ทำไมนักพฤกษศาสตร์บางตนถึง ต้องการเปลี่ยนชื่อพืชหลายร้อยชนิด?
ทำไมนักพฤกษศาสตร์หลายคนต้องการเปลี่ยนชื่อพืช? “มันถึงเวลาแล้ว” นักวิทยาศาสตร์ได้ทำการลงมติซึ่งจะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการตามมา
พืช เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตบนโลกที่มีความหลากหลาย มีความสำคัญในระบบนิเวศ และได้รับการศึกษามาอย่างยาวนานหลายร้อยปี ซึ่งรวมถึงได้ตั้ง ‘ชื่อ’ จำนวนมากตลอดยุคประวัติศาสตร์ของมนุษย์ แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนระบุว่า ‘มีความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง’ ในปัจจุบัน
“มันถึงเวลาแล้ว” Alina Freire-Fierro นักพฤกษศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเทคนิค Cotopaxi กล่าวในการประชุมพฤกษศาสตร์นานาชาติที่กรุงมาดริด กล่าว
แต่ไม่ใช่ทุกคนที่ะเห็นด้วย ซึ่งให้เหตุผลว่าการเปลื่ยนชื่อเหล่านี้จะสร้างผลกระทบครั้งใหญ่ตามมา โดยเฉพาะอาจทำเกิดความสับสนอย่างมาก แต่นักวิทยาศาสตร์ถกเถียงกันเรื่องนี้เพราะอะไร?
การถกเถียงกันเรื่องชื่อของพืชนั้นมีมาอย่างยาวนาน แต่ช่วงเวลาที่มันปะทุขึ้นอย่างรุนแรงนั้นน่าจะเริ่มต้นขึ้นในปี 2021 ที่มีนักวิทยาศาสตร์บางคนลุกขึ้นมาพร้อมกับความคิดเห็นที่ร้อนแรงว่าให้มีการฟื้นฟูชื่อสายพันธุ์พื้นเมืองของพืชท้องถิ่น และเปลี่ยนชื่อที่ไม่เหมาะสมอออกไป
หลายคนอาจสงสัยว่าชื่อที่ไม่เหมาะสมนั้นคืออะไร? ผู้เชี่ยวชาญบางคนชี้ให้เห็นว่าชื่อหลายชนิดที่กลายเป็นชื่อทางวิทยาศาสตร์ในทุกวันนี้นั้นมีต้นตนที่ดำมืดอยู่ ผุ้ค้นพบบางคนตั้งชื่อมันเพื่อ ‘อวด’ หรือ ‘ยกยอ’ การกระทำของตัวเอง โดยเฉพาะการกระทำที่ดู ‘ไม่เหมาะสม’ ในมุมมองปัจจุบัน
ตัวอย่างเช่น พืชสกุลฮิบเบอร์เทีย (Hibbertia) ซึ่งได้รับการตั้งชื่อเพื่อเป็นเกียรติแก่นักต่อต้านการเลิกทาสชาวอังกฤษและเจ้าของสวน George Hibbert ขณะเดียวกันบางชื่อก็ตั้งขึ้นเพื่อ ‘ดูถูก’ และ ‘เหยียดหยาม’ เชื้อชาติอื่นเช่นพืชที่ชื่อ Erythrina caffra โดยคำว่า caffra นั้นเป็นคำเหยียดคนผิวดำในยุคที่มีการแบ่งแยกสีผิว
กล่าวอย่างง่ายที่สุด ชื่อพืชหลายชนิดเป็นตัวแทนของการเหยียดเชื้อชาติและการล่าอาณานิคม นักวิทยาศาสตร์หลายคนจึงเสนอให้มีการเปลี่ยนมันอย่าง ‘ถาวรและมีผลน้อยหลัง’
“ถึงเวลาที่ระบบการตั้งชื่อสาหร่าย รา และพืช จะต้องรับมือกับสิ่งที่บางคนมองว่าเป็นอดีตของอาณานิคม และกำจัดคำคุณศัพท์ที่เป็นการดูถูกเหยียดหยามออกไปจากชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชอย่างเด็ดขาด สมบูรณ์ และถาวร" Gideon F. Smith และ Estrela Figueiredo จากมหาวิทยาลัย Nelson Mandela กล่าวในปี 2021
ขณะที่ Lennard Gillman นักเขียนชีวประวัติเชิงวิวัฒนาการที่เกษียณแล้วและเป็นที่ปรึกษาอิสระในโอ๊คแลนด์ นิวซีแลนด์กล่าวเสริมว่า “คงจะดีมากถ้ามีกลไกลในการกำจัดชื่อที่น่ารังเกียจที่สุดออกไป”
แม้ชื่อหลายชื่อจะดูไม่มีความเหมาะสมในปัจจุบัน แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนในโลกอนุกรมวิธานจะมีจุดยืนแบบเดียวกับ F. Smith และ Figueiredo ที่ได้กล่าวในปี 2021 ตัวอย่างเช่นเมื่อปีที่แล้ว ที่คณะกรรมาธิการระหว่างประเทศว่าด้วยการตั้งชื่อทางสัตววิทยา ออกแถลงการณ์ว่ามีจุดยืนคือการรักษาชื่อทางวิทยาศาสตร์ของสัตว์ให้คงเดิม
เหตุผลก็เพราะสิ่งมีชีวิตใดที่ถูกตั้งชื่อและเผยแพร่ตามนั้นไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ก็ตามอาจทำให้เกิดความสับสน และบางครั้งก็ต้องแก้ไขไปถึงระดับฐานข้อมูลรวมถึงข้อกฎหมายที่สำคัญเช่น การคุ้มครองชนิดสัตว์ที่ใกล้สูญพันธุ์ ความสับสนดังกล่าว อาจทำให้ผู้เชี่ยวชาญและคนทั่วไปเข้าใจไม่ตรงกัน
“แม้แต่การเปลี่ยนแปลงเล็ก ๆ น้อย ๆ (ในชื่อ) ก็อาจทำให้เกิดเหตุการณืที่ไม่คาดฝันได้ ซึ่งก่อให้เกิดต้นทุนและความยากลำบากสำหรับทุกคน” Quentin Groom จากสวนพฤกษศาสตร์ Meise “จึงมีแรงกดดันที่ขัดแย้งกัน และคุณก็รู้สึกอย่างนั้นแน่นอนในห้องนี้(ห้องลงมติ)”
ในทุก ๆ 6-7 ปี นักอนุกรมวิธานด้านพืชจะพบกันในการประชุมที่มีชื่อว่า “International Botanical Congress” เพื่อพิจารณาวาระใด ๆ ก็ที่เกี่ยวกับพืชซึ่งส่วนใหญ่จะเกี่ยวกับการตั้งชื่อพืชสายพันธุ์ใหม่ ๆ (ส่วนสัตว์จะมีนักวิทยาศาสตร์อีกกลุ่มที่รับผิดชอบ)
ซึ่งโดยทั่วไปแล้วพืชชนิดใหม่จะได้รับการตั้งชื่อโดยนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบ พร้อมกับมีข้อมูลและคำอธิบายสำคัญ ๆ ในวรรณกรรมทางวิทยาศาสตร์ แต่อย่างที่กล่าวไปในข้างต้น ชื่อหลายชื่อมีความไม่เหมาะสม ทางคณะกรรมการจึงจัดให้มีการลงมติในการประชุมว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อหรือไม่
จากจำนวนผู้เข้าร่วมการลงคะแนนลับทั้งหมด 351 คนที่กรุงมาดริด จากผู้เชี่ยวชาญที่มีสิทธิเข้าร่วมทั่วโลก 556 คน มี 63% ที่เห็นด้วยว่าควรเปลี่ยนชื่อพืชที่ไม่เหมาะสมมากกว่า 200 สายพันธุ์ทั้งในเห็ดรา สาหร่าย และพืชสีเขียวอื่น ๆ โดยจะมีคณะกรรมการเฉพาะในการจัดการต่อไป
“(เรา)ขอขอบคุณเพื่อนร่วมงานของเราจากทั่วโลก ที่ได้สนับสนุนความพยายามของเราในการกำจัดการตั้งชื่อทางพฤกษศาสตร์ที่เหยียดเชื้อชาติและน่ารังเกียจนี้” F. Smith กล่าว
การลงคะแนนมติในหมู่นักพฤกษศาสตร์นี้ยังรวมถึงข้อเสนอเพื่ออนุญาตให้มีการเปลี่ยนชื่อที่ไม่เหมาะสมทางวัฒนธรรมออกไปด้วย ยังไงก็ตาม นั่นเป็นเรื่องที่จะต้องมีการตัดสินใจร่วมกันต่อไป นี่นับเป็นเครื่องแรกในประวัติศาสตร์ที่นักวิทยาศาสตร์ได้ร่วมกันเปลี่ยนสิ่งที่มีอยู่มาอย่างยาวนาน และบางทีมันอาจสร้างอิทธิพลไปยังวิทยาศาสตร์สาขาอื่น ๆ ด้วยเช่นกัน
“คงจะดีมาก ถ้าพวกเขาสามารถจัดการบางอย่างให้สำเร็จได้” Kevin Thiele นักอนุกรมวิธานพืชที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย กล่าว “การเปลี่ยนแปลงมักจะเกิดขึ้นทีละนิดทีละน้อย”
ที่มา
https://www.nature.com/articles/d41586-024-02337-1
https://www.science.org/…/botanists-vote-to-remove…
https://www.theguardian.com/…/botanists-remove-racist…
https://www.iflscience.com/botanists-vote-to-remove…
Photo : Tree Species - Own work, CC BY 3.0/wikicommons