depa เผยผลสำรวจดัชนี TSCCI ภูเก็ตยืน 1 เมืองอัจฉริยะ
คอลัมน์ Technology : วารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม (ฉบับที่ 507)
depa เผยผลสำรวจดัชนีชี้วัด เมืองอัจฉริยะ ประจำประเทศไทย อิง 7 มิติการพัฒนาเมือง ขับเคลื่อนโครงการเมืองอัจฉริยะผ่าน City Data platform ภูเก็ตและวังจันทร์วัลเลย์ คว้าชนะเลิศระดับจังหวัดและระดับพื้นที่
ข้อมูลจากองค์การสหประชาชาติ ระบุว่า ภายในปี 2050 ประชากรโลกจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นอีก 2,000 ล้านคน ส่งผลให้ทั่วโลกเกิดเมืองขนาดใหญ่เพิ่มขึ้นในอีก 15 ปีข้างหน้า นอกจากนี้ ด้วยสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนไป โดยเฉพาะปัญหาด้านความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ (Climate Change) และการเกิดขึ้นของโรคระบาดร้ายแรง ทำให้ทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนา “เมืองอัจฉริยะ” หรือ Smart City โดยคาดหวังว่าจะเป็น 1 ในกลไกที่สามารถแก้ไขปัญหาได้
สำหรับประเทศไทย มีการผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั่วประเทศในปี 2560 ที่ผ่านมา โดยมีสำนักงานเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ภายใต้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำและเชื่อมโยงทุกภาคส่วนเข้ามาร่วมมือกันในการส่งเสริมและผลักดันให้เกิดการพัฒนาเมืองอัจฉริยะอย่างเป็นรูปธรรม
การเงินธนาคาร ได้สัมภาษณ์พิเศษ ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ถึงภาพของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะของประเทศไทย จากการประกาศผลดัชนีชีวัดเมืองอัจฉริยะประจำปี 2566 (Thailand Smart City Competitiveness Index : TSCCI) โดยอิงจากมิติการพัฒนาเมือง และเกณฑ์การพิจารณาการรับตราเมืองอัจฉริยะของแต่ละพื้นที่ การได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ไปจนถึงการประกาศผลการจัดอันดับเมืองอัจฉริยะในประเทศไทยแต่ละประเภทเป็นครั้งแรก
depa เผย 7 มิติ ดัชนีชี้วัดเมืองอัจฉริยะ
ผศ.ดร.ณัฐพลเปิดเผยว่า การจัดทำโครงการเมืองอัจฉริยะ ถือเป็นต้นแบบที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งตลอดการดำเนินโครงการตั้งแต่ปี 2560 ที่ผ่านมา สามารถสร้างมูลค่าการลงทุนรวมจากทุกภาคส่วนเป็นเม็ดเงินรวมกว่า 40,000 ล้านบาท ยกระดับชีวิตประชาชนในพื้นที่ได้มากกว่า 16 ล้านคน ดังนั้น depa จึงได้จัดทำดัชนีชี้วัดเมืองอัจฉริยะหรือ TSCCI เป็นครั้งแรกในปี 2566 โดยแบ่งมิติการพัฒนา 7 ด้านดังนี้
1. สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) : มุ่งเน้นปรับปรุงคุณภาพและเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ เช่น การจัดการน้ำ การดูแลสภาพอากาศ การเฝ้าระวังภัยพิบัติ
2. การเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) : มุ่งเน้นเพิ่มความสะดวก ประสิทธิภาพ ความปลอดภัยในการเดินทางและขนส่ง และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
3. การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) : มุ่งเน้นให้บริการที่อำนวยความสะดวกต่อการดำรงชีวิต เช่น การบริการด้านสุขภาพให้ประชาชน การเพิ่มความปลอดภัยด้วยการเฝ้าระวังภัยจากอาชญากรรม
4. พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) : มุ่งเน้นพัฒนาพลเมืองให้มีความรู้และสามารถประยุกต์ใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์ทั้งในเชิงเศรษฐกิจและการดำรงชีวิต สร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้นอกระบบ
5. พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) : มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานของเมือง หรือใช้พลังงานทางเลือกและพลังงานสะอาด เช่น เชื้อเพลงชีวมวล ไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน
6. เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) : มุ่งเน้นเพิ่มประสิทธิภาพและความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจ สร้างให้เกิดความเชื่อมโยงและความร่วมมือทางธุรกิจ และประยุกต์ใช้นวัตกรรม ในการพัฒนาเพื่อปรับเปลี่ยนธุรกิจ เช่น เมืองเกษตรอัจฉริยะ เมืองท่องเที่ยวอัจฉริยะ เป็นต้น
7. การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance) : มุ่งเน้นพัฒนาระบบบริการเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการภาครัฐสะดวก รวดเร็ว เพิ่มช่องทางการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมถึงการเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลทำให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้
แก้ Pain Point ด้วยข้อมูล สร้างเมืองอัจฉริยะผ่าน CDP
ผศ.ดร.ณัฐพลกล่าวต่อว่า depa ได้จัดทำแพลตฟอร์มข้อมูลเมือง (City Data Platform: CDP) เพื่อเป็นศูนย์กลางให้เมืองและจังหวัดต่างๆ ส่งข้อมูลความเป็นอยู่ของประชาชนเข้ามาในระบบ จากนั้นจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปวิเคราะห์เพื่อหา Pain Point และต่อยอดไปสู่การกำหนดแนวทางการพัฒนาอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับเมืองหรือจังหวัดที่ส่งข้อมูลเข้ามาที่ City Data Platform จะได้รับการพิจารณา“ตราเมืองอัจฉริยะ” และทาง depa จะนำเรื่องเข้าสู่กลไกการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ ผ่านคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาเห็นชอบ ประกอบด้วยหน่วยงานภาครัฐหลายหน่วยงานเข้ามาทำงานร่วมกัน เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาประกาศให้พื้นที่นั้นเป็นเขต “เมืองอัจฉริยะ” ในลำดับถัดไป
“ตราเมืองอัจฉริยะ จะช่วยดึงดูดให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ โดยการลงทุนจะได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สูงสุด 8 ปี และหากเป็นการลงทุนด้วยเทคโนโลยีที่ depa กำหนดจะสามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดหย่อนภาษีผ่านมาตรการ BOI สูงสุดถึง 100%”
ภูเก็ต และ วังจันทร์วัลเลย์ ชูความโดดเด่น บริหารเมืองจากข้อมูล
ผศ.ดร.ณัฐพลกล่าวต่อว่า depa ได้มีการจัดอันดับเมืองอัจฉริยะของประเทศไทยเป็นครั้งแรก โดยอิงจากข้อมูลที่เมืองหรือจังหวัดรายงานเข้ามาผ่าน City Data Platform ประจำปี 2566 แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักได้แก่
1. การจัดอันดับเมืองอัจฉริยะระดับจังหวัด (Province-based) : เป็นการจัดประเภทเพื่อพิจารณาการพัฒนาเมืองอัจฉริยะในระดับจังหวัด จากทั้งหมด 30 จังหวัด โดยผลจากการเก็บข้อมูลปรากฏว่า 3 อันดับแรกคือ
1. จังหวัดภูเก็ต ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุด 83.60%
2. จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้คะแนน 76.78%
3. จังหวัดขอนแก่น ได้คะแนน 53.81%
“จังหวัดภูเก็ตโดดเด่นจากการเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีการทำฐานข้อมูลตรวจสภาพอากาศเพื่อสร้างความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยว รวมถึงมีการพัฒนาระบบคมนาคมที่คำนึงถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม เช่น การใช้เรือไฟฟ้าในการบริการนักท่องเที่ยว ในขณะที่ฉะเชิงเทรามีความโดดเด่นจากการทำศูนย์ Smart Environment Innovation Center (ENIC) เพื่อตรวจจับความเป็นกรด-ด่างของน้ำ และข้อมูลมลพิษทางอากาศ เช่น ค่า PM 2.5 ในบริเวณพื้นที่ชุมชนใกล้เขตอุตสาหกรรม”
2. การจัดอันดับเมืองอัจฉริยะตามพื้นที่ (City-based) : เป็นการจัดประเภทเมืองอัจฉริยะตามเขตพื้นที่ชุมชนหรือในระดับเมือง ที่ส่งเรื่องขอการพิจารณาขึ้นทะเบียนตราเมืองอัจฉริยะ จาก 23 พื้นที่ โดยผลจากการเก็บข้อมูลปรากฏว่า 3 อันดับแรกได้แก่ 1. เมืองอัจฉริยะวังจันทร์วัลเลย์ จังหวัดระยอง ได้รับคะแนนชี้วัดความสามารถในการแข่งขันสูงที่สุดที่ 83.55% 2. สามย่านสมาร์ทซิตี้ กรุงเทพมหานคร ได้คะแนน 79.02% 3. คลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพมหานคร ได้คะแนน 74.55%
“วังจันทร์วัลเลย์ มีจุดเด่นจากการพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่อย่างดีเยี่ยม มีการวางระบบเครือข่าย Cloud Sensor ด้านสิ่งแวดล้อมที่ครอบคลุมทั้งเมือง มีการจัดทำฐานข้อมูลของเมืองในลักษณะของ Big Data และนำข้อมูลมาใช้ในลักษณะ Digital Twin นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญด้านความยั่งยืน ด้วยการนำปริมาณปริมาณข้อมูลคาร์บอนจากโครงการต่าง ๆ ในเมืองเข้า T-Ver เพื่อเข้าสู่กระบวนการซื้อขายคาร์บอนเครดิตอีกด้วย”
3. การจัดอันดับเมืองอัจฉริยะระดับโครงการ (Project-based) : เป็นการจัดอันดับโดยพิจารณาเป็นรายโครงการ เน้นที่จุดเด่นตามมิติการพัฒนาเมืองอัจฉริยะทั้ง 7 ด้านตามดัชนี TSCCI
1. โครงการสิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ : ยะลาเมืองอัจฉริยะ จังหวัดยะลา
2. โครงการเศรษฐกิจอัจฉริยะ : ยะลาเมืองอัจฉริยะ จังหวัดยะลา
3. โครงการพลังงานอัจฉริยะ : แม่เมาะเมืองน่าอยู่ จังหวัดลำปาง
4. โครงการการบริหารภาครัฐอัจฉริยะ : ขอนแก่นเมืองอัจฉริยะ จังหวัดขอนแก่น
5. โครงการการดำรงชีวิตอัจฉริยะ : คลองผดุงกรุงเกษม กรุงเทพมหานคร
6. โครงการการเดินทางและขนส่งอัจฉริยะ : สามย่านสมาร์ทซิตี้ กรุงเทพมหานคร
7. โครงการพลเมืองอัจฉริยะ : ภูเก็ตเมืองอัจฉริยะ จังหวัดภูเก็ต
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกรกฎาคม 2567 ฉบับที่ 507 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/