานต่อกระแสนิยม นำกลยุทธ์ทางการตลาดมาปรับใช้ โดยการประชาสัมพันธ์แผนการจำหน่ายสินค้าอย่างเสื้อผ้ากรีนลาย ‘หมูเด้ง’ ในท่าทางพฤติกรรมต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า ได้รับกระแสตอบรับความสนใจสั่งจองกลับมาอย่างล้นหลามเลยทีเดียว
.
‘ความน่ารัก’ เป็นมากกว่าสิ่งที่ตามองเห็นแล้วตัดสินด้วยความรู้สึกเพียงผิวเผิน ด้วยเหตุนั้น ความน่ารักที่ผู้คนสัมผัสได้ ไม่ว่าจะมาจากคน สัตว์ หรือสิ่งของก็ตาม จึงมักจะติดตราตรึงอยู่ในใจผู้ที่มองเห็นเป็นระยะเวลาหนึ่ง ถึงขั้นเกิดความต้องการอยากดูหรือสัมผัสบ่อยๆ
.
ทั้งนี้ ความรู้สึกประทับใจหรือตราตรึงใจเพราะ ‘ความน่ารัก’ นี้ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกนามธรรม หาเหตุผลเชิงตรรกะชี้แจงประกอบไม่ได้ หากแต่สามารถอธิบายได้ด้วยเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานของระบบภายในสมอง
.
.
ในทางวิทยาศาสตร์ ‘ความน่ารัก’ มีผลต่อตัวเรามากกว่าที่เราคิด
.
จากงานวิจัยของสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว (National Institute of Child Health and Human Development) ร่วมกับมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด (University of Oxford) ‘ความน่ารัก’ ของสิ่งสิ่งหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเพราะเราคิดว่าน่ารักเฉยๆ แต่เกิดจากการจุดประกายของสมองในระยะเวลาสั้นๆ โดยอาศัยการรับรู้ผ่านประสาทสัมผัสว่าสิ่งนั้นๆ น่าดึงดูดหรือไม่
.
ยิ่งไปกว่านั้น เนื่องจากสมองจะกระตุ้นการทำงานของเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับอารมณ์และความพึงพอใจ ตลอดจนความเห็นอกเห็นใจ ‘ความน่ารัก’ จึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดพฤติกรรมของคนทุกเพศให้รู้จักมีความเห็นอกเห็นใจมากขึ้นด้วย
.
แม้ฟังดูไม่น่าเชื่อ แต่เป็นความจริงที่ ‘ความน่ารัก’ จะกระตุ้นความเห็นอกเห็นใจของคน และสามารถช่วยให้เราอยากเป็นคนที่ดีขึ้นได้ ด้วยเหตุนั้น ตามบูทหรือซุ้มเพื่อการกุศล จึงมักใช้ภาพของสัตว์หรือเด็กที่ดูน่ารักน่าเอ็นดู เพื่อดึงดูดผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาให้รู้สึกสงสารหรือเห็นอกเห็นใจ จนเกิดความรู้สึกอยากร่วมเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนกิจกรรมการกุศลนั้นด้วยวิธีการต่างๆ เช่น การบริจาคเงิน เป็นต้น
.
นอกจากความเห็นอกเห็นใจที่ถูกกระตุ้นเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ยังมีแนวโน้มที่ ‘ความน่ารัก’ จะสามารถกระตุ้นให้เราให้ความสนใจต่อปัญหาใดก็ตามที่อาจเกิดขึ้นกับคน สัตว์ หรือสิ่งของที่น่ารักดังกล่าวอีกด้วย ฉะนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่า นี่เป็นอีกหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นให้ผู้คนจำนวนมากให้ความสนใจ และแสดงความไม่พอเป็นอย่างมากต่อข่าวที่ลูกฮิปโปโปเตมัสตัวนี้ถูกผู้ที่มาเที่ยวสวนสัตว์บางส่วนโยนสิ่งของและเทน้ำใส่
.
แน่นอนว่าทั้งฝั่งผู้วิจารณ์เหตุการณ์เอง ทั้งฝั่งผู้ท่องเที่ยวเอง ล้วนมีสิ่งที่เหมือนกันคือความประทับใจในความน่ารักของสัตว์ชนิดนี้ แต่พฤติกรรมของคนจำนวนหนึ่งกลับรบกวน แลดูย้อนแย้ง ขัดกับความชื่นชอบและความประทับใจที่มี เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น?
.
.
หรือน่ารักเกินไปจะเป็นภัย?
.
คุณเคยรู้สึกอยากจะเข้าไปกัด รัด ฟัด หรือทำอะไรรุนแรงใส่เมื่อพบเจอสัตว์หน้าตาน่ารักไหม หากคุณเคย นี่อาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิดไปเอง หากแต่มีชื่อเรียกในภาษาอังกฤษว่า ‘Cute Aggression’
.
‘Cute Aggression’ หรือ ‘Dimorphous Expression of Positive Emotion’ ถูกค้นพบเป็นครั้งแรกในปี 2013 โดยภาควิชาจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเยล (Department of Psychology, Yale University) มันคืออาการตอบสนองทางจิตวิทยาประเภทหนึ่งเมื่อเห็นอะไรที่น่ารักมากๆ จนเกิดการปะทุของอารมณ์เชิงบวกที่รุนแรง ทำให้อยากจะแสดงออกถึงความรักอย่างดุดันต่อสิ่งนั้น เช่น กอดแรงๆ หยิกแรงๆ ซึ่งอาการนี้มีความซับซ้อนของกระบวนการการเกิด เฉกเช่นเดียวกับกรณีที่มนุษย์มีความสุขจนร้องไห้ หรือเสียใจจนหัวเราะออกมา
.
อย่างไรก็ตาม แม้ ‘Cute Aggression’ จะส่งผลให้เราแสดงปฏิกิริยาแลดูก้าวร้าวออกมาทางกายหรือความคิด ทว่าโอเรียนา อารากอน หนึ่งในนักวิจัยผู้ค้นพบอาการตอบสนองทางจิตวิทยานี้กล่าวว่า อาการ Cute Aggression นี้ไม่ถือว่าเข้าข่ายอาการผิดปกติทางจิตที่ต้องได้รับการรักษาแต่อย่างใด และเธอไม่คิดว่ามันจะนำไปสู่การใช้ความรุนแรง หรือลามไปถึงขั้นก่ออาชญากรรมในอนาคตได้ เนื่องจากอาการนี้มีพื้นฐานอันเกิดจากความรู้สึกเชิงบวก นั่นคือความรู้สึกอยากรัก อยากปกป้อง อยากทะนุถนอม จึงเป็นไปได้ยากมากที่ความรู้สึกจะกลับตาลปัตร พลิกผันสู่เชิงลบในตอนท้าย
.
ด้วยเหตุนี้เอง จึงสามารถวางใจได้ว่า อาการ ‘Cute Aggression’ ที่ใครหลายคนมักประสบกัน ไม่ใช่สาเหตุปัจจัยที่จะนำไปสู่การรบกวน กลั่นแกล้ง หรือรังแกสัตว์ดังที่ปรากฏในข่าว เพราะการแสดงพฤติกรรมรุนแรงต่อสัตว์ที่ไร้ทางสู้นั้น มีเหตุผลอื่นของมันอยู่ อาจเกิดจากพฤติกรรมเลียนแบบ ความคึกคะนอง ความต้องการแสดงพลังเพื่อเอาอกเอาใจผู้อื่น ความโกรธที่พาลมาลงกับสัตว์ หรือแม้แต่ความชอบส่วนตัวก็เป็นได้
.
.
‘ความน่ารัก’ มีความหมายในทางวิทยาศาสตร์ลึกซึ้งกว่าที่เราเคยคิด และในขณะเดียวกัน ด้วยคำอธิบายเชิงตรรกะทั้งหมด มันยังมีผลต่อสุขภาวะทางจิตกว่าที่เราเคยรู้ คุณสมบัติของสิ่งต่างๆ ที่ถูกนิยามว่า ‘น่ารัก’ ไม่เคยเป็นภัยต่อสิ่งใด จะมีก็แต่บางพฤติกรรมของมนุษย์เราเท่านั้นที่สร้างภัยเสียเอง ฉะนั้น เราจึงควรเรียนรู้ที่จะควบคุมความคิดและการกระทำ เพราะ ‘ความน่ารัก’ ไม่เคยทำร้ายใคร แล้วเหตุใดเราจะต้องทำร้ายมัน
.
.
อ้างอิง
- Thailand zoo's super cute baby hippo 'Moo Deng' to be on pants & shirt merch - https://bit.ly/3MKcg5A
- How cute things hijack our brains and drive behaviour - https://bit.ly/3TPhG3l
- Can ‘Cute Aggression’ Inspire Actual Violence? - https://bit.ly/4dYKn5z
- Why do people abuse animals? - https://bit.ly/3zpfsQT
- Some Netizens Concerned on How Some Visitors Treat Beloved Baby Hippo Moo Deng at Khao Kheow Open Zoo in Chonburi - https://bit.ly/47oTvOw
.
.
#Trend
#Psychology
#Society
#Animal
#Missiontothemoon
#Missiontothemoonpodcast