โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

‘แม่ชีเทเรซา’ นักบุญของผู้ยากไร้ บุคคลน่าชื่นชมที่สุดแห่งศตวรรษ 20

The Bangkok Insight

อัพเดต 23 มิ.ย. 2567 เวลา 01.25 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2567 เวลา 01.25 น. • The Bangkok Insight

ก่อนที่จะย่างเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 นั้น แกลลัป บริษัทจัดทำผลสำรวจเก่าแก่ อายุมากกว่า 80 ปี ได้จัดอันดับ "บุคคลที่น่าชื่นชมที่สุดแห่งศตวรรษ" ผ่านการสำรวจความคิดเห็นชาวอเมริกัน ซึ่งผู้ที่ติดอยู่ในอันดับ 1 คือ "แม่ชีเทเรซา" เจ้าของฉายา "นักบุญของผู้ยากไร้"

แม่ชีเทเรซา เป็นนักบวชหญิงในศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิก มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันดี ในฐานะผู้ช่วยเหลือ และผู้ต่อสู้เพื่อคนยากไร้ทั้งในประเทศที่ยากจน และร่ำรวย

ในปี 2522 แม่ชีเทเรซา ได้รับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ และหลังจากเสียชีวิต สมเด็จพระสันตะปาปาจอห์น ปอลที่ 2 ได้ประกาศให้เป็น "บุญราศี" เมื่อปี 2546 ก่อนที่ในเวลาต่อมา สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส จะประกาศให้เป็นนักบุญ โดยมีนามว่า"นักบุญเทเรซาแห่งกัลกัตตา" ในปี 2559

แม่ชีเทเรซา

จากสโกเปียสู่กัลกัตตา

แม่ชีเทเรซา มีเชื้อสายบอสเนีย ชื่อเดิมคือ"แอกเนส กอนจา โบยาจู" เกิดเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2453 ที่เมืองสโกเปีย ซึ่งปัจจุบันคือเมืองหลวงของมาซิโดเนีย เป็นบุตรคนสุดท้องในครอบครัวชนชั้นกลาง บิดาเป็นชาวคริสต์ที่เคร่งครัดในศาสนา

แม้บิดาเสียชีวิตจะเสียชีวิตตั้งแต่อายุได้เพียง 9 ขวบ แต่ความรัก และความอบอุ่นภายในครอบครัวที่ยังมีอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ทำให้แอกเนสเติบโตเป็นเด็กร่าเริง มีสุขภาพดี

ต่อมาเธอได้รู้จักประเทศอินเดีย และรู้ว่าอินเดียขณะนั้นระบบสาธารณูปโภคยังล้าหลังอยู่มาก มีคนยากไร้มากมายที่ต้องทนทรมาน เธอเริ่มถามตนเองว่า มีวิธีใดบ้างไหมที่เธอจะช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากในอินเดียและเธอจึงเริ่มคิดที่จะเป็นนักบวช

ในปี 2471แอกเนสตัดสินใจขออนุญาตครอบครัวบวชเป็นแม่ชี ตอนแรกครอบครัวคัดค้าน แต่ต่อมาไม่กี่วันทางครอบครัวก็ยอมให้เธอบวช โดยเธอเดินทางไปบวชที่อารามโลเรโต ในกรุงดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ ซึ่งการลาจากจากครอบครัวของเธอในครั้งนี้ เป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้เห็นหน้าแม่ และน้องสาว

หลังตั้งใจศึกษาเล่าเรียนวิชาที่นักพรตหญิงพึงได้เรียนเป็นเวลา 1 เดือน เธอได้เดินทางไปยังประเทศอินเดีย และได้เริ่มออกเผยแผ่คำสอนในเมืองดาร์จีลิง รัฐสิกขิม ทางเหนือของอินเดีย โดยเธอได้พักอยู่ที่อารามโลเรโตที่ตั้งอยู่ที่เมืองดาร์จีลิง

ปี 2474 แอกเนสตัดสินใจเข้าพิธีปฏิญาณตนเป็นนักพรตหญิงคณะภคินีพระนางมารีย์พรหมจารีที่อารามโลเรโต ในเมืองดาร์ลีจิงเป็นครั้งแรก และได้รับชื่อทางศาสนาว่า ซิสเตอร์เทเรซา และได้ปฏิญาณตนตลอดชีพในปี 2480

จากนั้นแม่ชีได้เข้าไปเป็นครูที่โรงเรียนสตรีเซนต์มาเรีย ในเมืองเอนทาลี นครกัลกัตตาและได้รับการแต่งตั้งให้เป็นครูใหญ่ในเวลาต่อมา

แม่ชีเทเรซา

เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้

ด้วยความตั้งใจที่จะช่วยเหลือคนจน และคนยากไร้ แม่ชีเทเรซา จึงขออนุญาตไปทางพระสันตะปาปาเพื่อขอเข้าไปช่วยเหลือคนเหล่านี้ แต่การจะไปช่วยเหลือได้นั้น ก็ต้องมีความรู้เพียงพอเสียก่อน ซึ่งเธอก็ได้เดินทางไปศึกษาวิชาพยาบาลที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในเมืองปัตนา รัฐพิหาร

เมื่อศึกษาจบ แม่ชีเทเรซาได้ก่อตั้งโรงเรียนกลางแจ้งในสลัม มีเด็กๆ ให้ความสนใจมาเรียนเป็นจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่นานก็เริ่มมีศิษย์เก่าจากโรงเรียนสตรีเซนต์มาเรีย มาขอบวชเป็นผู้ช่วยแม่ชีเทเรซา

ในปี 2493 อาร์ชบิชอปได้ตั้งกลุ่มของแม่ชีเทเรซาให้เป็นคณะนักบวชคาทอลิก มีชื่อว่า"คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม" โดยมีแม่ชีเทเรซาได้เป็นมหาธิการิณี ซึ่งนับตั้งแต่นั้นมาผู้คนส่วนใหญ่มักเรียกแม่ชีเทเรซาว่า "คุณแม่เทเรซา"

ในปี 2495 แม่ชีเทเรซา ได้ก่อตั้ง "บ้านของผู้รอความตาย" (Home for the Dying) ในกัลกัตตา เพื่อผู้ยากจนที่ใกล้จะสิ้นชีวิตได้มีช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความสุข และอบอุ่น จากนั้นในปี 2498 มีผู้ใจบุญบริจาคบ้านให้ใช้ประโยชน์ แม่ชีเทเรซา จึงได้ตัดสินใจใช้บ้านหลังนี้ เป็นสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า โดยตั้งชื่อว่า"บ้านเด็กดวงหทัยนิรมล" (Children's Home of the Immaculate Heart)

ก่อนที่ในปี 2511 จะก่อตั้ง "หมู่บ้านสันติสุข" ขึ้นมา สำหรับดูแลคนโรคเรื้อน ซึ่งภายในพื้นที่กว่า 80 ไร่ของหมู่บ้านแห่งนี้ มีทั้งโรงพยาบาลและที่อยู่ทั้งสำหรับเหล่าแม่ชี และเหล่าผู้ป่วย โดยมีผู้ป่วยโรคเรื้อนขอเข้ารับการรักษาที่หมู่บ้านสันติสุขนี้มากกว่า 15,000 คน

แม่ชีเทเรซาเคยเดินทางไปเยือนญี่ปุ่น ในปี 2524 ซึ่งก็ได้ตระเวนปราศรัยไปตามที่ต่างๆ ในประเทศ เนื้อหาส่วนใหญ่คือ ความเหลื่อมล้ำในสังคม การรังเกียจคนจรจัด และการกลั่นแกล้งประทุษร้ายกัน จากนั้นในปี 2525 เมื่ออิสราเอลทำสงครามกับองค์กรปลดปล่อยปาเลสไตน์ จนเกิดการสู้รบรุนแรงในแถบเอเชียตะวันตก แม่ชีเทเรซาก็เดินทางเข้าไปเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ ที่ติดค้างในสถานที่ต่างๆ มาได้ 37 คน

แม่ชีเทเรซา

ความพยายามอย่างหนัก ในการช่วยเหลือผู้ยากไร้เหล่านี้ ทำให้ตลอดชีวิตของแม่ชีเทเรซาได้รับรางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติ และผลงานการกุศลต่างๆ กว่า 700 รางวัล เช่น

  • รางวัลแมกไซไซ จากรัฐบาลฟิลิปปินส์
  • รางวัลสันติภาพ "จอห์นที่ 23" โดยพระสันตะปาปาปอลที่ 6
  • รางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในฐานะต่อสู้เพื่อลดความยากจนทุกข์ยากซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการนำไปสู่ความสงบสุขและสันติ
  • ประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน (Ronald Reagan) มอบเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดี ซึ่งเป็นเครื่องอิสริยาภรณ์สูงสุดของสหรัฐอเมริกา

บั้นปลายชีวิต

ในปี 2526 แม่ชีเทเรซาเริ่มป่วยเป็นโรคหัวใจ แต่ยังทำงานเหมือนปกติ แต่เมื่ออาการโรคหัวใจมาเยือนอยู่เรื่อย ๆ ทำให้ในที่สุด แม่ชีเทเรซา ก็ได้ยื่นจดหมายต่อพระสันตะปาปา เพื่อขอลาออกจากตำแหน่งมหาธิการิณี คณะธรรมทูตแห่งเมตตาธรรม พร้อมขอให้มีการเลือกตั้งผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งจากท่าน แต่บรรดาภคินีต่างเทคะแนนให้แม่ชีเทเรซา ทำให้ได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นมหาธิการิณีอีกครั้ง

อย่างไรก็ดี เมื่ออาการโรคหัวใจกำเริบรบกวนบ่อยขึ้น และเห็นว่าตนเองคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไปไม่ได้ ทำให้ในปี 2539 จึงตัดสินลาออกจากตำแหน่งมหาธิการิณีอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้บรรดาสมาชิกในคณะต่างเห็นว่า แม่ชีเทเรซาควรได้พักผ่อน จึงไม่คัดค้าน

จากนั้นในวันที่ 5 กันยายน 2540 แม่ชีเทเรซาก็ได้ถึงแก่กรรมลงที่บ้านพักในอินเดีย ขณะอายุได้ 87 ปี ซึ่งทางการอินเดียได้จัดพิธีศพให้อย่างยิ่งใหญ่ ถือเป็นงานศพระดับชาติของทางการอินเดีย โดยปัจจุบันร่างของแม่ชีนอนหลับอยู่ในหลุมฝังศพที่บ้านพักในอินเดีย

แม่ชีเทเรซา

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter): https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...