'นันยาง' ตรึงราคารองเท้านักเรียน เซฟเงินผู้ปกครอง ถอดโลโก้ออก ลุยแคมเปญยุติบูลลี่
รองเท้า ‘นันยาง’ ตรึงราคา ลดภาระผู้ปกครอง ผุดแคมเปญยุติบูลลี่ในโรงเรียน รับเปิดเทอม
เมื่อวันที่ 27 เมษายน นายจักรพล จันทวิมล กรรมการผู้จัดการ บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายรองเท้าผ้าใบนันยางและรองเท้าแตะช้างดาว เปิดเผยว่า ปีนี้ตลาดรองเท้านักเรียนเติบโตขึ้น 3-5% หลังช่วงโควิดตลาดทรงตัว โดยมีมูลค่าตลาดรวม 5,000 ล้านบาท ซึ่งนันยางครองส่วนแบ่งรองเท้าผ้าใบเป็นอันดับหนึ่งอยู่ที่ 43-44% ขณะที่กำลังซื้อเริ่มกลับมาหลังโควิดคลี่คลาย เปิดประเทศ มีนักท่องเที่ยวเข้ามา โรงเรียนเปิดสอนปกติ ทำให้ปีนี้นันยางตั้งเป้ารายได้เติบโตสูงสุดในรอบ 3 ปี อยู่ที่ 8-10% เพิ่มจากปี 2565 มีรายได้ 1,300 ล้านบาท แบ่งเป็น รายได้ในประเทศ 75% ส่งออก 25% และเป็นรายได้จากรองเท้าผ้าใบ 50% และรองเท้าแตะ 50%
นายจักรพลกล่าวว่า ด้านกำลังการผลิตอยู่ที่ 10 ล้านคู่ต่อปี ซึ่งยังเพียงพอต่อการทำตลาดปีนี้ โดยยังไม่ต้องเพิ่มกำลังการผลิตแต่อย่างใด อย่างไรก็ดี จากต้นทุนต่างๆ ที่สูงขึ้น เช่น ค่าไฟ นันยางยังแบกรับภาระได้อยู่ ยังไม่มีนโยบายขึ้นราคารองเท้าผ้าใบนักเรียน ยังคงขายราคาเดิม เริ่มต้น 199 บาทต่อคู่ ขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่น ซึ่งปัจจุบันนันยางมีทำตลาดทั้งหมด 4 รุ่น
ได้แก่ รุ่นพื้นสีเขียว 205-S ราคา 320 บาท รุ่น Have Fun แบบไม่ต้องผูกเชือกสำหรับเด็กประถม ราคา 299 บาท รุ่นซาฟารี ราคา 299 บาท และ รุ่นซุปเปอร์สตาร์ รองเท้าผ้าใบราคาประหยัด 199 บาท โดยจะพยามยามตรึงให้นานที่สุดจนกว่าจะไม่ไหว เพื่อลดภาระผู้บริโภค แม้ว่าจะไม่ได้ปรับราคามา 5 ปีที่แล้วก็ตาม
นายจักรพลกล่าวว่า ปัจจุบันใกล้เปิดเทอมในเดือนพฤษภาคมนี้ทำให้การแข่งขันในตลาดรองเท้านักเรียน หรือ Back To School แข่งขันกันออกแคมเปญสูงมาก เพราะเป็นไฮซีซั่นของตลาดที่แต่ละบริษัทต้องเร่งทำยอดขาย ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นในตลาดมากกว่า 10-15 ราย และเดือนพฤษภาคมเดือนเดียวจะเป็นช่วงการขายคิดเป็นสัดส่วน 80% ของยอดขายทั้งปี ซึ่งปีนี้รองเท้านักเรียนเริ่มมีการซื้อตั้งแต่ช่วงสงกรานต์ จนถึงปลายเดือนเมษายน เพราะเงินเดือนออก ไปถึงหยุดยาววันแรงงานและใกล้เปิดเทอม
“ตลาดรองเท้านักเรียนการแข่งขันค่อนข้างรุนแรง ซึ่งการแข่งขันจะเป็นในรูปแบบที่เรียกว่า ‘ซีโร่ ซัม เกม’ ( zero sum game) จะมีคนหนึ่งชนะ คนหนึ่งแพ้ เหมือนการเลือกตั้ง ดังนั้น ทุกคนจะต้องทำตลาด สร้างแบรนด์กันเต็มที่ช่วงก่อนเปิดเทอมพฤษภาคมนี้ เพราะเป็นหน้าขาย ขณะที่นักเรียนซื้อแล้วจะใส่แบรนด์เดียวทั้งปี จะเปลี่ยนอีกทีก็ปีหน้าเลย”นายจักรพลกล่าว
นายจักรพลกล่าวว่า นันยางจัดแคมเปญ BULLY NO MORE เพื่อสร้างการรับรู้ของแบรนด์ โดยผลิตรองเท้าผ้าใบนักเรียนรุ่นพิเศษNanyang ‘BULLY NO MORE’ Special Edition ที่สละพื้นที่โลโก้นันยางบนรองเท้าให้เป็นข้อความเชิงสัญลักษณ์ BULLY NO MORE จำนวน 2,566 คู่ ไม่ได้วางจำหน่ายทั่วไป ผู้สนใจสามารถนำรองเท้ามาแลกได้ หลังพบว่ามีนักเรียนไทยถูกบูลลี่ 600,000 คนต่อปี โดยแคมเปญนี้จัดทำสื่อที่นำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับ “คำขอโทษจากนันยาง” ที่ไม่เพียงแต่ต้องการแสดงให้สังคมเห็นถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่นันยางได้เคยสื่อสารไปในอดีต ซึ่งบางครั้งอาจมีเนื้อหาบางส่วนเข้าข่ายการบูลลี่โดยไม่ได้ตั้งใจ
“การออกมาขอโทษของเราในครั้งนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีที่จะจุดประกายแนวคิดให้แก่นักเรียนที่เคยมีพฤติกรรมการบูลลี่คนอื่น ทั้งที่ตั้งใจ หรือไม่ตั้งใจก็ตามได้เกิดการฉุกคิดและปรับเปลี่ยนมุมมองต่อเรื่องนี้ เช่นเดียวกับที่นันยางตระหนัก และพร้อมเชิญชวนนักเรียนทั่วประเทศมาเป็นแนวร่วมทุกครั้งที่ได้เห็นข้อความบนรองเท้า ตอกย้ำให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ในการยุติปัญหาการบูลลี่ในโรงเรียนให้หมดไปผ่านแนวคิด ย่ำให้เต็มที่ แต่ไม่ย่ำยีใคร” นายจักรพลกล่าวทิ้งท้าย