โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รับมือยังไง หากเครียดหนัก จนเกิดอาการจิตตก !?

BRIGHTTV.CO.TH

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 17.12 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 10.07 น. • Bright Today

สสส. เผยวิธีจัดการกับความเครียดและความกดดัน จนทำให้เกิดอาการจิตตก เกิดขึ้นได้กับทุกคน จะมีวิธีรับมืออย่างไร?

สสส. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ) : ThaiHealth ได้ออกมาให้ความรู้ และ วิธีจัดการอาการจิตตก โดยได้กล่าวไว้าว่า … คำว่า “จิตตก” คือภาวะจิตใจของคนที่ประสบกับความเครียด ความกดดัน เป็นระยะเวลายาวนาน หรืออาจเกิดจากความกดดันที่เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ไม่ยาวนานแต่มีความรุนแรงสูง อาการที่เกิดขึ้นมักเป็นลำดับดังนี้ เบื้องต้นมักจะเกิดจากการคาดว่า เกรงว่าสิ่งที่ไม่ดีจะเกิดขึ้น จะมีความเสียหายเกิดขึ้น คิดว่าจะไม่ประสบความสำเร็จ จะล้มเหลว ทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ได้แก่ อาการใจสั่น เหงื่อออก หายใจไม่อิ่ม นอนไม่หลับ ระบบทางเดินอาหาร ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน เป็นต้น

ส่วนระยะถัดมาเมื่อทราบถึงผลของเหตุการณ์แล้วว่าไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิด ไม่สำเร็จ ก็จะเกิดอาการผิดหวัง ท้อแท้ ซึมเศร้า ได้แก่ อาการเบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ไม่มีสมาธิ คิดช้า ไม่มีกำลังใจ รู้สึกว่าตัวเองไร้คุณค่า ในรายที่อาการรุนแรงอาจมีความคิดไม่อยากมีชีวิตอยู่ อยากฆ่าตัวตาย และอาจมีอาการทางจิตร่วมด้วย เช่น หูแว่ว ประสาทหลอน หวาดระแวง ซึ่งสามารถก่อให้เกิดอันตรายได้ทั้งกับตนเองและผู้อื่น

เราไม่สามารถรู้ได้ว่าภาวะจิตตกเกิดขึ้นกับเราหรือไม่ เมื่อไร ดังนั้น ทางที่ดีจึงควรทำความรู้จักวิธีการรับมือกับภาวะจิตตกเอาไว้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นได้ง่าย ควรเพิ่มภูมิคุ้มกันโดยการลดระดับความเครียดในแต่ละวันไม่ให้เกิดการสะสม โดยการพักกายและพักใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่มักจะหลงลืมไป ได้แก่ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และเพียงพอ การนอนหลับพักผ่อนอย่างเพียงพอ เพราะคนที่หิวหรือนอนไม่พอ ความอดทนจะต่ำ อารมณ์จะหงุดหงิด ฉุนเฉียวได้ง่าย

นอกจากนี้ในแต่ละวันควร มีเวลาออกกำลังกายเพื่อยืดเส้น ยืดสาย ลดความเครียด และช่วยให้ฮอร์โมนเอนโดรฟินในสมองซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยให้คนเรารู้สึกผ่อนคลาย มีความสุขหลั่งออกมา นอกจากพักกายแล้ว การพักใจก็ควรทำเป็นประจำ ถ้าทำได้ทุกวันจะเป็นการดี การพักใจที่ว่านี้คือการทำให้ใจได้พักโดยการทำงานอดิเรกที่ชอบ ทำแล้วมีความสุข สมองได้พักผ่อน เพื่อช่วยให้อารมณ์ลบในแต่ละวันถูกถ่ายเทออกไป ไม่สะสม จิตใจก็จะผ่องใส สามารถรับแรงกดดันในชีวิตได้ดีขึ้น เกิดภาวะจิตตกได้ยากขึ้น

สำหรับคนที่มีภาวะจิตตก การจะผ่านภาวะนี้ไปได้ต้องอาศัยทักษะ ดังนี้

1. ความเชื่อมั่นว่าจะผ่านพ้นปัญหาไปได้ ส่วนจะช้าหรือเร็วเป็นอีกเรื่องหนึ่ง การเชื่อมั่น ว่าปัญหาจะมีทางออกในที่สุดจะช่วยให้มีกำลังใจสู้ต่อไปได้

2. ความสามารถมองเห็นข้อดีหรือข้อบวกของสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อนำมาเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปได้ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ต้องฝึก ฝนจึงจะทำได้ดี

3. การมองปัญหาและการวางแผนแก้ไขแบบเป็นขั้นตอน แล้วจัดการแก้ไขไปทีละขั้นละเปลาะ การแก้ไขได้สำเร็จทีละขั้นจะช่วยให้เกิดความมั่นใจว่าจะแก้ปัญหาได้สำเร็จในที่สุด

4. สำหรับคนที่พยายามแก้ปัญหาด้วยตัวเองแล้วยังไม่สำเร็จ อาจต้องอาศัยตัวช่วยคือความช่วยเหลือจากคนรอบข้าง ได้แก่ เพื่อนสนิท หรือญาติผู้ใหญ่ ในการช่วยมองปัญหา ให้คำปรึกษาแนะนำ

ในบางรายถ้าประสบปัญหาที่ใหญ่และหนักหนามาก หลังรับความช่วยเหลือจากคนรอบข้างแล้วยังไม่ดีขึ้น และอาจมีอาการวิตกกังวลหรือซึมเศร้าจนไม่สามารถรับผิดชอบหน้าที่การงานได้ อาจจำเป็นต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เช่น นักจิตวิทยา หรือจิตแพทย์ เพื่อช่วยเหลือให้ต่อสู้กับปัญหาและผ่านวิกฤตไปให้ได้ หวังว่าผู้อ่านทุกท่านจะไม่ต้องประสบกับภาวะจิตตก ถ้าต้องพบก็ขอให้รับมือได้ อย่างไรก็ตาม อ่านบทความนี้แล้วอย่าลืมพักกายพักใจกันทุกๆ วันด้วยนะครับ

คนจิตตก

ที่มา มูลนิธิเครือข่ายครอบครัว (นพ.ไกรสิทธิ์ นฤขัตพิชัย), สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...