โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภาพยนตร์

Hugh Jackman อยากรับบท Wolverine ใน 'Deadpool & Wolverine' สุด ๆ ถึงขนาดโทรไปคอนเฟิร์มก่อนตัวแทนจะรู้ด้วยซ้ำ

BT Beartai

อัพเดต 24 พ.ค. 2567 เวลา 09.17 น. • เผยแพร่ 23 พ.ค. 2567 เวลา 15.22 น.
Hugh Jackman อยากรับบท Wolverine ใน 'Deadpool & Wolverine' สุด ๆ ถึงขนาดโทรไปคอนเฟิร์มก่อนตัวแทนจะรู้ด้วยซ้ำ

อีก 2 เดือน หนังในจักรวาล MCU เรื่องแรกและเรื่องเดียว (และความหวังหมู่บ้านชาว Marvel Studios) ของปีนี้อย่าง ‘Deadpool & Wolverine’ ก็จะได้ฤกษ์เข้าฉายในวันที่ 24 กรกฎาคมนี้แล้ว แม้ถึงตอนนี้เราจะไม่แปลกใจแล้วที่ได้เห็นไรอัน เรย์โนลด์ (Ryan Reynolds) กลับมารับบท เวด วิลสัน (Wade Wilson) หรือเดดพูล (Deadpool) ฮีโรสุดห่ามเป็นครั้งแรกใน MCU มาพร้อมกับ ฮิว แจ็กแมน (Hugh Jackman) ที่หวนกลับมารับบท วูล์ฟเวอรีน (Wolverine) มิวแทนต์กรงเล็บเหล็กแห่งจักรวาล X-Men อีกครั้ง

แม้ว่าหลังจากเสร็จสิ้นการรับบทใน ‘Logan’ (2017) แจ็กแมนจะประกาศวางมือจากบทบาทนี้อย่างถาวร ไปสัมภาษณ์สื่อที่ไหนก็มักจะได้คำตอบถึงการยืนยันว่าจะไม่กลับมารับบทนี้อีก เหตุผลส่วนหนึ่งก็เพราะความเหนื่อยล้าจากการเตรียมฟิตร่างกายในการเตรียมตัวรับบทนี้ จนมีข่าวลือว่านักแสดงหนุ่มอีกคนอย่าง ทารอน เอเจอร์ตัน (Taron Egerton) อาจจะได้รับบทนี้แทนแล้วด้วยซ้ำ

จนกระทั่งเมื่อปี 2022 เรย์โนลด์ได้ปล่อยคลิปทีเซอร์เพื่อยืนยันว่า เขาสามารถพาแจ็กแมนกลับมารับบทนี้ได้เสียที แถมยังเคยให้สัมภาษณ์ว่าเขาต้องใช้เวลายาวนานกว่า 3 ปีกว่าจะขอร้องให้แจ็กแมนยอมกลับมาสวมกรงเล็บเหล็กอีกครั้ง

Hugh Jackman Ryan Reynolds Deadpool & Wolverine

แต่นั่นก็ดูจะไม่ใช่เพียงแค่ความต้องการของเรย์โนลด์ฝ่ายเดียว เพราะล่าสุด แจ็กแมน รวมทั้งเรย์โนลด์ และผู้กำกับอย่าง ชอว์น เลวี (Shawn Levy) ได้เปิดเผยเรื่องราวของการถูกชวนให้กลับมารับบทวูล์ฟเวอรีน (ในแบบที่เป็นทางการ) ในคลิปสัมภาษณ์ของช่อง YouTube Fandango ซึ่งแจ็กแมนได้เปิดเผยว่า การที่เขาตัดสินใจรับปากกับเพื่อนซี้อย่างเรย์โนลด์ว่าจะกลับมารับบท วูล์ฟเวอรีน ในหนัง ‘Deadpool’ ภาคใหม่นั้นเกิดขึ้นอย่างกะทันหันกว่าที่คิดไว้

“ตอนนั้นผมกำลังเดินทางอยู่ครับ ผมกำลังขับรถอยู่ แล้วอยู่ดี ๆ ก็เหมือนมีสายฟ้าฟาดลงมา มันเป็นความรู้สึกที่อยู่ในจิตสำนึกนั่นแหละ ทำให้ผมรู้อยู่ข้างในลึก ๆ ว่า ผมอยากจะเล่นหนังเรื่องนี้ร่วมกับไรอันจริง ๆ เพื่อจะได้ทำให้ Deadpool กลับมาเจอกับ Wolverine อีกครั้ง”

“อันนี้ผมสาบานได้เลยนะครับว่า ตอนที่ผมบอกว่าผมไม่อยากรับบทนี้น่ะ ผมคิดเอาไว้ว่าจะไม่เอาแล้วจริง ๆ นะ แต่ตอนที่ดู ‘Deadpool’ ภาคแรก (2016) เสียงในหัวของผมมันบอกว่า ‘ตัวละคร 2 ตัวนี้มันต้องมาอยู่ด้วยกันสิวะ’ ผมเลยรู้ทันทีเลยว่าแฟน ๆ ก็คงต้องการมันมาตลอดตั้งแต่ที่ผมสวมกรงเล็บนี้ และมันก็ยังเป็นแบบนั้นมาตลอด แต่ผมแค่เพิ่งจะรู้ตัวเท่านั้นเอง”

“ตอนนั้นผมนี่แทบจะรอให้ถึงจุดหมายไม่ไหวเลยครับ พอผมมาถึงแล้ว ผมก็โทรหาไรอัน แล้วผมก็บอกว่า ‘มาลุยกันเถอะ’ แล้วตอนนั้นผมไม่ได้โทรหาตัวแทนของผมเลยนะครับ ไม่เลยสักคน ตอนหลังผมถึงต้องโทรไปบอกตัวแทนของผมว่า ‘พอดีผมเพิ่งตกลงรับเล่นหนังไปเรื่องหนึ่งแล้วน่ะครับ'”

หลังจากมีผลงานทีวีซีรีส์และภาพยนตร์มาอีกเล็กน้อย แจ็กแมนก็ได้รับโอกาสสำคัญในการรับบทเป็นโลแกน หรือวูล์ฟเวอรีน ครั้งแรกใน ‘X-Men’ (2000) ของ 20th Century Fox และผูกขาดการรับบทนี้ในอีกหลายภาค ก่อนจะปิดฉากอย่างสมบูรณ์แบบในหนังเดี่ยว ‘Logan’ ที่ทำให้แจ็กแมนเป็น 1 ในนักแสดงที่รับบทบาทในหนังของ Marvel ยาวนานที่สุด

จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์ที่ Disney เข้าซื้อกิจการ Fox วี่แววของการดึงจักรวาล X-Men กลับสู่บ้านหลังใหญ่อย่าง MCU จึงเป็นไปได้จริง และไอเดียของการนำเอาแจ็กแมนกลับมารับบทวูล์ฟเวอรีนก็ถูกพูดถึงอีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าหัวเรือใหญ่อย่าง เควิน ไฟกี (Kevin Feige) ประธานของ Marvel Studios กลับไม่เห็นด้วยที่จะให้แจ็กแมนกลับมาทำลายประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่

“ผมบอกเขาว่า ‘ผมจะให้คำแนะนำแก่คุณนะฮิว อย่ากลับมาเป็นอันขาด คุณมี ‘Logan’ ที่เป็นตอนจบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เชียวนะ และนั่นไม่ใช่สิ่งที่เราควรจะไปทำลายมัน'”

Hugh Jackman Ryan Reynolds Deadpool & Wolverine

แต่สุดท้าย ไอเดียของ ‘Deadpool & Wolverine’ ก็เกิดขึ้นจริง เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าตัวของแจ็กแมนเองที่อยากทำงานร่วมกับทั้งเรย์โนลด์และเลวี ส่วนเรย์โนลด์เองก็เคยให้สัมภาษณ์ว่า ตอนที่เขาประชุมครั้งแรกกับทาง Marvel ตอนที่ Disney เข้าซื้อ Fox ไอเดียนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ และเขาเคยเล่าว่าเขาตามตื๊อให้แจ็กแมนกลับมารับบทนี้อีกครั้งมายาวนานกว่า 3 ปี แต่ก็ถูกปฏิเสธมาโดยตลอด

จนกระทั่งเรย์โนลด์ได้ปล่อยทีเซอร์แรกที่เผยให้เห็นเขากับแจ็กแมนที่ตกปากรับคำกลับมารับบทนี้อย่างแน่นอนในท้ายที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าพอเรื่องแดงออกมาว่าจริง ๆ แล้วหนังเรื่องนี้เกิดจากความต้องการของแจ็กแมนต่างหาก เรย์โนลด์เลยให้สัมภาษณ์แซว ๆ กับสำนักข่าว AP ว่า

“ตอนนี้ผมเริ่มคิด…เริ่มจะคิดแล้วล่ะว่าฮิวนี่เป็นคนขี้โกหกแค่ไหน เขากลายเป็นคนโกหกหน้าไม่อายที่มาพร้อมกับคำพูดตอหลดตอแหล แล้วดูดิ เนี่ย…สุดท้ายเขาก็กลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า ซึ่งนั่นแหละครับคือส่วนที่สนุกของการทำหนังเรื่องนี้ล่ะครับ”

ส่วนผู้กำกับอย่างเลวี ก็เคยให้สัมภาษณ์ยืนยันกับ Entertainment Weekly ว่าหนังเรื่องนี้เกิดขึ้นได้ก็เพราะว่าแจ็กแมนยอมตกลงกลับมารับบทวูล์ฟเวอรีน ในแบบที่ไม่มีใครคาดหวังว่าเขาจะยอมกลับมา

“ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแบบสิ้นเชิงเลยครับ ตอนที่ฮิวโทรหาไรอัน เราได้ทำการเวิร์กช็อปเพื่อหาไอเดียต่าง ๆ มากมายเกี่ยวกับเรื่องราวที่จะเป็นไปได้ใน ‘Deadpool’ ภาคที่ 3 ที่ตอนแรกจะเป็นไอเดียที่เกี่ยวกับเรื่องราวที่ต่อเนื่องมาจาก ‘Deadpool’ 2 ภาคแรกมากกว่า แต่ก็ไม่มีใครจะจินตนาการได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในระดับสั่นสะเทือนขนาดนี้มาก่อน ผมสามารถพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่า เรื่องราวมันได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปอย่างสมบูรณ์ และจริง ๆ มันก็เป็นไอเดียที่เข้ามาหาเราอย่างรวดเร็วมากนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา”

“ทุกคนมักจะคิดกันว่า การกลับมาของฮิว เป็นผลจากการที่ผมหรือไม่ก็ไรอัน คอยรบกวนและตื๊อเขาแบบไม่หยุดหย่อน แต่สิ่งที่น่าอัศจรรย์กว่านั้นก็คือ หนังเรื่องนี้มันเกิดขึ้นจากการที่ฮิวเป็นคนชี้ทางสว่างให้ต่างหาก เพราะเขาอยากจะร่วมทีมกันระหว่าง Logan และ Deadpool ดังนั้นนี่จึงเป็นของขวัญจากฟากฟ้าที่สวรรค์ประทานมาให้เพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่างนั่นเองล่ะครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...