โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

“ศักดิ์สยาม” ปาฐกถาแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ “ขอนแก่น” และภาคอีสาน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 17 ก.พ. 2566 เวลา 15.35 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2566 เวลา 15.35 น.

“ศักดิ์สยาม” ปาฐกถาแนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ “ขอนแก่น” และภาคอีสาน

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ปาฐกถา เรื่อง แนวทางการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ จังหวัดขอนแก่น และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงแรมราชาวดี รีสอร์ท ขอนแก่น

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในการเร่งรัดพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวก ปลอดภัยในการเดินทางและการขนส่งสินค้า สามารถเข้าถึงการให้บริการได้อย่างเท่าเทียม สนับสนุนการค้า การท่องเที่ยวสู่การพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่และเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน กระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการตามนโยบาย พร้อมเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านโครงข่ายคมนาคม การส่งเสริมการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจของประเทศ โดยเร่งรัดการเปิดให้บริการโครงข่ายคมนาคม เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนในพื้นที่ รวมทั้ง กระทรวงคมนาคมได้เร่งพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในทุกมิติ ทั้งทางถนน ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีผลการดำเนินงานที่สำคัญที่ได้ดำเนินการไปแล้ว รวมถึงแผนงานการดำเนินงานในอนาคตสามารถสรุปได้ดังนี้

ผลการดำเนินงานด้านคมนาคมทางถนนในปี 2562 – 2565

1. กฎหมายกำหนดความเร็วสูงสุดบนทางหลวงไม่เกิน 120 กม./ชม.

2. มอเตอร์เวย์ สายบางปะอิน – นครราชสีมา (M6) เชื่อมกรุงเทพฯ ไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระยะทาง 196 กิโลเมตร โดยจะเร่งรัดการก่อสร้างให้แล้วเสร็จในปี 2566 คาดว่าจะเปิดบริการบางส่วนได้ในปี พ.ศ. 2567 และจะเปิดให้บริการเต็มรูปแบบในปี พ.ศ. 2568

3. สะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 5 (บึงกาฬ – บอลิคำไซ) จังหวัดบึงกาฬ ระยะทาง 13 กิโลเมตร คาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการ ปี 2567

4. แผนแม่บทการพัฒนา MR-Map โครงการที่กระทรวงคมนาคมวางไว้เพื่ออนาคตของประเทศ คือ แผนแม่บทการพัฒนา MR-Map เพื่อเชื่อมโยงภูมิภาคของไทย และเชื่อมโยงประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน

ทั้งนี้ มีโครงการที่ต้องสานต่อการดำเนินงานปี 2566 ได้แก่ การพัฒนาจุดพักรถ Rest Area บนมอเตอร์เวย์สาย M6 บางปะอิน-โคราช จำนวน 15 แห่ง ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดทำร่างเอกสารข้อเสนอการร่วมลงทุน (RFP) โดยจะประกาศเชิญชวนเพื่อคัดเลือกเอกชนร่วมลงทุนในปี 2566

การพัฒนาการคมนาคมขนส่งทางราง

กระทรวงคมนาคมมีนโยบายในการมุ่งส่งเสริมการปรับเปลี่ยนรูปแบบการขนส่งจากทางถนนไปสู่ทางราง ทั้งการเดินทางในเมือง การเดินทางระหว่างเมือง และการขนส่งสินค้า จึงได้เร่งผลักดันการพัฒนาโครงข่ายระบบรางทั่วประเทศ โดยมีผลการดำเนินงานปี 2562 – 2565 ดังนี้

1. รถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ตามแผนเริ่มเปิดให้บริการ ปี 2570

2. รถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 132 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างงานโยธา คาดว่าเริ่มเปิดให้บริการในปี 2569

3. รถไฟทางคู่สายใหม่ช่วงบ้านไผ่ – มุกดาหาร – นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างเวนคืนที่ดินเพื่อเริ่มดำเนินการก่อสร้างงานโยธา คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2569

การพัฒนาคมนาคมทางอากาศ

ภายหลังจากการเปิดประเทศในเดือนพฤศจิกายน 2565 ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายการท่องเที่ยวของผู้คนทั่วโลก และจากการประมาณการของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ( ทอท.) พบว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามาประเทศไทยในปี 2565 ประมาณ 100 ล้านคน นอกจากนี้ สมาคมการขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวจะเข้าสู่ประเทศไทยมีสูงถึง 200 ล้านคนในปี 2574 กระทรวงคมนาคมจึงได้เร่งพัฒนาสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง สนามบินอู่ตะเภา และสนามบินอื่นๆ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวมากขึ้น

โดยมีโครงการที่สำคัญด้านคมนาคมทางอากาศ ที่ดำเนินการในปี 2562 – 2565 โดยเพิ่มศักยภาพท่าอากาศยานในภูมิภาค ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ 1) ท่าอากาศยานขอนแก่น ให้สามารถรองรับผู้โดยสาร 5 ล้านคน/ปี 2) ท่าอากาศยานบุรีรัมย์ ให้สามารถรองรับผู้โดยสาร 2.88 ล้านคน/ปี 3) ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด ให้สามารถรองรับผู้โดยสาร 1.7 ล้านคน/ปี ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปี 2566 รวมทั้ง โครงการทางอากาศที่จะสานต่อปี 2566 ได้แก่ 1) ท่าอากาศยานมุกดาหาร 2) ท่าอากาศยานบึงกาฬ ทั้งนี้ ในปัจจุบันทั้ง 2 โครงการอยู่ระหว่างการออกแบบรายละเอียดการก่อสร้างอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่ เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนในอนาคต

ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคมดำเนินการพัฒนาโครงการสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการคมนาคม เฉพาะในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย

การพัฒนาโครงข่ายทางหลวงจังหวัดขอนแก่น

1) โครงการขยายช่องจราจรแยก ทล. 208 (ท่าพระ) – มหาสารคาม ลักษณะงาน ขยายทางหลวง เป็น 4 ช่องจราจร ระยะทาง 18 กิโลเมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ และเปิดให้ใช้บริการแล้ว

2) โครงการขยายช่องจราจรแยก ทล. 208 (ท่าพระ) – มหาสารคาม งานขยายทางหลวงจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ดำเนินการแล้วเสร็จ และเปิดให้ใช้บริการแล้ว

3) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2 ขอนแก่น – บ.ห้วยหินลาด ระยะทาง 24.042 กิโลเมตร

4) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2 บ.ห้วยหินลาด – อ.โนนสะอาด ระยะทาง 30 กิโลเมตร

5) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 229 สาย อ.มัญจาคีรี – แยกช่องสามหมอ ระยะทาง 26.335 กิโลเมตร

6) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2 ขอนแก่น – บ.ห้วยหินลาด งานการบูรณะปรับปรุงพื้นผิวจราจรที่ชำรุดเสียหาย ก่อสร้างทางคู่ขนานบางช่วง และปรับปรุงสะพานบางแห่ง อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าแล้วเสร็จ มิถุนายน 2566

7) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 2 บ.ห้วยหินลาด – อ.โนนสะอาด งานบูรณะปรับปรุงพื้นผิวจราจรที่ชำรุดเสียหาย ก่อสร้างทางคู่ขนานบางช่วง และขยายช่องจราจรบางช่วง อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าแล้วเสร็จ กุมภาพันธ์ 2566

8) โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข 229 สาย อ.มัญจาคีรี – แยกช่องสามหมอ งานการขยายช่องจราจร จาก 2 ช่องเป็น 4 ช่องจราจร อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าแล้วเสร็จ มิถุนายน 2567

การพัฒนาทางหลวงชนบทในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

1) สะพานข้ามลำน้ำชี ต.วังแสง, โพธิ์ไชย อ.ชนบท, โคกโพธิ์ไชย

2) สะพานข้ามลำน้ำชี ต.พระบุ, โคกสำราญ อ.พระยืน, บ้านแฮด

3) สะพานข้ามลำน้ำชี ต.โนนพะยอม, กุดเค้า อ.ชนบท, มัญจาคีรี

โดยโครงการทางหลวงชนบทในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นที่ได้รับประมาณปี 2566 และกำลังดำเนินการ จำนวน 52 โครงการ แบ่งเป็น 1. งานก่อสร้างทางและสะพาน 9 โครงการ 2. งานบำรุงรักษาทาง 24 โครงการ และ 3. งานอำนวยความปลอดภัย 19 โครงการ เช่น ตัวอย่างโครงการ ที่กำลังดำเนินการ ถนนสาย ขก.4020 แยก ทล.2440 – บ.นาเชือก (ตอนขอนแก่น) อ.หนองสองห้อง ผลการก่อสร้าง 28.00%

ส่วนโครงการทางหลวงชนบทในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น แผนปี 2567 ดำเนินการในอนาคตจำนวน 117 โครงการ แบ่งเป็น 1) งานก่อสร้างทางและสะพาน 12 โครงการ 2) งานบำรุงรักษาทาง 51 โครงการ และ 3) งานอำนวยความปลอดภัย 54 โครงการ วงเงิน 268 ล้านบาท เช่น ถนนสาย ขก.2013 แยก ทล.12 – บ.แก้งคร้อ อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น ระยะทางทั้งสิ้น 10.10 กิโลเมตร

การพัฒนาทางราง

โดยมีการพัฒนารถไฟทางคู่/ทางคู่สายใหม่ ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ได้แก่

1. การพัฒนารถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน (2560 – 2564) เส้นทางถนนจิระ – ขอนแก่น ระยะทาง 167 กิโลเมตร ก่อสร้างแล้วเสร็จ และเปิดให้บริการ

2. การพัฒนารถไฟทางคู่ระยะที่ 2 (2565 – 2569) เส้นทางขอนแก่น – หนองคาย ระยะทาง 167 กิโลเมตร อยู่ระหว่างเสนอ ครม.

3. การพัฒนาทางรถไฟสายใหม่ (2560 – 2564) เส้นทางบ้านไผ่ – มุกดาหาร – นครพนม ระยะทาง 355 กิโลเมตร อยู่ระหว่างก่อสร้าง

4. การพัฒนาทางรถไฟสายใหม่ระยะถัดไป เส้นทางนครสวรรค์ – บ้านไผ่ ระยะทาง 304 กิโลเมตร ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาความเหมาะสมแล้วเสร็จ ปี 2567 ออกแบบรายละเอียด และจัดทำ EIA

ส่วนการพัฒนารถไฟความเร็วสูงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จำนวน 2 โครงการ อยู่ในระยะเร่งด่วน (2560 – 2564) ดังนี้

1. ระยะที่ 1 กรุงเทพฯ – นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร ปัจจุบันอยู่ระหว่างก่อสร้าง

2. ระยะที่ 2 นครราชสีมา – หนองคาย ระยะทาง 356 กิโลเมตร สถานีทั้งหมด 5 สถานี ได้แก่สถานีบัวใหญ่, สถานีบ้านไผ่, สถานีขอนแก่น, สถานีอุดรธานี, สถานีหนองคาย ขณะนี้ ออกแบบแล้วเสร็จ อยู่ระหว่างการพิจารณารายงาน EIA เสนอ ครม. ปี 2566 และกำหนดเปิดให้บริการปี 2571

การพัฒนาทางน้ำในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย

1. การพัฒนาปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่งพังแม่น้ำพอง บริเวณบึงเนียม อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันโครงสร้างเขื่อนพบความเสียหายจากการใช้งานมาเป็นเวลานาน จำเป็นต้องปรับปรุงเขื่อนป้องกันตลิ่งพัง โดยมีความยาวประมาณ 100 เมตร ความสูงตลิ่งประมาณ 9 เมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อเดือนกรกฎาคม 2564

2. ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังบริเวณลำน้ำพอง โครงการพัฒนาที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา บ้านเหมือดแอ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อป้องกันความเสียหายของอาคารและลดปัญหาการพังทลายจากการกัดเซาะริมตลิ่งบริเวณดังกล่าว จึงทำการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งพังความยาวประมาณ 280 เมตร ความสูงตลิ่งประมาณ 10 เมตร ดำเนินการแล้วเสร็จ เมื่อเดือนสิงหาคม 2564

3. การพัฒนาและบำรุงรักษาร่องน้ำในพื้นที่ จ.ขอนแก่น โครงการขุดลอกแม่น้ำ ลำคลอง เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะตลิ่งพัง เพิ่มพื้นที่ในการระบายน้ำในฤดูน้ำหลาก และเพื่อกักเก็บน้ำไว้ในการอุปโภค – บริโภค ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น

การพัฒนาทางอากาศ

การพัฒนาท่าอากาศยานขอนแก่น (Khon Kaen Airport) มีแผนพัฒนาโครงการการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ วงเงิน 2,004.90 ล้าน และโครงการขยายลานจอดเครื่องบิน วงเงิน 499.7 ล้านบาท

ท่าอากาศยานขอนแก่น ความสามารถในการรองรับเครื่องบินลำตัวกว้างรุ่น Airbus A330/ A350/ Boeing 777 รองรับการจอดรถสูงสุด 550 คัน รองรับปริมาณผู้โดยสารสูงสุด 1,500 คนต่อชั่วโมง รองรับเครื่องบิน A320/ Boeing 737 สูงสุด 5 ลำ ปัจจุบันมีลานจอดอากาศยานขนาด 144 x 300 เมตร ทางวิ่งขนาด 45 x 3,050 เมตร พื้นที่ทั้งหมด 924-3-27 ไร่ อาคารที่พักผู้โดยสาร รองรับผู้โดยสารได้ 1,500 คน/ ชั่วโมง (รวมอาคารหลังเดิมเมื่อปรับปรุงแล้วเสร็จ รองรับผู้โดยสารได้ 2,000 คน/ชั่วโมง) อาคารจอดรถ 7 ชั้นพร้อมทางเชื่อม

นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้เน้นย้ำให้การพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของกระทรวงคมนาคม ต้องสะดวก รวดเร็ว ประหยัด ราคาสมเป็นธรรม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตามแนวคิด “คมนาคมพร้อม” เคียงข้าง ให้บริการประชาชน และร่วมขับเคลื่อน “ไทย” ไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...