โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เครดิตบูโร เตือนสติลดเวลาขึ้นบัญชีดำลูกหนี้เสีย

The Better

อัพเดต 30 พ.ค. 2567 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 30 พ.ค. 2567 เวลา 00.57 น. • THE BETTER
เครดิตบูโร เตือนสติแนวคิดลดเวลาขึ้นบัญชีดำลูกหนี้เสีย ต้องคิดให้รอบด้านได้หรือเสียมากกว่ากัน แจงออกประกาศได้เลย ไม่ต้องแก้กฎหมาย

หลังจากที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกฯ และ รมว.คลัง ออกมาเสนอแนวคิดลดเวลาการขึ้นบัญชีดำของลูกหนี้เสียจาก 8 ปี ให้ลดลง เนื่องจากมองว่านายเกินไปนั้น

ด้านนายสุรพล โอภาสเสียร ผู้จัดการใหญ่ บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติจากัด (เครดิตบูโร) ได้ออกมาโพสต์เฟสบุ๊ก ว่า

ตามที่ได้มีข่าวสารปรากฏถึงแนวคิดแนวทางในการที่จะช่วยผู้คนซึ่งไปกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน แต่ต่อมาไม่สามารถชำระหนี้ได้ จนเลยเวลา 90 วันหรือค้างเกินกว่า 3 งวดหรือเกินกว่า 3 เดือนขึ้นไป สถานะของลูกหนี้ที่มีบัญชีสินเชื่อดังกล่าวนั้นคือ หนี้เสีย หรือ NPLs นั่นเอง

ทีนี้ลูกหนี้ที่มีบัญชีอย่างนี้ในประวัติของตนก็จะไปขอกู้เงินใหม่อีกครั้งก็จะยากมาก ๆ เพราะหนี้เก่าที่ค้างชำระจนเสียนั้นยังไม่จ่าย จะมาได้เงินกู้ใหม่ได้อย่างไร สถาบันการเงินที่จะมาเป็นเจ้าหนี้ใหม่ก็มีกติกาปกป้องจากผู้กำกับดูแลว่า ถ้าตัวคนมายื่นขอกู้เพิ่มใหม่นั้นยังมีบัญชีที่ค้างชำระจนเกิน 3 เดือนมาแล้วคาตาในเวลาที่ยื่นขอกู้ และก็ยังไม่ได้ชำระหนี้ดังกล่าว การจะอนุมัติเอาเงินฝากของผู้ฝากเงินไปให้กับคนที่มีปัญหายังไม่ได้แก้ไขคงจะทำไม่ได้แน่นอน

ประเด็นที่น่าคิดก็คือว่าในช่วงปี 2563-2565 มันมีเหตุการณ์โรคระบาด ส่งผลทำให้เกิด income shock มีการสั่งห้ามการพบหน้ากัน lock down กัน เหตุปัจจัยนี้จะไปบอกว่าเป็นความผิดของลูกหนี้ที่ค้าขาย ทำงาน ทำอาชีพอิสระ ตั้งใจจะเบี้ยวหนี้จนเป็นหนี้เสียเลยทั้งหมดก็คงไม่ได้ ดังนั้นในระบบการเงินไทยเราจึงมีลูกหนี้จำนวนหนึ่งที่มีบัญชีหนี้เสียเพราะโควิด-19 ที่เรียกว่า บัญชีหนี้เสียรหัส 21หรือ บัญชี NPLs code 21 ครับ ตรงนี้ทุกรัฐบาลก็พยายามหาหนทางในการแก้ไข

วิธีการในการแก้ไขหลัก ๆ คือการปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหาหรือการทำ TDR. เพื่อให้บัญชีหนี้เสียกลายมาเป็นบัญชีหนี้ปรับโครงสร้างฯ และกลายเป็นบัญชีหนี้ปกติในที่สุดครับ แนวทางต่าง ๆ ทางธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีการกำหนดไว้ครับ รวมทั้งมีความพยายามสื่อสารให้ลูกหนี้ เจ้าหนี้ มาตกลงกันในจุดที่พอจะไปกันได้ จูงมือกันเดินต่อไป ผลก็เป็นอย่างที่มีการแถลงตัวเลขกันนะครับ

ทีนี้ก็ขอกลับมาที่ประเด็นของเรื่องที่อยากจะแก้ไขกติกาการกำหนดในปัจจุบัน (29.05.2567) ว่า ถ้าบัญชีใดเป็นหนี้เสีย เป็น NPLs แล้ว หากลูกหนี้รายนั้นที่เป็นเจ้าของบัญชีไม่ยอมจ่าย ไม่ยอมปรับโครงสร้างหนี้ที่มีปัญหา ไม่ยอมทำ TDR ถูกฟ้อง ถูกดำเนินคดี เราจะยอมให้มีข้อมูลที่แสดงสถานะการเป็นหนี้เสียในระบบของเครดิตบูโรนานเท่าใด นับแต่วันที่บัญชีนั้นค้างเกิน 90 วัน

ถ้าเอาตามกฎหมายในอดีต ก็ต้องส่งข้อมูลการเป็นหนี้เสียเข้ามาในระบบต่อเนื่องไปตลอด จนกว่าจะมีการชำระเป็นปกติ หรือมีการทำ TDR

สมัยท่าน ดร.ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เป็นผู้ว่าการ ธปท. และเป็น ประธานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิต หรือ กคค. ในเวลานั้น ท่านได้พิจารณาว่าเพื่อช่วยลูกหนี้ที่มีบัญชี NPLs ในประวัติของตน จึงได้มีการหารือกันทั้งระบบสถาบันการเงินและพบว่า ในอเมริกาเขาจะเก็บข้อมูลไว้นาน 7 ปี ในอังกฤษ 6 ปี จึงได้มีการตัดสินใจในวันนั้นโดยออกประกาศของ กคค.ออกมารองรับว่า ถ้าบัญชีใดค้างเกิน 90 วัน และยังไม่มีการชำระกลับมาเป็นปกติ หรือยังไม่ทำ TDR แล้วหล่ะก็ ก็ให้เจ้าหนี้ส่งข้อมูลต่อเนื่องทุกเดือนเข้ามาในระบบจนครบ 5 ปี กล่าวคือข้อมูลที่ปรากฏในรายงานเครดิตบูโรจะแสดงข้อมูลของปีที่ 5 ปีที่ 4 ปีที่ 3 หรือที่เราเรียกว่า 3 ปีย้อนหลัง รายงานก็จะบอกว่าบัญชีดังกล่าวนั้นค้างเกิน 90 วันแสดงอยู่จำนวน 36 เดือนหรือ 36 บรรทัดครับ

จากนั้น เมื่อสถาบันการเงินส่งข้อมูลเข้ามาจนเห็นเป็นเดือนสุดท้ายของปีที่ 5 ลากลงมาจนถึงเดือนที่หนึ่งของปีที่ 3 แล้ว

ในปีที่ 6 เดือนที่ 1 เครดิตบูโรก็เริ่มลบข้อมูลเดือนที่ 1 ของปีที่ 3 และในเดือนที่ 2 ของปีที่ 6 เครดิตบูโรก็จะลบข้อมูลของเดือนที่ 2 ของปีที่ 3 ทำอย่างนี้เรื่อยไปครับ ดังนั้นข้อมูลจะทยอยถูกลบไปจนบรรทัดสุดท้ายในระบบจะหายไปในเดือนที่ 12 ของปีที่ 8 รวมระยะเวลาที่บัญชีหนี้เสียดังกล่าวอยู่ในระบบคือ 8 ปี (5ส่ง+3ลบ) โดยจะแสดงผลย้อนหลังดังที่ผมเล่าให้ฟัง

ทีนี้ถ้าเราเป็นเจ้าหนี้ในปีที่ 8 เราจะเห็นข้อมูลว่าบัญชีหนี้สินกรณีนี้เป็นบัญชีหนี้เสีย เพราะยังไม่มีการชำระหนี้ตั้งแต่อดีตนับจากวันที่ค้างชำระเกิน 90 วัน คือเห็นประวัติย้อนไปได้ 8 ปีย้อนหลัง โดยบรรทัดสุดท้ายที่จะเห็นคือเดือนที่ 12 ของปีที่ 5 ครับ หลังจากครบ 8 ปีแล้ว ข้อมูลทั้งบัญชีนี้จะหายไปจากระบบ แต่มูลหนี้ไม่ได้หายไปนะครับ เจ้าหนี้เจ้าของบัญชีดังกล่าวยังมีสิทธิในการติดตามหนี้ตามกฎหมาย หากแต่สถาบันการเงินอื่นจะไม่เห็นข้อมูลนี้หากลูกหนี้เจ้าของบัญชี NPLs นี้ไปยื่นขอกู้ใหม่กับสถาบันการเงินใหม่

ระยะเวลา 8 ปี จึงเป็นเหมือนกติกาที่แลกเปลี่ยน (Trade off) ระหว่างการไม่ยอมชำระหนี้ การไม่ทำ TDR แลกกับการกู้เงินไม่ได้ในช่วง 8ปี เพื่อปกป้องคุ้มครองเงินฝากที่สถาบันการเงินจะเอามาให้กับลูกหนี้รายนี้ วันนั้นมองกันว่า สมควรแกเหตุอยู่ที่ตรงนี้ครับ ใครจะเห็นด้วยเห็นต่างในวันนี้ เอาที่สบายใจนะครับ ผมขอไม่อภิปรายต่อสู้ใด ๆ ทั้งสิ้น

คำถาม : การแก้ไขลดระยะเวลาจาก 8ปีทำได้หรือไม่ คำตอบคือ ทำได้ครับ ทำได้โดยการออกประกาศของคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตหรือประกาศ กคค. ครับ โดยต้องชั่งน้ำหนักว่า ความเสี่ยงและการแลกเปลี่ยน หรือเป้าหมายที่จะให้ลูกหนี้เจ้าของบัญชีหนี้เสียที่ไม่จ่าย ไม่ทำ TDR นั้นสามารถยื่นขอกู้ได้โดยว่าที่เจ้าหนี้ใหม่ไม่เห็นข้อมูลเมื่อใด ความเสี่ยงของสถาบันการเงินและผู้ผากเงินรับได้ตรงไหน มาตรฐานสากลเป็นอย่างไร หากมีข้อมูลครบ ตัดสินใจได้ครับ เครดิตบูโรไม่มีอำนาจตัดสินใจ เรามีหน้าที่ดำเนินการตามประกาศคำสั่งอย่างเดียวเลยครับ

ย้ำอีกครั้งครับ ไม่ต้องแก้กฎหมาย ทำแค่ออกประกาศใหม่ทับประกาศเก่า จะทำหรือไม่อยู่ที่คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตหรือ กคค. ครับ คณะกรรมการฯดังกล่าวมีท่านผู้ว่าการ ธปท. เป็นประธาน มีท่านผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. เป็นเลขานุการ ในส่วนของคณะกรรมการบริษัทของเครดิตบูโร หรือตัวผมเองไม่มีอำนาจใด ๆ เลยในเรื่องนี้ เราให้ข้อมูลและรับคำสั่งมาปฏิบัติอย่างเดียวครับ

หมายเหตุ : การให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ผู้ประสบภัยจากโควิด-19 จนกลายเป็นหนี้เสีย ชำระหนี้ไม่ได้ เป็นนโยบายมาทุกรัฐบาล และทุกรัฐบาลต้องการให้ลูกหนี้ที่มีบัญชีหนี้เสียนี้กลับเข้าสู่ระบบ กู้เงินได้อีกครั้ง แต่จะใช้วิธีการอย่างใดจึงจะสมดุลทั้ง

ความเป็นธรรมของผู้เป็นหนี้เสียที่ทุกข์ทรมารจากผลกระทบของโควิด-19 จนไปต่อได้ยาก

หลักกฎหมาย เป็นหนี้ต้องใช้หนี้ สัญญาต้องเป็นสัญญา

ความเสี่ยงและความมั่นคงของระบบการเงิน ว่าหนี้เสียจะเพิ่ม จะลด คนเข้าถึงสินเชื่อเพิ่มหรือลดลง

ความเสี่ยงของผู้ฝากเงินที่จะถูกนำไปปล่อยกู้ต่อว่าเขาเหล่านั้นคิดอย่างไร

ความรู้สึกของลูกหนี้ดีที่ชำระปกติมาโดยตลอดเขาจะคิดอย่างไร

เป้าหมายทางนโยบายที่ต้องการผลสำเร็จที่ตอบโจทย์กับปัญหาทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ขอนำเสนอเป็นข้อมูลด้วยความสุจริตใจเป็นที่ตั้งเพราะอยู่ตรงกลาง ไม่มีส่วนได้เสียกับเจ้าหนี้ ลูกหนี้ ผู้กำกับดูแล และผู้กำหนดนโยบายครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...