โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

รู้หรือไม่? เป็นหนี้ ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย เสียหายมากกว่าที่คิด!

The Bangkok Insight

อัพเดต 01 ก.ย 2567 เวลา 14.06 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2567 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

รู้หรือไม่? เป็นหนี้แล้วไม่จ่ายเสียหายมากกว่าที่คิด จ่ายหนี้ไม่ไหวควรทำอย่างไร ที่นี่มีคำตอบ

มีคนจำนวนไม่น้อยเมื่อกู้เงินไปแล้ว ไม่สามารถจ่ายหนี้ได้ตามเวลาที่กำหนดไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม และไม่กล้าที่จะเข้ามาคุยกับธนาคารเพื่อหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน แต่เลือกที่จะเชื่อใจกูรูจากโลกโซเชียล ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ตัวอย่างคำแนะนำที่ได้รับ เช่น เอาเรื่องปากท้องไว้ก่อน หนี้เอาไว้ทีหลัง หรือ ถ้าไม่มีทรัพย์สินอะไรก็ปล่อยให้เจ้าหนี้เครียดไป หรือ เงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องสนใจ ปล่อยทิ้งไปเลย เจ้าหนี้ทำอะไรไม่ได้

เป็นหนี้

สำหรับคำแนะนำต่างๆ เหล่านี้ป็นการตอบโดยไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดของแต่ละคน เพราะความซับซ้อนของปัญหาจะไม่เหมือนกัน ทำให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด หลายๆ คนที่นำไปใช้มักจะเกิดผลเสียกับตัวเอง ที่สำคัญการขอคำแนะนำกูรูโลกโซเชียลหลายคนมีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอีกด้วย

เป็นหนี้แล้วไม่จ่ายมีผลเสียเรื่องอะไรบ้าง ?

สำหรับคนที่ไม่สามารถจ่ายได้ตามเวลาที่กำหนด และเชื่อตามคำแนะนำจากกูรูทางโลกโซเชียล จะมีผลเสียเรื่องอะไรบ้าง ซึ่งจะมีผลเสียหลายเรื่องที่คนกู้มักคาดไม่ถึง เช่น

เสียความรู้สึก พอมีหนี้ค้างจ่ายจะมีเจ้าหน้าที่โทรมาติดตามให้จ่ายหนี้ที่ค้างชำระอยู่ให้ครบถ้วน และเมื่อถูกโทรหาบ่อยๆ จะทำให้เกิดความเครียดสะสมได้ จนมีผลกับสุขภาพจิตในระยะยาวได้

เสียดอกเบี้ยมากขึ้น (จากอัตราดอกเบี้ยผิดนัด/ผิดเงื่อนไข) เมื่อมีการจ่ายหนี้ล่าช้าจะถูกคิดดอกเบี้ยในอัตราผิดนัด/ผิดเงื่อนไข ซึ่งสินเชื่อแต่ละประเภทมีการคิดในอัตราที่แตกต่างกัน ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม

เสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม เมื่อจ่ายหนี้ช้าจะมีค่าใช้จ่ายในการติดตามหนี้ตามมา ซึ่งต้องมีหนี้ค้างชำระสะสมมากกว่า 1,000 บาทขึ้นไป กรณีค้างจ่าย 1 งวด มีค่าใช้จ่ายตามหนี้ 50 บาทต่อรอบ แต่หากค้างจ่าย 2 งวดขึ้นไป มีค่าใช้จ่ายตามหนี้ 100 บาทต่อรอบ และในบางกรณีอาจมีค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่ 400 บาทต่อรอบ และในบางกรณีหากมีใช้บริการกูรูทางโลกโซเชียล จะต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจะต้องเสียเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย แต่ถ้ามาใช้บริการจากกูรูที่เป็นพนักงานธนาคารก็จะให้บริการฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายในส่วนนี้

เสียเครดิต หากมีการค้างชำระหนี้จนถึงขั้นเป็นหนี้ NPL (หนี้ค้างชำระมากกว่า 90 วัน) จะทำให้การขอสินเชื่อในอนาคตจะทำได้ยากขึ้น

เสียชื่อเสียง เมื่อถูกฟ้องจะมีหมายศาลมาติดไว้ที่บ้าน ซึ่งจะทำให้คนในละแวกนั้นรับรู้กันว่าเราถูกฟ้อง ทำให้ชื่อเสียงของตัวผู้กู้และวงศ์ตระกูลเสียหาย กรณีเป็นผู้ประกอบการ เมื่อคู่ค้ารู้ว่าเราถูกฟ้อง อาจจะทำให้ไม่กล้าค้าขายกับเรา เพราะกลัวว่าเราจะไม่จ่ายหนี้ให้กับเขาเช่นกัน

เป็นหนี้

เสียเวลา เมื่อผู้กู้ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีที่ศาล มีขั้นตอนต้องไปขึ้นศาลหลายครั้ง เริ่มตั้งแต่

  • นัดยื่นคำร้อง คำให้การ คำฟ้อง
  • นัดพร้อม (เจรจาเบื้องต้น)
  • นัดไกล่เกลี่ย นัดชี้ประเด็นข้อพิพาทและหน้าที่นำสืบ
  • นัดสืบพยาน และ
  • นัดฟังคำพิพากษา ซึ่งทำให้ผู้กู้ต้องใช้เวลางานเพื่อไปขึ้นศาลนั่นเอง

เสียทรัพย์สินและเงินทอง เมื่อผู้กู้ไม่สามารถชำระหนี้ให้กับเจ้าหนี้ได้ตามคำสั่งศาล จากนั้นเป็นขั้นตอนการบังคับคดี1 ซึ่งมีกำหนดระยะเวลา 10 ปี ซึ่งเจ้าหนี้จะมีการดำเนินการต่าง ๆ ดังนี้

  • กรณีรัฐวิสาหกิจหรือลูกจ้างเอกชน สามารถอายัดเงินเดือนส่วนเกิน 20,000 บาทได้ เช่น เงินเดือน 25,000 บาท อายัดได้เดือนละ 5,000 บาท
  • กรณีมีเงินโบนัส อายัดได้ไม่เกิน 50% เช่น ได้โบนัส 30,000 บาท อายัดได้ 15,000 บาท
  • กรณีมีค่าล่วงเวลา หรือเบี้ยขยัน อายัดได้ไม่เกิน 30% เช่น ได้ค่าล่วงเวลา 1,000 บาท อายัดได้ 300 บาท
  • กรณีได้เงินทดแทนจากการออกจากงาน หรือเงินบำเหน็จ อายัดได้ไม่เกิน 3 แสนบาท
  • กรณีมีเงินในสหกรณ์ออมทรัพย์ เงินปันผล ค่าหุ้น อายัดได้ก็ต่อเมื่อสิ้นสุดการเป็นสมาชิก
  • กรณีมีค่าเช่ารายได้ สามารถอายัดเงินค่าเช่าไปยังผู้เช่าได้ เช่น มีบ้านให้เช่าเดือนละ 5,000 บาท สามารถอายัดเงินค่าเช่าจำนวนนี้ได้
  • กรณีมีบัญชีเงินฝากธนาคาร อายัดเงินในบัญชีได้ไม่เกินยอดหนี้ที่มี
  • กรณีมีทรัพย์สิน เช่น ที่ดิน บ้าน รถยนต์ คอนโด รถจักรยานยนต์ พันธบัตร หุ้นกู้ หุ้นสามัญ ปืน เรือ เครื่องจักร ฯลฯ สามารถยึด/อายัดเพื่อนำไปขายทอดตลาดได้
  • กรณีข้าราชการ ไม่สามารถอายัดเงินเดือนได้ แต่ถ้ามียอดหนี้เกิน 1 ล้านบาท และถ้าถูกฟ้องล้มละลาย ตามระเบียบข้าราชการฯ จะถูกให้ออกจากราชการ เนื่องจากเป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว

เสียเพื่อนและญาติพี่น้อง สินเชื่อบางประเภทจะต้องมีการใช้บุคคลมาค้ำประกันการขอสินเชื่อ หรือบางครั้งใช้หลักทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือรถ ของบุคคลอื่นนำมาจำนอง/ค้ำประกันการขอสินเชื่อเช่นกัน หากถึงขั้นตอนถูกฟ้องบังคับคดีเมื่อคนกู้ไม่จ่าย ตามขั้นตอนต้องไปไล่เบี้ยจากผู้ค้ำประกันให้จ่ายแทนคนกู้ ซึ่งจะเห็นในข่าวบ่อยๆ ว่าผู้ค้ำฯ เดือดร้อน เพราะถูกฟ้องยึดบ้าน เพื่อนำมาชำระหนี้แทนผู้กู้นั่นเอง แต่คนกู้หลายๆ คนใช้ชีวิตแบบไฮโซกินหรูอยู่สบาย ซึ่งเท่ากับว่าผู้กู้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับผู้จำนอง/ผู้ค้ำประกันทั้งที่ตอนผู้กู้ลำบากเค้าได้เข้ามาช่วยต่อลมหายใจผู้กู้ไว้ ทำให้ถูกสังคมประนาม

เป็นหนี้

เสียอนาคต เป็นเรื่องที่ผู้กู้หลายคนที่ทำงานเป็นลูกจ้างคาดไม่ถึง เพราะในหลายๆ องค์กรได้ออกกฏเกณฑ์สำหรับตำแหน่งงานบางตำแหน่งไว้อย่างเข้มงวด เช่น พนักงานบัญชีหรือการเงิน พนักงานแคชเชียร์ ฯลฯ ต้องไม่เป็นผู้มีหนี้สินล้นพ้นตัว ซึ่งบางกิจการอาจจะถึงขั้นเลิกจ้าง หรือย้ายให้ไปทำหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องเงิน ทำให้ไม่เป็นที่ไว้ใจขององค์กรตนเอง เป็นต้น

เสียโอกาส เมื่อถึงขั้นตอนบังคับคดีแล้ว เจ้าหนี้จะทำการสืบทรัพย์ตลอดระยะเวลา 10 ปี ทำให้ผู้กู้เจอปัญหาใหญ่คือไม่สามารถใช้บัญชีเงินฝากธนาคารได้ บางคนที่เป็นผู้ประกอบการหรือเป็นฟรีแลนซ์มีโอกาสได้รับงานจากบริษัทขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ แต่ติดปัญหาตรงเรื่องการจ่ายเงินผู้ว่าจ้างที่เป็นบริษัทส่วนใหญ่ไม่จ่ายเป็นเงินสด แต่จะจ่ายเป็นการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากหรือจ่ายเป็นเช็คให้ ทำให้ต้องปฏิเสธการรับงานไป

หากจ่ายหนี้ไม่ไหวต้องทำอย่างไร

แนวทางที่จะช่วยให้ผู้กู้สามารถผ่านพ้นวิกฤตของปัญหานี้ไปได้ คือ ผู้กู้ต้องเปิดใจเข้ามาขอรับคำปรึกษากับเจ้าหน้าที่ธนาคารที่เป็นหนี้ โดยต้องเล่าเหตุผลที่แท้จริงให้ธนาคารทราบ พร้อมเตรียมข้อมูลรายรับ-รายจ่าย ทรัพย์สินและหนี้สินที่มีทั้งหมด เพื่อมาหาทางออกร่วมกัน อย่าปกปิดข้อมูล เพื่อจะได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมต่อไป โดยขอรับคำปรึกษาได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ที่มา : ธนาคารกสิกรไทย

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...