โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ไข้สูง ต้องกี่องศาขึ้นไป มีสาเหตุ อาการ และวิธีลดไข้อย่างไร?

GedGoodLife

อัพเดต 07 ธ.ค. 2566 เวลา 15.02 น. • เผยแพร่ 05 เม.ย. 2566 เวลา 05.20 น. • GED good life ชีวิตดีดี

ไข้สูง หน้าผากแดง ตัวร้อนจัด คืออาการที่ต้องระวัง! โดยเฉพาะในเด็กเล็กหากปล่อยให้มีไข้สูงนาน อาจเสี่ยงชักได้ มาดูกันว่า ไข้สูงมีสาเหตุจากอะไร ต้องกี่องศาถึงจะเรียกว่ามีไข้สูง และควรรักษายังไงดี? ใครที่มีไข้สูงเป็น ๆ หาย ๆ หรือเป็นนานก็ไม่หายสักที ควรรีบพบแพทย์ก่อนมีอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ

ดีคอลเจน ชนิดเม็ด (Decolgen tablets) บรรเทาหวัด น้ำมูกไหล ปวดศีรษะ และเป็นไข้

ไข้ คืออะไร?

ไข้ (Fever) คือ อุณหภูมิของร่างกายที่สูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส* คนเราจะมีไข้ก็ต่อเมื่อร่างกายตอบสนองต่อสิ่งกระตุ้น เช่น ติดเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย ร่างกายเกิดการอักเสบ เป็นโรคต่าง ๆ เป็นต้น ทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ อาจมาจากภายนอกเข้าสู่ร่างกาย หรือเกิดขึ้นภายในร่างกายเอง

* ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่เมื่อวัดทางปากด้วยเทอร์โมมิเตอร์ แล้วมีอุณหภูมิเกิน 37.5 องศาเซลเซียส ถือว่ามีไข้
** 37.5 องศาเซลเซียส (°C) = 99.5 องศาฟาเรนไฮต์ (°F)

แต่ละวัยควรมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่เท่าไหร่?

  • ทารก และเด็ก ควรมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 36.6 – 37.2 องศาเซลเซียส
  • ผู้ใหญ่ ควรมีอุณหภูมิปกติอยู่ที่ 36.1 – 37.2 องศาเซลเซียส
  • ผู้สูงอายุ ที่อายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป จะมีอุณหภูมิร่างกายปกติต่ำกว่า 36.2 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าคนทั่วไป

ข้อควรรู้ : อุณหภูมิร่างกายปกติคนเรานั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในแต่ละช่วงของวัน โดยเฉพาะในช่วง 15.00 – 17.00 น. อุณหภูมิมักจะสูงสุด และจะค่อย ๆ ลดลงจนต่ำสุดในเวลา 23.00 – 01.00 น. นอกจากนั้น อุณหภูมิตอนเช้าจะต่ำกว่าอุณหภูมิตอนบ่าย หรือเย็น อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อ หรือการออกกำลังกาย และระดับของฮอร์โมนในร่างกายอีกด้วย

ไข้แต่ละระดับมีอุณหภูมิเท่าไหร่ และไข้สูงต้องกี่องศาขึ้นไป?

  • ไข้ต่ำ (Low Grade Fever) มีอุณหภูมิระหว่าง 37.5 – 38.4 องศาเซลเซียส
  • ไข้ปานกลาง (Medium Grade Fever) มีอุณหภูมิระหว่าง 38.5 – 39.4 องศาเซลเซียส
  • ไข้สูง (High Grade Fever) มีอุณหภูมิระหว่าง 39.5 – 40.4 องศาเซลเซียส
  • ไข้สูงมาก (Hyperpyrexia) มีอุณหภูมิมากกว่า 40.5 องศาเซลเซียส

ฉะนั้น ถ้าวัดไข้แล้วได้อุณหภูมิตั้งแต่ 39.5 °C ถือว่ามี ไข้สูง แต่ถ้าเกิน 40.5 องศาเซลเซียส จะถือว่ามีไข้สูงอย่างรุนแรงหรือ Hyperpyrexia ซึ่งเป็นภาวะที่จัดว่าเป็นอันตรายที่สุด มักเกิดจากการติดเชื้อโรครุนแรงในกระแสโลหิต หรือเกิดจากภาวะเลือดออกในสมอง

ลักษณะของไข้สูง แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

ประเภทที่ 1 ไข้สูงลอย (Continuous fever) หมายถึง อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติตลอด 24 ชั่วโมง โดยที่อุณหภูมิที่สูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันมีความแตกต่างกันไม่เกิน 1 องศาเซลเซียส มักพบในภาวะที่มีสารก่อไข้ (เช่น แบคทีเรีย สารพิษ) อยู่ในกระแสโลหิตแทบตลอดเวลา

ประเภทที่ 2 ไข้สูงลอย ขึ้น-ลง (Remittent fever) หมายถึง อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติตลอดเวลา โดยที่อุณหภูมิที่สูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวันมีความแตกต่างกันมากกว่า 1 องศาเซลเซียส แต่น้อยกว่า 1.4 องศาเซลเซียส พบได้ในภาวะติดเชื้อระบบการหายใจจากเชื้อไวรัส เช่น โรคมาลาเรีย ไข้เลือดออก เป็นต้น

ประเภทที่ 3 ไข้สูงเป็นครั้งคราว (Intermittent fever) หมายถึง อุณหภูมิร่างกายสูงกว่าปกติ โดยที่อุณหภูมิที่สูงสุดและต่ำสุดในแต่ละวัน มีความแตกต่างกันมากกว่า 1 องศาเซลเซียส แต่น้อยกว่า 1.4 องศาเซลเซียส โดยมีในช่วงของวันที่อุณหภูมิอยู่ในเกณฑ์ปกติ มักพบในภาวะที่มีการติดเชื้อเฉพาะ ชนิดมีหนอง โรควัณโรค การได้ยาลดไข้เป็นระยะ โรคมาลาเรีย

สาเหตุ หรือโรคที่ทำให้เกิดไข้

  • การติดเชื้อที่มีการอักเสบ
  • การที่ร่างกายทำปฏิกิริยากับสิ่งแปลกปลอม เช่น หลังการฉีดวัคซีน
  • ร่างกายขาดน้ำ เช่น อุจจาระร่วง อุณหภูมิภายนอกร่างกายสูงมาก ๆ
  • ได้รับบาดเจ็บ มีบาดแผล
  • โรคมะเร็งมักจะมีไข้เกิดขึ้นร่วมด้วยเสมอ
  • โรคติดเชื้อแบคทีเรีย ไวรัส และริกเกตเซีย เช่น ไทฟอยด์ ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก เป็นต้น
  • เนื้องอกในสมอง เส้นเลือดในสมองแตก การผ่าตัด

อาการของไข้สูง มีอะไรบ้าง?

  • เหงื่อออก (Sweating)
  • หนาวสั่น (Chills)
  • ภาวะขาดน้ำ (Dehydration)
  • ปวดหัว ปวดตามตัว (Headache/body aches)
  • เกิดผื่น (Rash)
  • ขาดความอยากอาหาร (Lack of appetite)
  • อ่อนเพลียมาก (Weakness)
  • คลื่นไส้ อาเจียน (Nausea vomiting)
ไข้สูง

อาการที่ควรเข้าพบแพทย์

  • กินยาลดไข้หวัด แล้วไม่หายใน 3 วัน
  • มีปัญหาด้านการหายใจ หายใจลำบาก หายใจติดขัด
  • มีอาการสับสน กระวนกระวาย
  • มีอาการชัก
  • ขาดสติ
  • ปวดบิดเกร็งขณะปัสสาวะ
  • คอแข็ง
  • ปวดรุนแรง โดยเฉพาะศีรษะ หน้าอก ท้อง
  • มีผื่นขึ้นตามตัว

อาการชักจากไข้สูง มักเกิดในเด็กมากกว่าผู้ใหญ่ โดยเฉพาะในช่วงอายุ 6 เดือนถึง 6 ปี มักจะเกิดขึ้นในวันแรกของการมีไข้ และมักจะหยุดชักได้เองหลังชักเพียงไม่กี่นาที โดยไม่ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพอื่นใดตามมา

วิธีรับมือง่าย ๆ เมื่อมีอาการไข้สูง

  • กินยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอล ยาลดไข้สูตรผสม (หากไม่เคยใช้ยาลดไข้ อาจปรึกษาเภสัชกรก่อนใช้ยา)
  • เช็ดตัวลดไข้ ด้วยน้ำอุ่นเป็นวิธีที่ปลอดภัย สามารถช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกายได้ดี
  • ดื่มน้ำมากขึ้นกว่าปกติ เพราะร่างกายจะเกิดภาวะขาดน้ำจากอาการไข้ และน้ำยังช่วยกำจัดความร้อนได้ด้วยครับ
  • นอนพักผ่อนให้มาก ๆ เพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรค และเพื่อลดการใช้พลังงานในช่วงที่มีไข้

อ้างอิง : 1. มหาวิทยาลัยมหิดล เรื่องไข้ 2. คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร 3. bangkokbiznews 4. หมอชาวบ้าน 5. UPMC HealthBeat 6. buoyhealth.com 7. samitivejhospitals

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...