โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อย่าตกหลุมพราง ‘Sealioning’ เทคนิคยั่วโมโหคู่ดีเบต ด้วยการจี้ถามซอกแซกทั้งที่ไม่ได้อยากรู้

The Momentum

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE MOMENTUM

หลายคนอาจยังจำกันได้ว่าเมื่อปี 2025 ที่ผ่านมา สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยออกซฟอร์ดยกให้ ‘Rage Bait’ (เรจ เบต) เป็นคำศัพท์แห่งปี โดยให้นิยามไว้ว่าหมายถึงพฤติกรรมจงใจโพสต์คอนเทนต์ยั่วยุให้ผู้อ่านโกรธหรือหงุดหงิด ไม่ว่าจะเพื่อเพิ่มยอดการมีส่วนร่วมบนบัญชีโซเชียลมีเดียของตนเอง หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม

แต่ในสัปดาห์นี้ คอลัมน์ Wisdom จะพาผู้อ่านไปรู้จักพฤติกรรมก่อกวนให้รู้สึกหงุดหงิดอีกแบบหนึ่งที่คล้ายกับ Rage Bait มีชื่อเรียกเล่นๆ ว่า ‘Sealioning’

บทความจากศูนย์วิจัยโลกอินเทอร์เน็ตและสังคมในสังกัดมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด กล่าวถึงพฤติกรรมนี้ในฐานะกลวิธีก่อกวนแบบหนึ่ง ซึ่งประกอบไปด้วย “การจี้ถามเรื่องพื้นฐานที่ค้นคว้าคำตอบเองได้ง่าย หรือไม่ก็เป็นประเด็นนอกเรื่อง บางกรณีอาจร้องขอที่มาหรือเอกสารอ้างอิงข้อมูลหยุมหยิม โดยขณะเดียวกันนั้นก็จะย้ำอยู่ตลอดว่า ตนแค่ต้องการดีเบตอย่างมีเหตุผลและสุภาพเท่านั้น”

การใช้ภาพแทนและคำว่า Sealion ซึ่งแปลว่าสิงโตทะเลในบริบทนี้ปรากฏขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2014 ในเนื้อหาการ์ตูนช่องสั้นๆ โดยเดวิด มัลกี (David Malki) เล่าเชิงอุปมาถึงเจ้าสิงโตทะเลที่เข้ามาขัดจังหวะบทสนทนาโดยไม่ได้รับเชิญ พร้อมกับสารพัดคำถาม

ที่มา: https://wondermark.com/c/1062/

เหตุใดจึงต้องวาดเป็นภาพสิงโตทะเล ไม่มีใครรู้แน่ชัด รู้แต่ว่าเมื่อนึกภาพเจ้าสัตว์น้ำชนิดนี้มาตีหน้าซื่อร้องเสียงดังอุ๋งๆ อยู่ข้างหูก็ฟังดูเข้ากับพฤติกรรมแบบที่เรียกกันว่า Sealioning ดี เผินๆ ดูเป็นเพียงคำถามไร้พิษภัย แต่ถ้าต้องฟังต่อไปเรื่อยๆ ก็มีแต่จะก่อความรำคาญและทำให้รู้สึกเหนื่อย

ใต้ฉากหน้าของความพยายามอย่างจริงใจที่จะเรียนรู้และสื่อสาร ชาวเน็ตก่อกวนสายสิงโตทะเลพวกนี้ตั้งใจถามคำถามมากมายเหล่านี้เพื่อบั่นทอนความอดทน สมาธิ และแรงใจการอธิบายของฝ่ายตรงข้าม ก่อนจะเริ่มทำให้อีกฝ่ายดูเป็นคนไม่มีเหตุผลและใช้อารมณ์

เอมี โกลเวอร์ (Amy Glover) นักเขียนชาวอังกฤษจากหนังสือพิมพ์Huffington Post กล่าวว่าเทคนิคนี้มักถูกนำมาใช้เล่นงานหรือป่วนบทสนทนาเกี่ยวกับประเด็นความยุติธรรมทางสังคม (Social Justice)

ในขณะที่ศาสตราจารย์ เจ. มาร์แชล เชพเพิร์ด (J. Marshall Shepherd) นักอุตุนิยมวิทยา ผู้อำนวยการโครงการวิจัยชั้นบรรยากาศของ University of Georgia เขียนในบทความของเขาซึ่งตีพิมพ์กับนิตยสาร Forbesว่า เคยเห็นกลุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องภาวะโลกรวนใช้วิธีนี้ในการดีเบตประเด็นสิ่งแวดล้อมอยู่บ่อยครั้ง

ลักษณะสำคัญที่สังเกตได้ง่ายๆ คือ

  • มักใช้โทนภาษาสุภาพ แต่ตั้งคำถามวนซ้ำไปมา ต่อให้ได้รับคำตอบตรงจุดก็จะแกล้งไม่เข้าใจจนกว่าอีกฝ่ายจะเริ่มจับทางได้

  • หากสามารถตอบผ่านเรื่องหนึ่งไปได้ ก็จะมีคำถามใหม่มาจี้เรื่อยๆ เป็นวงจรไม่รู้จบ

  • เมื่ออีกฝ่ายเริ่มหงุดหงิดหรือเหนื่อย ไม่อยากเสวนาด้วยแล้ว คนกลุ่มนี้ก็จะเริ่มหาเรื่อง Tone Policing แทน ซึ่งหมายถึงการเบี่ยงประเด็นไปที่อารมณ์ของอีกฝ่าย หรือจับผิดเรื่องภาษาที่ใช้ว่าหยาบคายนั่นเอง

ตัวอย่างวงจรคำถามที่พบได้บ่อย

“ขอนิยามคำว่า X ของคุณหน่อย”

“งั้นแปลว่า Y ใช่ไหม” (บิดสาร)

“ทำไมถึงคิดเห็นอย่างนั้น”

“อธิบายกระบวนการอย่างละเอียดให้ฟังหน่อย”

“มีตัวอย่างไหม”

“มีหลักฐานไหม”

“มั่นใจแค่ไหน”

“รบกวนขอ source อ้างอิงหน่อย”

“ข้อมูลนี้อัปเดตล่าสุดเกิน 6 เดือนรึยัง”

“วิจัยนี้ peer-review ยังไง”

“สถาบันนี้เชื่อถือได้จริงเหรอ”

“แค่ถามก็ผิดเหรอ”

“ไม่เห็นต้องใส่อารมณ์เลย”

“ผม/ฉันก็แค่พยายามดิสคัสอย่างสุภาพชนเองนะ”

แม้จะมาจากพฤติกรรมก่อกวนออนไลน์ แต่ Sealioning เป็นกลวิธีที่หลายคนใช้เวลาถกเถียงในชีวิตจริงด้วย ปัจจุบันมีนักวิชาการ นักการเมือง และคนมีชื่อเสียงในโลกการเมืองหลายรายทีเดียวที่ได้รับคำวิจารณ์ว่า ไม่ซื่อตรงและใช้วิธีถกเถียงแบบสิงโตทะเล

วิธีรับมือกับนักเถียงสาย Sealion

คริส สโตเคิล-วอล์คเกอร์ (Chris Stokel-Walker) นักเขียนสายเทคจากหนังสือพิมพ์ The Guardian ยืนยันว่าวิธีที่ได้ผลชะงัดที่สุดคือการเพิกเฉย ไม่เอาตัวเองไปลงเล่นในเกมของพวกสิงโตทะเล

อาจฟังดูยากเพราะหลายคนมักรู้สึกเหมือนตัวเองอาจ ‘แพ้’ หากตัดสินใจบล็อกก่อนที่จะถกเถียงให้จบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่ออีกฝ่ายยังคงรักษาโทนสุภาพและมีเหตุผล แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนมองว่า นั่นแหละคือ Sealioning เพราะเป้าหมายของคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่การเอาชนะเราตั้งแต่แรก แค่พยายามก่อกวนจนกว่าเราจะปรี๊ดแตกแล้วกลายเป็นฝ่าย ‘หยาบคาย’ ก่อน

ส่วนนักเขียนเจ้าของนามแฝง แอลลี (Alli) จาก Everyday Feminism แนะว่า นอกจากการเพิกเฉยไปเลย เราอาจรับมือพวกเขาได้ด้วยวิธีต่อไปนี้

  • ส่งแหล่งข้อมูลสำคัญๆ ไปให้

  • ถามคำถามเช็กเจตนา เช่น “ประเด็นที่คุณกังขาเป็นข้อเท็จจริงที่ค้นคว้าเองแล้วเจอได้ง่ายมาก แต่ถ้ายังสับสนจุดไหนเป็นพิเศษก็บอกได้”

  • ถ้าอีกฝ่ายยังดูมีเจตนาจะก่อกวนไม่เลิก อาจลองก่อกวนกลับด้วยเทคนิคเดียวกัน เช่น แกล้งไม่เข้าใจคำถาม หรือยิงคำถามเรื่องหยุมหยิมกลับ

แต่เนื่องจากวิธีสุดท้ายจะค่อนข้างเสียเวลา หนำซ้ำสุดท้ายอาจไม่ได้ประโยชน์อะไรกลับมานอกจากได้แก้เผ็ดให้สะใจเล่น แอลลีแนะนำว่าให้เก็บวิธีนี้ไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายจะดีกว่า

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...