โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

น้ำตาจะไหล AI สอนการบ้านลูกได้แล้ว

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 มิ.ย. 2567 เวลา 02.19 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2567 เวลา 02.19 น.

Cool Tech | จิตต์สุภา ฉิน

Instagram : @sueching

Facebook.com/JitsupaChin

น้ำตาจะไหล

AI สอนการบ้านลูกได้แล้ว

“สวัสดีครับ ตอนนี้ผมอยู่กับลูกชาย ผมอยากให้คุณช่วยติวโจทย์เลขให้ลูกผมหน่อย ไม่ต้องบอกคำตอบเขานะ คุณสามารถถามคำถามเขาแล้วค่อยๆ ชี้ทางที่ถูกต้องไป ผมอยากให้ลูกเข้าใจด้วยตัวของเขาเอง”

นี่คือสิ่งที่พ่อคนหนึ่งพูดกับ GPT-4o ซึ่งเป็น AI ใหม่ที่ OpenAI เพิ่งจะเปิดตัว โดยเป็นคลิปวิดีโอที่ต้องการแสดงว่า GPT-4o มาพร้อมความสามารถในการติวหนังสือ ที่สำคัญมันยังสื่อสารได้ด้วยภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ อัพเกรดความสามารถในการสื่อสารมาจนใกล้เคียงกับมนุษย์ขึ้นกว่าเวอร์ชั่นเดิมที่ต้องสั่งงานด้วยการพิมพ์เป็นหลัก

GPT-4o ทำหน้าที่ตามที่คุณพ่อร้องขอ คือค่อยๆ สอนวิธีการทำโจทย์คณิตศาสตร์ให้กับน้องผู้ชายไปทีละขั้นๆ

น้องสามารถพูดแทรก พูดขัดในระหว่างที่ AI กำลังพูดอยู่ได้คล้ายกับการสนทนาระหว่างมนุษย์จริงๆ จนเขาสามารถแก้สมการได้สำเร็จในที่สุด

การใช้ AI ช่วยแก้โจทย์คณิตศาสตร์ไม่ใช่เรื่องใหม่เอี่ยมที่เพิ่งจะมาพร้อมกับ GPT-4o เพราะก่อนหน้านี้นักเรียนก็รู้จักเครื่องมือนี้กันอยู่แล้ว

นักเรียนยุคใหม่สามารถใช้ AI ในโทรศัพท์มือถือถ่ายภาพโจทย์จากหนังสือคณิตศาสตร์ แล้วให้ AI แก้โจทย์ให้โดยแสดงผลลัพธ์ออกมาเป็นขั้นตอนอย่างละเอียดไปจนถึงคำตอบสุดท้าย

ฉันลองนึกถึงสมัยตัวเองเป็นนักเรียนว่าผ่านการทำโจทย์ยากๆ มาได้ด้วยวิธีไหนบ้างซึ่งก็น่าจะไม่พ้นการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนหรือครูสอนพิเศษ แต่เด็กรุ่นใหม่ในยุคก่อน AI ก็น่าจะมีตัวช่วยมากกว่านั้น อย่างเช่น การเสิร์ชหาจากวิดีโอสอนทำโจทย์บน YouTube แล้วเลือกอันที่ใกล้เคียงมากที่สุดซึ่งใช้เวลามากกว่าการให้ AI ทำให้เยอะ

ไม่ใช่แค่วิชาคณิตศาสตร์ แต่ AI ที่มีในท้องตลาดตอนนี้สามารถช่วยนักเรียนทำโจทย์ได้หลากหลายวิชาตั้งแต่วิชาประวัติศาสตร์ไปจนถึงฟิสิกส์ เว็บไซต์ Tech Cruch บอกว่ามีแอพพลิเคชั่น AI ช่วยทำโจทย์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดสองแอพพ์คือ Question AI กับ Gauth ที่ล้วนเป็นแอพพ์จากจีนทั้งคู่

แต่เป็นแอพพ์ที่เน้นทำการตลาดกับนักเรียนอเมริกันเป็นหลัก จนมียอดดาวน์โหลดในสหรัฐหลายล้านครั้ง

เมื่อได้เห็นว่าเด็กนักเรียนยุคใหม่ตอบรับกับเครื่องมือ AI ช่วยทำการบ้านขนาดนี้ก็คาดเดาได้ไม่ยากเลยว่าหากแอพพ์เหล่านี้มีความสามารถที่เก่งกาจขึ้นในระดับขั้นที่ GPT-4o สาธิตไว้ให้ดูในคลิปวิดีโอ แอพพ์ AI เหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของนักเรียนยุคนี้แบบแกะไม่ออกแน่นอน

ความเก่งของ GPT-4o ยังครอบคลุมไปถึงความสามารถในการปรับเปลี่ยนสไตล์ ท่าที และน้ำเสียง ที่ใช้ในการคุยกับนักเรียนด้วย

เราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ AI มีสไตล์สอนที่เหมาะกับจริตในการเรียนแบบไหน เช่น สไตล์สอนแบบใจดี มีอารมณ์ขัน หรือสอนแบบมีความคิดสร้างสรรค์

ลองคิดดูว่าถ้าคนที่สอนเราทำการบ้านมีสไตล์แบบที่เราเรียนด้วยแล้วมีความสุข ไม่ต่อต้าน จะทำให้การเรียนของเราเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้นได้แค่ไหน

คนที่ได้ดูคลิปวิดีโอ GPT-4o ติวคณิตศาสตร์ก็ล้วนแสดงความเห็นน่าสนใจที่แตกต่างกันออกไป คนที่เป็นพ่อแม่ผู้ปกครองดูแล้วก็รู้สึกดีใจว่าต่อไปนี้จะไม่ต้องสอนการบ้านลูกด้วยตัวเองอีกต่อไปแล้ว เพราะก็ต้องยอมรับว่าเด็กสมัยใหม่เรียนยากขึ้นจริงๆ และพ่อแม่เองก็ผ่านการเรียนวิชาเดียวกันนี้มานานหลายปีจนอาจจะคืนคุณครูไปหมดแล้ว การต้องสอนการบ้านลูกจึงถือเป็นหนามตำใจของพ่อแม่มายาวนาน

บางคอมเมนต์ก็มองว่านี่เป็นจุดเริ่มต้นของการตกงานของครูสอนพิเศษ ทั้งครูสอนพิเศษแบบรับพาร์ตไทม์สอนตามบ้าน ไปจนถึงศูนย์ติวเตอร์ใหญ่ๆ ที่มีสาขาทั่วโลก เพราะหากเทียบกันแล้วค่าสมัครสมาชิกใช้งาน AI จ่ายเป็นรายปียังไม่แพงเท่าจ่ายให้ครูพิเศษเป็นรายชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ

ถึงแม้ว่า AI ติวเตอร์จะดูดีแค่ไหนแต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมที่จะระมัดระวังก็คือไม่มีอะไรรับประกันได้ว่า AI จะให้คำตอบที่ถูกต้องเสมอไป และจริงๆ มันก็พ่นคำตอบที่ผิดออกมาบ่อยครั้ง นักเรียนบางคนก็รู้ข้อจำกัดนี้ดี และลดโอกาสความผิดพลาดด้วยการตรวจสอบคำตอบจากแอพพ์อื่นๆ ด้วยอีกทาง

คำถามที่น่าสนใจที่สุดและฉันก็เชื่อว่าเรายังไม่มีคำตอบที่ถูกต้องในตอนนี้ก็คือระบบการศึกษาต้องรับมือกับเครื่องมือ AI ประเภทนี้อย่างไร เราจะป้องกันไม่ให้นักเรียนพึ่งพา AI จนไม่สามารถคิดหาคำตอบเองได้ด้วยวิธีไหน จะปิดกั้น สั่งห้าม ไม่ให้นักเรียนใช้ AI เลยก็คงทำไม่ได้

ฉันคิดว่าสิ่งที่เราพอจะทำได้คงต้องแบ่งเป็นทั้งฝั่งพ่อแม่ คุณครู และฝั่งนักพัฒนาแอพพลิเคชั่น

ฝั่งพ่อแม่หรือคุณครูจะต้องทำความเข้าใจกับเด็กนักเรียนว่า AI เป็นเครื่องมือที่จะช่วยเสริมความเข้าใจในวิชาเรียนต่างๆ ให้ดีขึ้นแต่ก็ต้องรับรู้ไว้ด้วยว่ามันก็มีข้อบกพร่องและไม่ได้ถูกต้องเสมอไป พร้อมชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าใจวิชาที่เรียนด้วยตัวเอง ว่าทักษะต่างๆ ที่เรียนไป หากเราสามารถทำได้ด้วยตัวเองโดยไม่พึ่ง AI มันจะส่งเสริมให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง

ส่วนในฝั่งของนักพัฒนาก็จะต้องมีเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่ชัดเจนร่วมกันว่า AI เหล่านี้จะไม่ได้ถูกสร้างขึ้นเพื่อทำการบ้านแทนนักเรียน แต่จะต้องได้รับการออกแบบมาให้ช่วยประคับประคอง ค่อยๆ เสริมสร้างความเข้าใจให้กับนักเรียนอย่างเป็นขั้นเป็นตอน และควรจะมีวิธีที่ใช้เพื่อวัดความเข้าใจก่อนจะไปถึงคำตอบสุดท้าย

อีกอย่างที่อาจจะทำได้ไปพร้อมๆ กันก็คือการทำให้ AI สามารถตรวจจับได้ด้วยว่างานชิ้นไหนเป็นงานที่นักเรียนสร้างสรรค์ขึ้นด้วยไอเดียของตัวเอง

และงานชิ้นไหนใช้ AI เข้ามาช่วยสร้างให้ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ครูวัดผลนักเรียนได้

ฉันเห็นบางคอมเมนต์เป็นกังวลว่าเทคโนโลยีอย่าง AI จะมาลดทอนช่วงเวลาที่มีคุณค่าที่ช่วยทำให้ความสัมพันธ์ภายในครอบครัวเหนียวแน่นขึ้นอย่างช่วงเวลาที่พ่อแม่สอนการบ้านให้ลูก ซึ่งก็เป็นความกังวลที่เข้าใจได้

แต่ฉันก็เชื่อว่าช่วงเวลาแบบนั้นจะไม่ถูกทำลายทิ้งไปโดยสิ้นเชิง แต่จะถูกทดแทนด้วยเนื้อหาใหม่ๆ เช่นแทนที่พ่อแม่จะปล่อยให้ AI สอนการบ้านลูกแบบเดี่ยวๆ พ่อแม่ก็อาจจะนั่งอยู่ด้วยกัน ฟัง AI ไปพร้อมกัน และพูดคุยกับลูกในบางจุดเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีขึ้น

ดีไม่ดี มี AI เป็นคนกลางแบบนี้ อาจจะทำให้หน้ากระดาษที่ครั้งหนึ่งเคยเปียกแฉะไปด้วยน้ำตาของลูกที่ถูกพ่อแม่ดุตอนสอนการบ้านกลับแห้งเหือดไปก็ได้

https://x.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : น้ำตาจะไหล AI สอนการบ้านลูกได้แล้ว

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...