เปิดอินไซต์น่าสนใจ เหตุผลเบื้องหลังที่ Supersports เข้าถือหุ้นใหญ่ ‘Rev Edition’ และปรับโมเดลธุรกิจให้เป็น ‘Speacialty’
เทรนด์การออกกำลังกายไม่ใช่ว่าเพิ่งมา แต่อยู่กับคนไทยและทั่วโลกมานานแล้ว แต่กีฬาประเภทไหนล่ะที่มีศักยภาพเชิงธุรกิจที่น่าสนใจ และเป็นกิจกรรมที่ทำให้ยักษ์ใหญ่อย่าง ‘Supersports’ เริ่มหันมาสนใจโมเดลธุรกิจแบบเฉพาะด้านมากขึ้น หรือเรียกกันว่า ‘Specialty Model’
ซี อาร์ ซี สปอร์ต ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เป็นบริษัทค้าปลีกและจัดจำหน่ายเสื้อผ้าและอุปกรณ์กีฬาใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และเปิดตัวมาแล้ว 27 ปี ก่อนหน้านี้เราจะเห็นความครบเครื่องของร้าน Supersports ซึ่งมีสินค้ามัลติแบรนด์มากมาย
แต่ที่อยากจะมาแชร์ให้อ่านกันก็คือ การที่ Supersports คอยปรับโฉมตัวเองอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งหันหน้าธุรกิจสู่ความเป็น personalize มากขึ้น เพิ่มความหลากหลายและสะดวกให้กับผู้บริโภค
หนึ่งในสิ่งที่ทำชัดเจนที่สุดคงเป็นการปรับเปลี่ยนร้านแฟล็กชิพสโตร์ที่เซ็นทรัลชิดลม เป็นที่แรกซึ่งเพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการได้แค่ 2 เดือน สิ่งนี้เกิดขึ้นหลังจากปิดดีลการเข้าถือหุ้นใหญ่ 75% หรือราว 468 ล้านบาทที่ Rev Edition บริษัทไทยผู้นำเข้าและจำหน่าย สินค้า Sportswear and Footwear
Rev Edition เรียกว่าเป็นน้องๆ Superspoprts เพียงไม่กี่ปี เติบโตขึ้นปัจจุบัน 24 ย่าง 25 ปีแล้ว โดยมีสินค้าหลากหลายแบรนด์ที่นำเข้าและวางจำหน่าย เช่น Nike, Under Armour , Asics ,Hoka, Saucony, Vibram, Goodr, SOFSOLE, 2XU, CEP, Qiaodan และ XTEP เป็นต้น
ดีลที่ว่านั้นต้องพูดว่า Win-Win ทั้งคู่ เพราะต่างคนต่างก็มาเสริมแกร่งในสิ่งที่ขาดหาย หรืออาจจะไม่ได้เชี่ยวชาญมากนัก
อย่าง ‘พรศักดิ์ ชินวงศ์วัฒนา’ CEO ของ Rev Edition ที่กล่าวว่า “เรามักจะนำแบรนด์ที่ไม่ได้มีชื่อเสียงใจประเทศไทยเข้ามา อย่างแบรนด์ HOKA ก่อนหน้านี้ก็แทบไม่มีคนไทยรู้จักนัก แต่ด้วยความที่เราเป็นนักปั้นแบรนด์ และเป็นบริษัทที่โตเร็วมากในวงการรองเท้าวิ่ง เรามีทีมสำหรับการสร้างแบรนด์โดยเฉพาะ ส่วน Supersports ซึ่งเป็นบริษัทใหญ่กว่า มีฐานลูกค้าที่เยอะกว่า จะมาช่วยทำให้ธุรกิจในวงการกีฬาแข็งแกร่งขึ้น ทั้งในไทยและต่างประเทศ”
อเล็กซองต์ อัมเบลกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด ก็มาเสริมในมุมความแข็งแกร่งว่า ระยะเวลา 1 ปีในการพูดคุยเจรจากัน ต่างก้แลกเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ และ passion ของแบรนด์ระหว่างกันมาตลอด รวมไปถึงเป้าหมายใหญ่ที่ทั้งสองแบรนด์ต้องการไปปักธงชาติไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อทำให้บริษัทไทยเป็นที่ยอมรับในต่างชาติ
[ ทำไมต้อง specialty? ]
ความน่าสนใจของวงการกีฬาปัจจุบันคือ มูลค่าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ‘สุฑาทิพย์ มนูญผล’ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการใหญ่อาวุโสฝ่ายกลยุทธ์ และพันธมิตร กลุ่มเซ็นทรัล แบรนด์แอนด์สเปเชียลตี้ ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ได้เปิด้ผยตัวเลขว่า ธุรกิจกีฬาเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าสูงมากกว่า 3.5 หมื่นล้านบาท และเฉพาะมูลค่าของกีฬาประเภทการวิ่ง ตัวเลขที่ประมาณการณ์ไว้ อาจจะแตะๆ 5,000 ล้านบาท (แต่อาจจะต้องบวกลบจากตัวเลขนี้อีกที เพราะไม่ใช่ตัวเลขทางการ)
ส่วนกีฬาประเภท ‘วิ่ง’ ก็มีมูลค่าในตลาดสูงที่สุดด้วย โดยเป็นกิจกรรมที่ธุรกิจเกี่ยวกับรองเท้า และอุปกรณ์กีฬาขายได้มากที่สุด อาจจะด้วยความแยกเป็นประเภทของการวิ่งอีก โดยหลักๆ ก็คือ วิ่งถนน/ในสวน กับวิ่งเทรล ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้ก็ต่างกัน
ที่สำคัญ ถึงแม้ว่าประเทศไทยกำลังเข้าสู่ ‘สังคมสูงวัย’ แต่รู้หรือไม่ว่ากำลังการซื้อของกลุ่มอายุ 40+ ขึ้นไป มีการใช้จ่าย และพร้อมที่จะจ่ายค่อนข้างสูง โดยเฉพาะการจับจ่ายสินค้ากีฬาแนว Performance Sports ซึ่งค่าเฉลี่ยการใช้จ่ายต่อครั้งพบว่า สูงขึ้นประมาณ 15% เทียบจากปี 2566
ขณะที่ เทรนด์การวิ่งมีการเติบโตสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจำนวนนักวิ่งที่สมัครใจกันเข้ามา ซึ่งปี 2021 ตัวเลขที่ สสส. เปิดเผยเกี่ยวกับ ‘นักวิ่ง’ มีมากถึง 15 ล้านคนในไทย ส่วนในมุมของ Rev Edition มองว่า การวิ่งถือว่าเป็นกีฬาที่มีนักวิ่งเข้าร่วมได้เป็นหมื่นๆ คนในครั้งเดียว ซึ่งแตกต่างจากกีฬาประเภทอื่นที่อาจจะมีหลักหลายๆ พัน
หากถามถึง ‘ความถี่’ ในการช้อปปิ้งรองเท้าคู่ใหม่ของนักวิ่งในปัจจุบัน พบว่า นักวิ่งที่เป็น weekend runners ไม่ใช่นักกีฬามืออาชีพ คาดว่ามีรองเท้าวิ่งสำรองที่บ้านประมาณ 3-4 คู่
ส่วนพฤติกรรมที่น่าสนใจคือ นักวิ่งเหล่านั้นจะใช้หลักการวัดระยะกิโลเมตรก่อนซื้อรองเท้าคู่ใหม่ ไม่ใช่การใช้จนพื้นรองเท้าสึก ซึ่งนักวิ่งสายกิจกรรมจะอยู่ที่ 600 กิโลเมตร แต่ถ้าเป็นนักวิ่งมืออาชีพสายแข่งขัน จะวัดระยะใช้แค่ 40 กิโลเมตรเท่านั้น แล้วเปลี่ยนคู่ใหม่
อย่างไรก็ตาม คงไม่ใช่แค่เทรนด์การวิ่งที่น่าสนใจเพราะกีฬาประเภทอื่นๆ ก็เริ่มเป็นที่จับตามากขึ้น เช่น ฟุตบอล และกอล์ฟ
จึงเป็นที่มาของโมเดลใหม่ของ Supersports หลังปิดดีล ที่แฟลกชิป สโตร์จะกลายเป็นร้านค้าใหญ่ที่มีสินค้าสำหรับกีฬาที่ได้รับความนิยม และมีแบรนด์ให้เลือกที่เยอะขึ้น รวมถึงแว่นตา, เสื้อผ้ากีฬา และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เอื้อต่อกีฬาอื่นมากขึ้น โดยแบ่งเป็นสัดส่วนที่ชัดเจน
รวมไปถึงการมี ‘กูรู’ ที่คอยแนะนำสินยค้าที่เหมาะกับกีฬานั้นๆ เพื่อให้แมชกับกายภาพของลุกค้ามากที่สุด
แพลนที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ก็คือ การเปิดตัวของแฟลกชิป สโตร์อีก 2 แห่งในไทยเดือนธันวาคม หนึ่งในนั้นก็คือ สาขาเกา บางนา
ส่วนแพลนในระยะ 3-5 ปีข้างหน้าระหว่าง Supersorts และ Rev Edition ก็คือ การขยายไปตลาดต่างประเทศ โดยเวียดนามตั้งเป้าจะขยาย 10-15 แห่ง, มาเลเซียประมาณ 5-10 แห่ง และสิงคโปร์ ที่อาจะลองเข้าไปชิมตลาดก่อน เพราะพฤติกรรมเท่าที่ศึกษามาไม่เหมือนกับ 2 ประเทศที่เอ่ยมา
นอกจากนี้ ซี อาร์ ซี สปอร์ต ยังมีเป้าหมายที่จะขยายหน้าร้านอีก 8 สาขา โดยเป็นร้าน Supersports 1 สาขา และร้านแบรนด์ LFC, Columbia, Merrel,และ Reebok รวมอีก 7 สาขา ส่วนร้านในการบริหารของ Rev Edition ภายในไตรมาส4 ปีนี้ ตั้งใจจะขยายหน้าร้านในเครืออีกประมาณ 19 สาขา
โดยสรุปก็คือ การจับมือกับระหว่าง Supersports กับ Rev Edition เพื่อต่างคนต่างเสริมแกร่งให้กับพอร์ตตัวเอง รวมไปถึงสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับธุรกิจของไทยในต่างประะเทศ ด้วยการขยายสาขาตามเป้าหมาย โดยใช้โมเดลร้านค้าแบบ Specialty นำเพราะกระแสสังคมเป็นรูปแบบนี้ สุดท้ายคาดหวังที่จะเห็นธุรกิจเติบโต 5-10% และเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดกีฬาด้วยมาร์เก็ตแชร์ที่เพิ่มขึ้นอย่างเฮลตี้และมั่นคง