โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แค่ปีเดียว! สหรัฐฯ เผย "เหตุกราดยิง" ในสถานศึกษามากกว่า 40 ครั้ง

Thai PBS

อัพเดต 05 ก.ย 2567 เวลา 14.57 น. • เผยแพร่ 05 ก.ย 2567 เวลา 14.57 น. • Thai PBS

สถานศึกษาไม่ต่ำกว่า 20 แห่งในสหรัฐอเมริกา ตกเป็นเป้าหมายของการใช้ความรุนแรงจากอาวุธปืน ตั้งแต่เริ่มต้นปี 2024 เกณฑ์ในการให้คำนิยามเหตุยิงในสถานศึกษาของสำนักข่าว CNN จะต้องมีคนถูกยิงอย่างน้อย 1 คน ไม่รวมผู้ก่อเหตุ การก่อเหตุจะต้องเกิดขึ้นในบริเวณสถานศึกษา ไม่ว่าจะเป็นอาคาร สนามหญ้า ลานจอดรถ สนามกีฬา และ รถโดยสาร

เหตุยิงในโรงเรียนมัธยมอาปาลาชี ในเมืองวินเดอร์ รัฐจอร์เจียเมื่อวันที่ 4 ก.ย.ที่ผ่านมา ถือเป็นเหตุยิงในสถานศึกษาครั้งที่ 45 ของปี ขึ้นแท่นเหตุยิงในสถานศึกษาครั้งรุนแรงที่สุดของปีนี้ และเป็น 1 ใน 11 ครั้ง ที่มีผู้เสียชีวิต 4 คนขึ้นไปนับตั้งแต่ปี 2008

เหตุยิงในสถานศึกษาในสหรัฐฯ ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 23 คน และบาดเจ็บ 62 คน

เมื่อปี 2023 มีเหตุยิงในสถานศึกษาทั้งหมด 82 ครั้ง นับตั้งแต่สำนักข่าว CNN เก็บข้อมูลตั้งแต่ปี 2008 แบ่งเป็นเหตุยิงในโรงเรียน 52 ครั้ง และ สถาบันอุดมศึกษา 30 ครั้ง การก่อเหตุยิงในสถานศึกษาลดลงในปีแรกที่โควิด-19 ระบาด (ปี 2020) หลังจากสถานศึกษาต้องระงับการเรียนการสอนตามมาตรการควบคุมโรค การก่อเหตุกลับเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดตั้งแต่ปี 2021-2023 โดยที่ปี 2022 ทำสถิติรุนแรงมากที่สุดปีหนึ่ง ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตมากถึง 46 คน

1 ในเหตุสะเทือนขวัญที่สุดคือเหตุยิงในโรงเรียนประถมในรัฐเท็กซัส ส่งผลให้ครูและนักเรียน 19 คนเสียชีวิต

การใช้ความรุนแรงจากอาวุธปืนอาจเป็นวาระหนึ่งในการเลือกตั้งหลังจากมือปืนวัย 14 ปีก่อเหตุยิงในโรงเรียนมัธยมในรัฐจอร์เจีย เหตุการณ์นี้ มีผู้เสียชีวิต 4 คน เป็นครู 2 คน และ นักเรียน 2 คน ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บ 9 คนถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลแล้ว

อ่านข่าว : เกิดเหตุยิงในโรงเรียนมัธยม สหรัฐฯ เสียชีวิต 4 เจ็บอีก 9 คน

ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นตำรวจควบคุมสถานการณ์ภายในโรงเรียนในขณะที่นักเรียนและครูรวมตัวกันด้านนอกเพื่อความปลอดภัย ข้อความในแชตจากนักเรียนส่งมาบอกแม่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงรีบออกจากสำนักงานและเดินทางไปหาลูกชายที่โรงเรียนทันที

เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม โคลต์ เกรย์ ผู้ต้องสงสัยก่อเหตุ วัย 14 ปี และอาวุธปืนไรเฟิล AR กึ่งอัตโนมัติที่ใช้ในการก่อเหตุได้ทันที คริส โฮเซย์ ผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนประจำรัฐจอร์เจียย้ำว่าผู้ต้องสงสัยก่อเหตุจะถูกตั้งข้อหาและพิจารณาคดีในฐานะผู้ใหญ่

ด้านโฆษกทำเนียบขาว ระบุว่า การก่อเหตุลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องปกติเนื่องจากสถานศึกษาควรเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ครูและนักเรียน วันนี้ชาวอเมริกันหลายร้อยคนรวมตัวกันที่สวนสาธารณะใจกลางเมือง เพื่อไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตจากเหตุกราดยิงในโรงเรียนมัธยมครั้งนี้ ขณะที่เด็กนักเรียนบางส่วนของโรงเรียนมัธยมให้ข้อมูลนาทีเกิดเหตุ ที่สร้างความสูญเสียมากที่สุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่ปี 2008 เป็นต้นมา

มือปืนเคยถูกสอบฐานโพสต์คุกคามในออนไลน์

ขณะที่สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐอเมริกา หรือ เอฟบีไอ เปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัย เคยถูกตำรวจสอบสวน เมื่อเดือนพฤษภาคม ปีที่แล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐฯ ได้รับแจ้งเบาะแสเกี่ยวกับภัยคุกคามที่ถูกโพสต์ลงบนโลกออนไลน์เรื่องการก่อเหตุยิงภายในโรงเรียน ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะระบุตำแหน่งและแจ้งเตือนเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นแต่ผู้ต้องสงสัยปฏิเสธความเกี่ยวข้องใด ๆ กับโพสต์เตือนบนโลกออนไลน์

ขณะที่พ่อของผู้ต้องสงสัยมีปืนล่าสัตว์ในบ้านพักแต่เก็บไว้อย่างปลอดภัยทำให้เจ้าหน้าที่ไม่ได้จับกุมตัว หรือ ดำเนินมาตรการใด ๆ ต่อไป เจ้าหน้าที่ยังอยู่ในระหว่างการสอบสวนเพื่อหาแรงจูงใจในการก่อเหตุ ซึ่งขณะนี้ยังไม่พบความเชื่อมโยง ระหว่างผู้ต้องสงสัย กับ ผู้ถูกยิง

อ่านข่าวอื่น :

นโยบายเพื่อไทย จาก "เศรษฐา" ถึง "แพทองธาร"

"6 ทุ่งรับน้ำ" พื้นที่กันชน-กักน้ำ-ระบายน้ำ ของอยุธยา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

นักเตะทีมชาติอิหร่านเริ่มยื่นขอวีซาสหรัฐฯ ก่อนลุยฟุตบอลโลก 2026

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิด CCTV ไทม์ไลน์ "รถไฟชนรถเมล์" คกก.สอบข้อเท็จจริง คาดสรุปผลใน 30 วัน

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อิหร่านกำลังพิจารณาแผนสันติภาพฉบับล่าสุดของสหรัฐฯ

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘อาสาพยาบาล’ เดินต่อแน่! ย้ำไม่ซ้ำ อสม. – กมธ.สธ. รับยังมีความเสี่ยง แนะ นำร่องก่อน

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ต่างประเทศ อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...