โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

รวม 13 สูตรน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชนิดต่างๆ บำรุงพืชผักในสวน

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 10 พ.ย. 2567 เวลา 14.41 น. • เผยแพร่ 16 พ.ย. 2567 เวลา 02.01 น.

วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน รวมสูตรน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชนิดต่างๆ ที่สายเกษตรปลูกผักทำสวนไม่ควรพลาด สามารถนำไปทำตามกันได้ง่ายๆ วัตถุดิบหาได้ไม่ยาก แถมมีประโยชน์กับการปลูกพืชผักชนิดต่างๆ อีกด้วย จัดหนัก จัดเต็มทั้ง 13 สูตร สามารถนำไปปรับใช้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่บอกหมดเปลือกตั้งแต่อุปกรณ์วัตถุดิบ ขั้นตอนการทำ รวมไปถึงวิธีการนำมาใช้ จะมีสูตรไหนกันบ้างไปดูกันเลย

เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักสมุนไพรไล่แมลง” กำจัดแมลงที่ชอบมากัดกินใบทำให้เป็นรู และเหี่ยวแห้ง แต่ไม่อยากใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ไร้สารตกค้าง เรียกได้ว่าวัตถุดิบวันนี้หาได้ง่ายๆ สมุนไพรล้วนๆ ที่มีรสเผ็ดร้อนและมีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ไม่มีสารเคมีปลอดภัยแน่นอน ซึ่งแต่ละชนิดล้วนมีสรรพคุณช่วยขัดขวางการดูดกินอาหารและยับยั้งการเจริญเติบโตของแมลงหลายชนิด และทำให้ไข่แมลงฝ่อ รวมถึงช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุโรคพืชได้

วิธีใช้ : นำน้ำสกัดสมุนไพรที่กรองได้ทั้งหมด มาผสมกับน้ำ 10 ลิตร ใช้ฉีดพ่นต้นผักในช่วงเย็นเมื่อไม่มีแสงแดดทุก 7-10 วัน เพื่อป้องกันแมลงศัตรูพืช แต่หากมีแมลงระบาดมากให้ฉีดพ่นทุก 3-5 วัน

ข้อแนะนำ : น้ำหมักสูตรนี้ไม่ควรเก็บไว้นาน ควรใช้ให้หมดในครั้งเดียว โดยทำในปริมาณที่เหมาะสมกับการใช้งาน เพราะว่าจะทำให้มีกลิ่นบูดเน่าและสารสกัดสมุนไพรเสื่อมคุณภาพได้ แต่ถ้าต้องการเก็บน้ำหมักสมุนไพรไว้ให้ใช้ได้นานขึ้น ให้เติมสารสกัด เช่น น้ำส้มสายชู เหล้าขาว แอลกอฮอล์ หรือนำน้ำหมักไปต้ม จะช่วยให้เก็บน้ำหมักได้นานเป็นเดือน

ขอบคุณสูตรจาก : บ้านและสวน (หนังสือ My Little Farm Vol.6 สมุนไพรไล่แมลง ทำใช้เองแบบง่ายๆ)

สมุนไพรรสเบื่อเมาที่นำมาสับให้ละเอียดพืชสมุนไพรที่มีรสเบื่อเมาทุกชนิด เช่น ปลีกล้วย เปลือกมังคุด เปลือกฝรั่ง มะยมหวาน ยาสูบ ขอบชะนางแดง-ขาว หนอนตายหยาก หัวกลอย ใบเมล็ดสบู่ดำ ใบน้อยหน่า สลัดได พญาไร้ใบ แสยก เมล็ดมะกล่ำ จะมีฤทธิ์ในการฆ่าหนอน เพลี้ยต่างๆ และแมลงอื่นๆ ใช้ได้ผลดีในนาข้าวและแปลงพืชผักทุกชนิด แต่ที่นำมาใช้ในสูตรนี้จะมีหัวกลอย ใบน้อยหน่า ใบเมล็ดสบู่ดำ แล้วแต่ละพื้นที่ที่สามารถหาวัตถุดิบได้

การนำไปใช้ : ผสมหัวเชื้อน้ำหมัก 1 ลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่ว ถ้าเป็นพืชผักให้ฉีดพ่นทุกๆ 3 วัน
ถ้าเป็นไม้ผลให้ฉีดพ่นทุก 7 วัน ช่วยในการฆ่าเพลี้ย หนอน และแมลง ในพืชผักทุกชนิด

เคล็ดลับในการทำน้ำหมักให้ได้ผลดี
1. ควรเลือกใช้เศษพืชผัก ผลไม้ หรือเศษอาหารที่ยังไม่บูดเน่า สับหรือบดให้เป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ในภาชนะที่มีปากกว้าง เช่น ถังพลาสติก หรือโอ่ง หากมีน้ำหมักชีวภาพอยู่แล้ว ให้เทผสมลงไปแล้วลดปริมาณกากน้ำตาลลง ปิดฝาภาชนะทิ้งไว้ จนได้เป็นน้ำหมักชีวภาพ จากนั้นกรอกใส่ขวดปิดฝาให้สนิท รอการใช้งานต่อไป
2. ในระหว่างการหมัก ห้ามปิดฝาภาชนะจนแน่นสนิท เพราะอาจทำให้ระเบิดได้เนื่องจากระหว่างการหมักจะเกิดก๊าซต่างๆ ขึ้น เช่นก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ก๊าซมีเทน เป็นต้น
3. ไม่ควรเลือกพืชจำพวกเปลือกส้มใช้ทำน้ำหมัก เพราะมีน้ำมันที่ผิวเปลือกจะทำให้จุลินทรีย์ไม่ย่อยสลาย

ขอบคุณสูตรจาก : อาจารย์พุทศรี จุลจรูญ

เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักฮอร์โมนไข่” เร่งดอกให้ติดดอกได้เร็ว ทำให้พืชสามารถดูดซึมไปใช้ประโยชน์ได้ง่าย ช่วยบำรุงดินให้อุดมสมบูรณ์ ออกดอกออกผล เร่งผลผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นิยมใช้บำรุงพืช ควบคู่กับปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก และปุ๋ยเคมี ส่วนระยะเวลาในการให้ฮอร์โมนไข่นั้น ไม่ควรให้ถี่จนเกินไป ควรเว้นช่วงการให้

วิธีใช้ : ผสมฮอร์โมนไข่ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร ฉีดรดต้นไม้ตอนที่ยังไม่ออกดอก และถ้าหากต้นไม้เริ่มออกดอกใช้เพียง 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 5 ลิตร หากใช้มากเกินไปจะทำให้ดอกร่วงได้

วิธีการเก็บรักษา : หากใช้ไม่หมด ให้นำไปเก็บไว้ในที่ร่มไม่ให้โดนแสงแดด สามารถเก็บได้นานเป็นปี โดยที่ไม่เสื่อมประสิทธิภาพ

ข้อแนะนำ : ฉีดพ่นตอนช่วงเช้า ขณะที่แสงแดดอ่อน หรือรำไรอยู่ จะดีที่สุด เพราะเป็นช่วงที่ปากใบของพืชเปิดออก ทำให้รับสารอาหารได้ดีกว่า

ขอบคุณสูตรจาก : บ้านและสวน / สูตรสวนเกษตรดาดฟ้า สำนักงานเขตหลักสี่

เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักสมุนไพรกำจัดเพลี้ยชนิดต่างๆ” เพลี้ยแป้ง หรือเพลี้ยชนิดต่างๆ เป็นศัตรูพืชชนิดหนึ่ง จะอยู่ในดินตามบริเวณรากพืช แล้วขับถ่ายออกมามีลักษณะเหมือนน้ำหวาน มดจึงเข้าไปกิน หลังจากนั้นมดจะคาบเพลี้ยแป้งไปไว้ตามยอดไม้ หรือยอดอ่อนของใบ ตามต้น หรือดอกไม้ ชอบดูดกินน้ำหวานจนต้นไม้ขาดสารอาหาร และทำให้การเจริญเติบโตของต้นต้องหยุดชะงัก อีกทั้งยังสามารถแพร่กระจายได้รวดเร็ว จึงต้องป้องกันการระบาดให้ดี เพื่อไม่ให้พืชผลได้รับผลกระทบ

วิธีใช้ : ใช้น้ำหมักจำนวน 10-20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ถ้าเห็นว่าเพลี้ยตายหมดไม่มีเกาะตามใบ หรือต้นพืชแล้ว ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องฉีดซ้ำ จะฉีดน้ำหมักก็ต่อเมื่อมีเพลี้ยมาเกาะกินน้ำเลี้ยงพืชเท่านั้น อาจจะฉีดติดต่อกันประมาณ 3 วันเพื่อเป็นการป้องกัน

ข้อแนะนำ : ถ้าพบเพลี้ยแป้งเป็นจำนวนน้อยเกาะอยู่ตามใบ หรือส่วนที่ตัดทิ้งได้ ให้ตัดทิ้งไปก่อน

ประโยชน์ : เพลี้ยแป้ง เพลี้ยไฟจะตาย ถ้าต้องการให้ตายมาก ให้เอาข่าแก่ๆ ทุบให้แตก ตะไคร้หอมตัดให้ยาวประมาณ 4-5 นิ้ว ทุบให้แตก พริกขี้หนูแก่ โขลกให้ละเอียด อย่างละ 1กิโลกรัม ผสมหมักลงไปอีกเพิ่มน้ำสะอาดไปอีก 10 ลิตร หมักทิ้งไว้ 1 คืน เอาไปใช้ได้ จะมีความรุนแรง ทำให้เพลี้ยเหล่านี้ตายจำนวนมาก

ขอบคุณสูตรจาก : ผู้ใหญ่บุญชู ปารมี เกษตรกรไร่นาสวนผสม

เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักชีวภาพ จากนม” มีกรดแลกติกที่ช่วยทำให้ดินร่วนซุย มีสารส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืชกลุ่มออกซิน ไซโตไคนิน ปริมาณธาตุอาหารหลัก และธาตุอาหารรอง ที่ช่วยบำรุงต้น และกระตุ้นยอดอ่อนของพืช

วิธีใช้ : ใช้เป็นน้ำยาเร่งราก ตัดชิ้นไขที่เกิดด้านบน 2 ช้อนโต๊ะ เติมน้ำ 10 ลิตร ผสมให้เข้ากัน แล้วนำกิ่งพันธุ์พืชแช่ไว้ประมาณ 10 นาที แล้วจึงนำไปปลูกในถุงปักชำ ถ้าใช้ในการบำรุงต้น กระตุ้นยอดอ่อน ใช้น้ำหมักฯ ที่เป็นชั้นน้ำใสด้านล่าง อัตรา 10-20 ซีซี ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นพืช สัปดาห์ละครั้ง

ประโยชน์

1. ช่วยให้พืชเจริญเติบโต สมบูรณ์แข็งแรง เพราะในน้ำนมมีสารอาหารโปรตีนสูง อย่าง เคซีน โกลบูมิน อัลบูมิน และกรดอะมิโน ที่เมื่อถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายแล้ว จะกลายเป็นธาตุไนโตรเจน จึงมีส่วนช่วยให้พืชเจริญเติบโต สมบูรณ์ แข็งแรง เร่งต้น เร่งใบ ให้โตเร็วยิ่งขึ้น

2. เพิ่มความหวานกรอบให้กับผลผลิต การฉีดรดพืชทางใบด้วยฮอร์โมนนมสด สามารถเพิ่มความหวานกรอบให้กับผลผลิตได้ ไม่ว่าจะเป็นผักสลัดและผักกินใบชนิดต่างๆ.

ข้อแนะนำ : น้ำหมักชีวภาพจากนม ที่พร้อมใช้งานแล้วจะสังเกตได้จากน้ำนม และกากของน้ำนมจะแยกชั้นกันอย่างชัดเจน และน้ำนมดิบที่ได้จากแม่โคที่เพิ่งคลอดลูกใหม่ จะมีปริมาณจุลินทรีย์มากกว่าน้ำนมสดที่ผ่านการพาสเจอรไรซ์

ขอบคุณสูตรจาก : cowboyplantfoods.com

สูตรน้ำหมักที่จะช่วยเร่งพัฒนาการของตาดอกให้เจริญเร็ว ช่วยในการติดดอกและออกดอกดก เหมาะอย่างยิ่งสำหรับไม้ตัดดอก เช่น ดาวเรือง มะลิ กุหลาบ ทำง่าย ประหยัด และไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตัวผู้ใช้และธรรมชาติ สูตรนี้จะช่วยกระตุ้นการแตกตาดอกและพัฒนาการของดอกได้ดี เหมาะสำหรับใช้กับไม้ตัดดอกทั่วไป และไม้ผลระยะออกดอกบางชนิด

วิธีการนำไปใช้ : ใช้น้ำหมัก 20 ซีซีต่อน้ำ 25 ลิตร ฉีดในช่วงเช้าหรือเย็น ขณะไม่มีแดด หรือช่วงพืชแตกตาดอก

ขอบคุณสูตรจาก : ประสิทธิ์ โสภี. เกษตรกรบ้านเขาดิน

ฮอร์โมนถั่วเหลืองนี้จะช่วยเร่งต้น เร่งใบ ทำให้ผักอ่อนกรอบ ลำต้นไม่แคระแกร็น ผักสมบูรณ์แข็งแรง และช่วยบำรุงดิน ทำให้ดินดี มีธาตุอาหารมากขึ้น

วิธีใช้ : ผสมน้ำหมักถั่วเหลือง 2-3 ช้อนลงในน้ำเปล่าประมาณ 5 ลิตร ใช้รดผักสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ช่วยให้ผักเติบโตได้ดี ลำต้นแข็งแรง และทำให้ผักกรอบอร่อย

เคล็ดลับ : หากใช้ยาคูลท์หมักทิ้งไว้ 1 เดือน หากใช้โยเกิร์ตหมักทิ้งไว้ 1 เดือนครึ่ง

ขอบคุณสูตรจาก : คุณป้อม ศิริกุล ซื่อต่อชาติ

เคล็ดไม่ลับ “สูตรน้ำหมักปลา” เป็นแหล่งสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ดิน บำรุงต้น ช่วยให้ออกดอกเร็ว บำรุงต้นก่อนออกดอกช่วยให้ออกดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็ว ซึ่งการใส่น้ำหมักปลาลงดินจะช่วยให้จุลินทรีย์ในดินย่อยสลายซากพืชซากสัตว์ได้เร็วยิ่งขึ้น ทำให้ปลดปล่อยธาตุอาหารที่มีประโยชน์ต่อพืชมากขึ้น ได้ผลผลิตปริมาณที่มากขึ้นและมีคุณภาพดี ช่วยให้ช่อดอกมีความยาวเพิ่มขึ้นและช่วยในการแตกยอดใหม่ของพืช แต่ถ้าใช้ในอัตราเข้มข้นก็จะทำหน้าที่ปราบศัตรูพืชได้ รวมถึงพืชสามารถใช้กรดอะมิโนในการผลิตฮอร์โมนพืชในกลุ่มออกซินได้

วิธีสังเกตว่าจะนำน้ำหมักมาใช้ได้

ระยะที่ 1 สังเกตน้ำหมักจะออกเข้มข้นเป็นฟองใหญ่ไม่แตกง่าย

ระยะที่ 2 ฟองจะค่อยๆ เล็กและแตกง่ายจะมีกลิ่นหอม

ระยะที่ 3 ฟองจะค่อยๆ เล็กลงมากมีกลิ่นน้ำส้มคล้ายกลิ่นแอลกอฮอล์และฟองจะละเอียดมากขึ้น

วิธีใช้ : พ่นทางใบ ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 100-150 ลิตร ปริมาณการพ่น 7-10 วันต่อครั้ง และใช้ราดลงดิน ราดโคน ใช้ปุ๋ยน้ำ 1 ลิตรต่อน้ำ 50 ลิตร ปริมาณการใช้อย่างน้อยปีละ 3-4 ครั้ง หรือ 30-40 วันต่อครั้ง

ข้อแนะนำ : กรณีใช้ปลาทะเล ก่อนหมักให้ล้างปลาด้วยน้ำจืดก่อน เพราะถ้ามีน้ำทะเลหรือเกลือติดมากับปลามาก จะทำให้ปุ๋ยปลาหมักมีค่าความเค็มสูง เมื่อใช้ติดต่อกันนานๆ ก็จะทำให้ดินมีความเค็มเพิ่มขึ้นและอาจส่งผลเสียต่อต้นพืชได้

ประโยชน์ : ทำให้พืชที่ปลูกออกดอกเร็ว เก็บผลผลิตได้เร็วได้ผลผลิตปริมาณที่มากขึ้น และสามารถผลิตไว้ใช้เองในครัวเรือน จะทำให้ไม้ผลมีรากที่แข็งแรง ใบสวยใบใหญ่ และยังปรับให้สภาพพื้นที่ดินดีไม่เสียไม่เปรี้ยว

ขอบคุณสูตรจาก : บ้านและสวน/กรมพัฒนาที่ดิน

ใครที่ปลูกผักสวนครัว แล้วในแปลงมีผักบุ้งอยู่ นอกจากเอาไปทำเมนูต่างๆ ได้แล้ว ยังสามารถนำมาทำน้ำหมักได้ด้วย เนื่องจากในผักบุ้งมีฟอสฟอรัสและไนโตรเจนสูงเมื่อนำมาทำเป็นน้ำหมัก เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของพืชและช่วยปรับสภาพดินให้ร่วนซุยอีกด้วย

วิธีการนำไปใช้ : เน้นในเรื่องการปรับปรุงบำรุงดินในนาข้าวที่พื้นที่เคยใช้สารเคมีมาก่อน โดยใช้น้ำหมักผักบุ้งช่วยในการปรับปรุงบำรุงดิน โดยใช้น้ำหมักผักบุ้ง จำนวน 5 ลิตรต่อพื้นที่ 1 ไร่ ปล่อยไปตามน้ำ ใช้ก่อนการตีดิน เพื่อปรับสภาพให้ดินนั้นอ่อนนุ่ม บำรุงดินให้มีจุลินทรีย์ในดินมากขึ้น

ขอบคุณสูตรจาก : คุณตาอุทัย แก่นสกล เกษตรกรเชี่ยวชาญในด้านการทำเกษตรผสมผสานและทำปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพในพื้นที่จังหวัดสระบุรี

ในน้ำมะพร้าวจะมีสารไซโตไคนิน น้ำตาล วิตามิน เกลือแร่ และแร่ธาตุอีกหลายชนิด จึงมีประโยชน์ต่อพืช สามารถนำมาใช้เลี้ยงและขยายเชื้อจุลินทรีย์ได้ดี

วิธีการนำไปใช้ : น้ำเนื้อมะพร้าว 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับน้ำ 20 ลิตร ใช้รด ราด หรือฉีดพ่นทางใบ จะช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช

ขอบคุณสูตรจาก : อาจารย์ปรีชา บุญท้วม

เกษตรกรหลายคนอาจพบปัญหาหอยเชอรี่ และปูนาระบาดกัดกินทำลายต้นข้าวเสียหาย หอยเชอรี่เป็นสัตว์ศัตรูข้าวที่สำคัญมาก นอกจากจะขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วแล้ว ยังสามารถทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี โดยจะหมกตัวมีชีวิตอยู่ในพื้นนาได้นานตลอดฤดูแล้ง และยังลอยตัวไปตามน้ำไหลได้อีกด้วย จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องป้องกันกำจัดอย่างต่อเนื่อง

การนำไปใช้ : สูตรนี้ให้ใช้ทั้งกาก และน้ำที่หมัก โดยสาดหรือโยนในนาข้าวเป็นจุดๆ ในช่วงตอนเย็น ทุกๆ 5-7 วัน จะช่วยป้องกันและกำจัดหอยเชอรี่ และปูนาได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับ : ถ้าเกษตรกรมีเวลามากพอ คุณนำพาอยากให้เกษตรกรเก็บหอยเชอรี่หรือปูนาที่ระบาดมารวมกันให้มากที่สุด จากนั้นนำมาหมักปุ๋ยน้ำอินทรีย์ เกษตรกรจะได้ปุ๋ยน้ำอินทรีย์ไปใช้บำรุงนาข้าวได้ดีอีกด้วย

ขอบคุณสูตรจาก : คุณนำพา ขัติกันทา จากจังหวัดเชียงราย

ใครที่กินสับปะรดแล้ว อย่า อย่า❗️เพิ่งนำเปลือกไปทิ้ง สามารถเอาไปทำประโยชน์ได้ เป็นจุลินทรีย์ชนิดหนึ่งที่มีอยู่ในตาและเปลือกของสับปะรด นำมาทำจุลินทรีย์น้ำหมักสับปะรดได้ เพื่อบำรุงการเจริญเติบโตของต้นพืช และยังมีสรรพคุณช่วยปรับสภาพดินจากดินแข็ง ดินเหนียว ดินดาน ทำให้ดินมีความร่วนซุยมากขึ้น

วิธีการนำไปใช้

– นำไปรดพืชผัก ใช้อัตราส่วน 20 ซีซี : น้ำ 20 ลิตร มีประโยชน์ช่วยในการปรับสภาพดินและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเจริญเติบโตของราก เมื่อรากพืชเดินได้ดี ต้นพืชของเราก็จะเจริญงอกงาม

– รองพื้นก้นหลุมหรือใช้ปรับสภาพดิน อัตราส่วน 100 ซีซี : น้ำ 10 ลิตร วิธีใช้คือการผสมน้ำใส่บัวรดน้ำ รดก่อนจะปลูกต้นไม้ ประมาณ 2 สัปดาห์

การเก็บรักษา

ควรเก็บไว้ในที่ร่ม ระหว่างการหมักให้เปิดคนส่วนผสมวันละ 1 ครั้ง เพื่อให้จุลินทรีย์มีการกระจายตัวและย่อยสลายได้เร็วขึ้น ใช้ระยะเวลาในการหมักประมาณ 3 สัปดาห์หรือจนกว่าเปลือกสับปะรดจะมีการเปื่อยยุ่ย จึงจะนำไปใช้งาน

ขอบคุณสูตรจาก : mepanya.com

ใครมีปัญหาคอกหมูมีกลิ่น ไม่ว่าจะคอกดินหรือคอกปูน ล้างเท่าไหร่กลิ่นก็ยังเหม็น วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านขอนำเสนอ “สูตรน้ำหมักมะเฟือง” สูตรที่ใช้ให้หมูกินเพื่อความแข็งแรงและลดปัญหากลิ่นเหม็นในคอกหมู วิธีทำง่ายมากๆ สามารถนำไปทำตามกันได้

วิธีการนำไปใช้

– ใช้ผสมน้ำให้หมูหลุมดื่มตลอดทั้งวัน ในอัตรา น้ำหมักมะเฟือง 2 ช้อนโต๊ะ+น้ำ 10 ลิตร

– เร่งการเจริญเติบโต ช่วยให้หมูเจริญอาหารได้ดี

– ลดกลิ่นมูลหมูในคอกหมูหลุมได้เป็นอย่างดี

เคล็ดลับกำจัดกลิ่นขี้หมู

– ล้างทำความสะอาดคอก 2 ครั้งต่อสัปดาห์ จะช่วยให้มูล เศษอาหาร ปัสสาวะ ไม่ถูกหมักหมม และส่งผลให้คอกหมูสะอาด ปลอดกลิ่น เชื้อโรคไม่ถามหาอีกด้วย

– อาบน้ำทำความสะอาดตัวหมู จะช่วยให้ตัวหมูไม่สกปรก และลดกลิ่นเหม็นรุนแรงหลังจากกินอาหาร และถ่ายมูลทั้งวัน

ขอบคุณสูตรจาก : รักบ้านเกิด / whitecranev88.com

ไหนใครลองไปทำตามมาแล้วบ้าง มารีวิวหรือมีเคล็ดลับอะไรสามารถแสดงความคิดเห็นแบ่งปันข้อมูลดีๆ ให้กับเพื่อนสายเกษตร นำมาปรับใช้กับสูตรน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชนิดต่างๆ รวมไปถึงสามารถปรับสูตรให้เป็นสูตรที่ใช้เฉพาะของสวนตัวเองได้อีกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : รวม 13 สูตรน้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยหมักชนิดต่างๆ บำรุงพืชผักในสวน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.technologychaoban.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...