โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธรรมะ

“อาดัม” ชายหนุ่มผู้ไม่มีพื้นฐานศิลปะ ที่เปลี่ยนเศษเหล็กให้เป็นงานฝีมือได้ เพราะความรัก

TODAY

อัพเดต 27 ก.พ. 2566 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 27 ก.พ. 2566 เวลา 08.37 น. • workpointTODAY

ถ้าเราบอกว่าหุ่นเหล็กด้านล่างนี้ เป็นผลงานของคนที่ไม่มีพื้นฐานงานศิลปะมาก่อนเลย คุณจะเชื่อไหม?

ถึงจะเป็นที่เรื่องที่อาจเชื่อได้ยาก แต่ต้องบอกเลยว่านี่คือเรื่องจริงของ “อาดัม - มูฮำหมัดอาดัม ดาโอะ” คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยววัย 30 ปี จากสุไหงโก-ลก ที่มุ่งมั่นฝึกฝนการทำหุ่นเหล็ก และยึดถือเป็นอาชีพมานานหลายปี ด้วยพลังแห่ง “รัก” ที่มีต่อครอบครัว และงานเชื่อมเหล็ก

ชีวิตที่เริ่มต้นจากติดลบ

อาดัมเกิดมาในครอบครัวยากจน เป็นน้องคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน มีแม่เป็นแม่ค้าขายข้าวแกง ส่วนพ่อขายกาแฟโบราณ ซึ่งมีรายได้ไม่เพียงพอต่อการเลี้ยงดูลูกๆ ดังนั้นเมื่ออาดัมเรียนจบชั้น ป.6 และเรียนด้านศาสนาอิสลามประมาณ 3 ปี ก็เลือกออกไปทำงานในไซต์งานก่อสร้างตั้งแต่อายุ 16 ปี เพื่อแบกกระสอบปูนหนัก 50 กิโล ทุกวันๆ แลกกับรายได้เลี้ยงชีพ

เพราะต้นทุนชีวิตที่อาจเรียกได้ว่า “ติดลบ” ทำให้อาดัมต้องอดทนแบกปูนต่อไปอีก 8 ปี จนร่างกายเริ่มไหว เป็นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทตั้งแต่อายุ 24 ปี ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้อยู่นานหลายสัปดาห์ แม่ต้องคอยป้อนข้าว ป้อนยา ประคบร้อนให้ทุกวัน ถึงจุดๆ หนึ่งที่สงสารแม่จนทนไม่ไหว เลยได้ตัดสินใจเลิกอาชีพแบกหามนี้ไป

โดยเริ่มเปลี่ยนงานไปเรื่อยๆ จนมาเจอกับงานลูกจ้างเชื่อมเหล็ก เชื่อมโครงสร้างหลังคาบ้าน ที่แม้จะไม่ค่อยชอบ เพราะแสบตาจากสะเก็ดไฟ แต่เมื่ออดทนเรียนรู้ และพัฒนาฝีมือตัวเองจนเก่งเท่าเพื่อนๆ คนอื่นได้ ก็กลายเป็นชื่นชอบโดยไม่รู้ตัว

ต้นทุนอย่างแรกในชีวิต

“ฝีมือเชื่อมเหล็ก” นับว่าเป็นต้นทุนอย่างแรกในชีวิตของผู้ชายคนนี้ ในวันที่เขาเจอปัญหาใหญ่รุมเร้าอย่างตอนแยกทางกับภรรยา และต้องเลี้ยงลูกสาวอย่าง “น้องบีย่า” ด้วยตัวเอง เขาเลือกที่จะระบายความเครียด ด้วยการเปลี่ยนเศษเหล็กจากรถยนต์ เฟือง น็อต โซ่ และท่อไอเสีย เป็นไอเดียประดิษฐ์ผลงานเชื่อมเหล็ก เพื่อเพิ่มคุณค่าให้สิ่งของที่ใครบางคนอาจมองว่ามันไร้ค่า

ที่ผ่านมา อาดัมประดิษฐ์ผลงงานมาแล้วมากมาย เช่น ที่ตั้งโทรศัพท์มือถือรูปหุ่นกระป๋อง ที่นำไส้กรองรถยนต์มาทำเป็นลำตัวหุ่น แล้วต่อแขนด้วยเหล็กท่อนเล็กๆ ส่วนมือและเท้าทำมาจากโซ่รถจักรยาน รถเวสป้า ที่ด้านในเป็นจักรยานปั่นธรรมดา ไม่มีเครื่องยนต์ หรือมอเตอร์ ขบวนรถไฟขนาดเล็กสำหรับงานเทศกาลต่างๆ เป็นต้น

“เมื่อก่อนเพื่อนมาเที่ยวที่บ้าน และแนะนำให้ผมประดิษฐ์งานแบบนี้อีก เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะทำได้ ทำให้มีกำลังใจทำงานใหม่ออกมาอีก เพราะอยากเอาไปขายที่ตลาดถนนคนเดินแถวบ้าน แต่มีโควิดซะก่อน ตลาดเลยต้องปิด ผมก็เลยยังไม่เคยเอาหุ่นไปขาย” อดัมเล่า ก่อนที่จะเสริมว่า พอโควิดมา ตลาดปิด งานเชื่อมเหล็กก็ไม่มี เขาต้องค้างค่าเช่าห้องนานกว่า 3 เดือน และใช้เงินเก็บประทังชีวิต รวมถึงช่วยเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ พี่สาว 2 คน และน้องบีย่า (ปัจจุบันอายุ 5 ขวบ) แต่ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะเลิกประดิษฐ์หุ่นเหล็กพวกนี้ เพราะภูมิใจทุกครั้งที่มีคนชม และคิดว่ามันต้องสร้างรายได้ในอนาคต

ความผิดพลาดที่เป็นบทเรียน

หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีช่วงผลงานของอาดัมเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะนายกเทศมนตรีเมืองสุไหงโก-ลก ให้ความช่วยเหลือ ทั้งในด้านประชาสัมพันธ์ผลงาน และมอบเงินค่าครองชีพนาน 3 เดือน ในฐานะคนมีฝีมือ แต่ยากไร้

ระหว่างนั้น เขาเล่าว่ามีความผิดพลาดเกิดขึ้นกับเขา จนทำให้ต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่ถึงปัจจุบัน นั่นคือ มีลูกค้ามาจ้างทำงานชิ้นใหญ่ เป็นขบวนรถไฟขนาดเล็ก โดยให้เวลาทำ 3 เดือน ตอนนั้นอาดัมรู้สึกมีความหวังและดีใจ เพราะเป็นผลงานชิ้นใหญ่ที่สุด และค่าแรงก็มากที่สุดตั้งแต่ทำงานมาเลย แต่รถไฟขบวนนี้ ต้องใส่ระบบไฟฟ้าที่อาดัมเองก็ไม่ถนัด จึงต้องชวนเพื่อนช่างที่สามารถทำระบบขับเคลื่อนรถไฟได้ มาร่วมกับสร้างผลงาน

“เพื่อนเบิกเงินค่าแรงล่วงหน้าในส่วนของเขาไปจนหมด แล้วทิ้งงานหนีไปเลย ตอนนั้นเครียดมาก ไม่รู้จะทำยังไง เลยต้องจบที่ปรับความเข้าใจกับเพื่อ และเสนอว่าจะแบ่งส่วนเงินส่วนที่เหลือของตัวเองให้เพื่อน เพื่อนยอมมาทำงานต่อให้เสร็จ บวกกับตอนนั้นภรรยามาขอคืนดี แล้วก็ทะเลาะกันอีก จู่ๆ เขาพาบีย่าหนีไป ผมร้องไห้หนักเลย ทำให้สุดท้ายงานรถไฟเสร็จช้ากว่ากำหนด ลูกค้าไม่พอใจ เรียกร้องค่าเสียหาย 100,000 บาท ตอนนี้ก็ผ่อนให้เขามาประมาณ 1 ปีแล้ว เป็นเงิน 15,500 บาท”

สิ่งเหล่านี้คือบทเรียนสำคัญที่ทำให้อดัมเข้าใจชีวิตมากขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่คิดจะเลิกทำงานเชื่อมประดิษฐ์เศษเหล็กอยู่ดี

หุ่นครุฑยักษ์ แรงบันดาลใจจากลูก

ถ้าถามว่าที่ผ่านมา เขาชอบงานชิ้นไหนมากที่สุด เขาบอกว่าเป็น “หุ่นครุฑยักษ์” เพราะได้แรงบันดาลใจจากลูก โดยนกพญาครุฑตัวใหญ่เปรียบเป็นเขาเอง ส่วนลูกนกที่เกาะตรงเท้าคือน้องบีย่า ลูกสาวสุดที่รักของเขา

“ผมชอบนั่งดูรูปเก่าๆ ตอนที่ครอบครัวมีความสุขและอยู่ด้วยกัน หนึ่งในนั้นรูปนั้นเป็นรูปที่อุ้มบีย่าไว้บนตัก แล้วมองหน้าลูก เลยเป็นแรงบันดาลใจ ให้เอาเศษเหล็กแปลกๆ ที่ซื้อเก็บไว้มาทำหุ่นพญาครุฑ"

ความพิเศษของหุ่นตัวนี้ คือการเพิ่มมอเตอร์ไฟฟ้าเข้าไป เพื่อให้นกขยับได้เหมือนมีชีวิต แต่อย่างที่รู้กันว่าเขาไม่มีพื้นฐานต่อระบบไฟฟ้า เลยต้องลองผิดลองถูกดูเอง จนมันขยับได้จริง ใช้เวลาทำนาน 3 เดือน และตั้งใจว่าจะไม่ขายให้ใคร เขาอยากเก็บไว้เป็นความทรงจำ และแรงผลักดันในการใช้ชีวิตต่อไป

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันอาดัมยังคงทำอาชีพรับจ้างเชื่อมเหล็กอยู่ และจะใช้เวลาพักงาน หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ไปเดินดูเศษเหล็ก และพยายามหาซื้อเศษเหล็ก หรืออะไหล่มือสอง รูปทรงแปลกๆ มาเก็บไว้สร้างสรรค์ผลงานใหม่ เพราะหวังว่าในอนาคตหุ่นเหล็กของเขาจะสร้างรายได้ให้กับครอบครัว สามารถส่งลูกสาวเรียนหนังสือสูงๆ และทำให้แม่ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

ย้อนชมเรื่องราวของอาดัมได้ใน ปัญญาปันสุข 2023 EP.08 หุ่นเหล็กสู้ชีวิต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...