โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อัปเดตทุกเรื่องล่าสุด "ไทยช่วยไทยพลัส" ลงทะเบียน-ใช้เมื่อไร? อย่างไร?

Amarin TV

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อัปเดตทุกเรื่องล่าสุดที่ควรรู้เกี่ยวกับ

มาตรการลดภาระค่าครองชีพ “ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นหนึ่งในโครงการเศรษฐกิจที่ได้รับความสนใจจากประชาชน หลังนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยรายละเอียดโครงการครบถ้วนแล้ว โดยเตรียมเปิดให้ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐลงทะเบียนในวันที่ 25 พฤษภาคม 2569

โครงการนี้เป็นการปรับรูปแบบจากแนวคิด “คนละครึ่งพลัส” มาเป็น “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยรวมมาตรการช่วยเหลือประชาชนทั่วไปและผู้ถือ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้เป้าหมายสำคัญคือการช่วยลดภาระค่าครองชีพในช่วงวิกฤติพลังงาน พร้อมกระตุ้นกำลังซื้อผ่านร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการและร้านธงฟ้าที่ใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ซึ่งมีอยู่ราว 1.4-1.5 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ

สาระสำคัญของโครงการคือ ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับวงเงินรวม 4,000 บาท แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน ครอบคลุมทั้งประชาชนทั่วไปประมาณ 30 ล้านคน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐประมาณ 13.18 ล้านคน รวมผู้ได้รับสิทธิคาดการณ์ราว 43 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ยังมีรายละเอียดที่ประชาชนต้องทำความเข้าใจ โดยเฉพาะเงื่อนไข “1 คน ได้เพียง 1 สิทธิ” วิธีใช้สิทธิแบบรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40% สำหรับกลุ่มประชาชนทั่วไป รวมถึงประเด็นสำคัญที่ว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิมจำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่หรือไม่ เพื่อให้กระทรวงการคลังทบทวนสิทธิและคัดกรองผู้มีรายได้น้อยรอบใหม่ ก่อนเข้าสู่การจ่ายเงินในเฟสถัดไป

SPOTLIGHT รวบรวมข้อมูลทั้งหมดมาให้ในบทความนี้

"ไทยช่วยไทยพลัส" คืออะไร? ประชาชนกลุ่มไหนเข้าร่วมได้บ้าง?

“ไทยช่วยไทยพลัส” เป็นมาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพที่รัฐบาลเตรียมดำเนินการในปี 2569 โดยกำหนดวงเงินช่วยเหลือรวม 4,000 บาทต่อคน แบ่งจ่ายเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน โดยต้องใช้สิทธิ 1,000 บาท ให้หมดภายในเดือนนั้นๆ ไม่สามารถทบสิทธิไปเดือนถัดไปได้

โครงการนี้แบ่งการช่วยเหลือออกเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • ประชาชนทั่วไปที่ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส 30 ล้านคน ซึ่งใช้รูปแบบใกล้เคียงกับโครงการคนละครึ่งเดิม โดยรัฐบาลช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนด โดยรัฐสนับสนุนไม่เกิน 200 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุด 1,000 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นเวลา 4 เดือน
  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 13.18 ล้านคน ซึ่งจะได้รับความช่วยเหลือในรูปแบบเงินเพิ่มจากสิทธิเดิม โดยจากเดิมได้รับเดือนละ 300 บาท รัฐบาลจะสมทบเพิ่มให้อีก 700 บาท รวมเป็นเดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือนระหว่างเดือนมิถุนายน ถึงกันยายน 2569
  • ร้านค้ารายเล็กและผู้ประกอบการรายย่อยทั่วประเทศ เป็นมาตรการช่วย “ต่อลมหายใจ” ให้สามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ ท่ามกลางภาวะต้นทุนสูงและกำลังซื้อชะลอตัว

หลักการสำคัญของโครงการคือ ประชาชน 1 คน จะได้รับเพียง 1 สิทธิเท่านั้น ไม่สามารถใช้สิทธิซ้ำซ้อนระหว่างสิทธิไทยช่วยไทยพลัสกับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้

กล่าวคือ หากเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและได้รับสิทธิในกลุ่มผู้มีรายได้น้อยแล้ว จะไม่สามารถใช้สิทธิในกลุ่มคนละครึ่งหรือไทยช่วยไทยพลัสทั่วไปได้ในเวลาเดียวกัน

"ไทยช่วยไทยพลัส" สำหรับประชาชนที่ไม่ได้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปิดลงทะเบียนวันไหน? ลงทะเบียนอย่างไร?

กระทรวงการคลังเตรียมเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม ถึงวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 (เวลา 06:00 - 22:00 น.) จนกว่าจะครบจำนวน 30 ล้านสิทธิ หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียน ได้แก่

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูก สศค. ระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 และ (6) โครงการคนละครึ่ง พลัส
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 18 พฤษภาคม 2569

หากมีคุณสมบัติตรงตามที่กำหนด ประชาชนสามารถลงทะเบียนใช้สิทธิ “ไทยช่วยไทยพลัส” ตามขั้นตอนดังต่อไปนี้

1. สำหรับประชาชนผู้ที่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะต้องยืนยันสิทธิเพื่อเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  • อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet
  • เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส”
  • ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน
  • แจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน การแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง
  • เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ

2. สำหรับประชาชนผู้ที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่ง พลัส จะต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยเมื่อลงทะเบียนแล้วเสร็จ จะได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” หรือข้อความสั้น (Short Message Service: SMS) แจ้งยืนยันการได้รับหรือไม่ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40)

การลงทะเบียนมีขั้นตอนคร่าวๆ ดังนี้

  • อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet
  • เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ “ไทยช่วยไทยพลัส”
  • ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน
  • แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง และ SMS (ภายใน 3 วัน)
  • เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ

ทั้งนี้ เพื่อป้องกันการสวมสิทธิจากผู้ที่ไม่ใช่เจ้าของบัตรประจำตัวประชาชน ผู้ได้รับสิทธิจะต้องทำการพิสูจน์และยืนยันตัวตนตามวิธีการที่โครงการไทยช่วยไทย พลัส (60/40) กำหนด

ผู้ได้รับสิทธิจะต้องดำเนินการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนผ่านช่องทางของ ธ. กรุงไทยฯ ได้แก่ สาขา หรือตู้เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติ (Automatic Teller Machine: ATM) ที่มีสัญลักษณ์ Confirm ID ของ ธ. กรุงไทยฯ ยกเว้นผู้ที่เคยทำการพิสูจน์ตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชนกับโครงการ/มาตรการอื่นของรัฐ หรือผ่านช่องทางของ ธ. กรุงไทยฯ มาก่อนแล้ว

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐต้องลงทะเบียนใหม่เพื่อรับสิทธิไหม?

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เพื่อรับสิทธิในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” โดยกลุ่มนี้จะได้รับการเติมวงเงินเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐโดยอัตโนมัติ ตั้งแต่เดือนมิถุนายน- กันยายน 2569

เดิมผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคเดือนละ 300 บาท แต่ภายใต้โครงการไทยช่วยไทยพลัส รัฐบาลจะเพิ่มวงเงินให้อีก 700 บาท ทำให้ได้รับวงเงินรวม 1,000 บาทต่อเดือน โดยผู้ที่จะได้รับสิทธิต้องเป็นผู้ที่อยู่ในระบบสวัสดิการแห่งรัฐก่อนวันที่ 18 พฤษภาคม 2569

อย่างไรก็ตาม วงเงินดังกล่าวต้องใช้ให้หมดภายในเดือนที่ได้รับสิทธิ ไม่สามารถสะสมยอดคงเหลือไปใช้ในเดือนถัดไปได้ หากใช้ไม่หมด วงเงินส่วนที่เหลือจะไม่ถูกทบไปรวมกับวงเงินเดือนใหม่ และเมื่อสิ้นสุดโครงการในวันที่ 30 กันยายน 2569 เงินคงเหลือในบัตรก็จะไม่สามารถนำไปใช้ต่อในเดือนถัดไปได้เช่นกัน

นอกจากวงเงินซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคแล้ว ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐยังได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามเดิม เช่น ส่วนลดค่าซื้อก๊าซหุงต้ม 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน ค่าเดินทางผ่านระบบขนส่งสาธารณะ 750 บาทต่อคนต่อเดือน ค่าไฟฟ้า 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน ค่าน้ำประปา 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน และเบี้ยความพิการเพิ่มเติม 200 บาทต่อเดือน สำหรับคนพิการที่มีบัตรประจำตัวคนพิการและได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ทั้งนี้ กระทรวงการคลังเตรียมเร่งดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ เพื่อคัดกรองผู้มีสิทธิตามเกณฑ์คุณสมบัติที่กำหนด พร้อมประสานกระทรวงมหาดไทยสำรวจกลุ่มตกหล่นและกลุ่มชายขอบ เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ถูกต้องและสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน

ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" กับร้านค้าใดได้บ้าง?

ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้จ่ายกับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ รวมถึงร้านธงฟ้าที่ใช้แอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยปัจจุบันมีร้านค้าที่เกี่ยวข้องอยู่ราว 1.4-1.5 ล้านร้านค้าทั่วประเทศ

กลุ่มร้านค้าที่รองรับสิทธิจึงครอบคลุมทั้งร้านค้าทั่วไปที่สมัครเข้าร่วมโครงการ และร้านธงฟ้าที่อยู่ในระบบของภาครัฐ ทำให้ประชาชนสามารถใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้หลากหลายมากขึ้น

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร หรือ Food Delivery Platform ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส รูปแบบ 60/40 ได้ด้วย

"ไทยช่วยไทยพลัส" เริ่มใช้สิทธิได้เมื่อไร? สั่งเดลิเวอรีใช้สิทธิพร้อมกันไหม?

ผู้ได้รับสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัส รูปแบบ 60/40 สามารถเริ่มใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน-30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-23.00 น. โดยเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อใช้สิทธิซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า หรือบริการจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการ

อย่างไรก็ตาม การใช้สิทธิผ่านบริการฟู้ดเดลิเวอรีจะเริ่มภายหลัง โดยสามารถใช้ได้ตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายน -30 กันยายน 2569 ระหว่างเวลา 06.00-21.00 น. ผ่านผู้ให้บริการ Food Delivery Platform ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ และต้องชำระผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

ทั้งนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนเฉพาะค่าอาหารหรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่ครอบคลุมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นจากการสั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มเดลิเวอรี

สำหรับเงินสนับสนุนที่ภาครัฐร่วมจ่ายตามโครงการไทยช่วยไทยพลัส ผู้ได้รับสิทธิจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ต้องนำไปรวมคำนวณเป็นรายได้เพื่อเสียภาษีด้วย

ใช้สิทธิ "ไทยช่วยไทยพลัส" ไม่หมดในเดือนนั้น ทบไปเดือนถัดไปได้ไหม?

เงื่อนไขการใช้วงเงินมีรายละเอียดสำคัญ คือหากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน ยอดเงินที่เหลือสามารถ ทบไปใช้ในวันถัดไปได้ แต่หากใช้ไม่หมดภายในเดือนนั้น ๆ วงเงินที่เหลือจะ ไม่ถูกทบไปเดือนถัดไป

ตัวอย่างเช่น หากได้รับวงเงินเดือนละ 1,000 บาท และใช้ไม่ครบภายในเดือนมิถุนายน ส่วนที่เหลือจะไม่สามารถนำไปใช้ต่อในเดือนกรกฎาคมได้

ดังนั้น ผู้ได้รับสิทธิต้องบริหารการใช้จ่ายให้ทันภายในแต่ละเดือน เพื่อไม่ให้วงเงินที่ได้รับเสียไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...