โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

“เศรษฐกิจโลก” เริ่มแผ่ว เงินเฟ้อพุ่งจากวิกฤตพลังงาน สัญญาณ stagflation เริ่มชัด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผลสำรวจ PMI ทั่วโลกสะท้อนเศรษฐกิจหลายประเทศผชิญแรงกดดันหนักจากสงครามตะวันออกกลาง-วิกฤตพลังงาน ท่ามกลางความกังวลโลกอาจเข้าสู่ภาวะ stagflation อีกครั้ง

วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.30 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า เศรษฐกิจโลกเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัวลงอย่างชัดเจน พร้อมเผชิญแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ในช่วงเดือนที่ 3 ของวิกฤตพลังงานจากสงครามตะวันออกกลาง

ผลสำรวจดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) จากหลายประเทศ ตั้งแต่ออสเตรเลียไปจนถึงยุโรป ชี้ว่า ภาคการผลิตและบริการกำลังเผชิญภาวะยากลำบากมากขึ้นในเดือน พ.ค. โดยเฉพาะภาคโรงงานที่ชะลอตัวลง หรือแม้แต่เข้าสู่ภาวะหดตัวในหลายประเทศ ตามข้อมูลของ S&P Global

ยกเว้นเพียงสหราชอาณาจักรที่ภาคการผลิตยังขยายตัวได้ ขณะที่ประเทศส่วนใหญ่เริ่มเห็นแรงกดดันจากต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจต้องเลือกระหว่างแบกรับต้นทุนเอง หรือผลักภาระไปยังผู้บริโภคผ่านการขึ้นราคา

ผลกระทบรุนแรงที่สุดยังคงเกิดขึ้นในยูโรโซน โดยเฉพาะฝรั่งเศส ซึ่งตัวเลข PMI ลดลงแรงเกินคาด ขณะที่ภาคการผลิตของทั้งฝรั่งเศสและเยอรมนีได้เข้าสู่ภาวะหดตัวแล้ว ข้อมูลล่าสุดสะท้อนว่าแรงกระแทกด้านการเติบโตและเงินเฟ้อจากวิกฤตตะวันออกกลางกำลังกระจายไปทั่วโลก และกำลังทำให้ธนาคารกลางหลายแห่งเผชิญภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

แม้เศรษฐกิจจะเริ่มอ่อนแรง แต่ธนาคารกลางอาจยังจำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อไม่ให้ฝังรากลึก ซึ่งเสี่ยงทำให้เศรษฐกิจที่อ่อนแออยู่แล้วชะลอลงมากกว่าเดิม หรืออาจเข้าสู่ภาวะถดถอย

Melanie Baker นักเศรษฐศาสตร์จาก Royal London Asset Management กล่าวกับ Bloomberg Television ว่า “มีโอกาสค่อนข้างสูงที่ยุโรปจะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยทางเทคนิค” พร้อมระบุว่า ขณะนี้เริ่มมีกลิ่นอายของ stagflation หรือภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวแต่เงินเฟ้อยังสูง

ในเอเชีย อินเดียและญี่ปุ่นถือว่ามีความแข็งแกร่งมากที่สุด โดยภาคการผลิตยังขยายตัวได้ แม้จะชะลอลง ขณะที่การเร่งกักตุนสินค้าและวัตถุดิบยังช่วยพยุงภาคธุรกิจญี่ปุ่นบางส่วน แม้ต้นทุนพลังงานจะเริ่มกดดันมากขึ้นเช่นกัน

Annabel Fiddes นักเศรษฐศาสตร์ของ S&P Global กล่าวว่า ข้อมูลด้านราคาเริ่มน่ากังวลมากขึ้น และหากต้นทุนยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่อุปสงค์เริ่มอ่อนตัว ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวมอาจถูกกดดันหนักขึ้น

ด้านออสเตรเลียเผชิญความอ่อนแอมากขึ้น โดยดัชนีภาคโรงงานลดลงจนแทบไม่เติบโต ส่วนภาคบริการหดตัวลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจลดลงแตะระดับต่ำสุดเทียบเท่าช่วงโควิด-19 แต่ครั้งนี้มีสาเหตุหลักจากความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ

ในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศส ผลกระทบด้านการเติบโตเริ่มชัดเจนมากขึ้น โดยกิจกรรมทางเศรษฐกิจในยูโรโซนหดตัวเร็วที่สุดในรอบ 2 ปีครึ่ง แม้ภาคการผลิตยังได้รับแรงหนุนบางส่วนจากการเร่งสะสมสต็อกสินค้า

อย่างไรก็ตาม การที่ดัชนีเงินเฟ้อเริ่มขยับขึ้นอีก อาจยิ่งเพิ่มแรงกดดันต่อธนาคารกลางยุโรป (ECB) ให้จำเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ย แม้จะกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจก็ตาม

ก่อนหน้าการเผยแพร่ข้อมูลเพียงหนึ่งวัน นาย Pierre Wunsch ผู้ว่าการธนาคารกลางเบลเยียม กล่าวว่า ECB มีแนวโน้ม จะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 11 มิ.ย. หากสงครามยังไม่ยุติ

Chris Williamson หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ S&P Global Market Intelligence ระบุว่า ดัชนีราคาล่าสุดบ่งชี้ว่า เงินเฟ้อในยุโรปอาจแตะใกล้ 4% ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ซึ่งเมื่อรวมกับสัญญาณเศรษฐกิจถดถอยที่เพิ่มขึ้น กำลังสร้างภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกให้กับผู้กำหนดนโยบาย

ในอังกฤษ ดัชนีกิจกรรมทางธุรกิจโดยรวมลดลงเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปี ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองภายในประเทศ โดยครั้งล่าสุดที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจหดตัวคือเดือน เม.ย.ปีที่แล้ว ช่วงที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ใช้มาตรการภาษีต่อสินค้าจากอังกฤษ

แม้ภาคการผลิตอังกฤษยังขยายตัว แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าโมเมนตัมดังกล่าวอาจเริ่มอ่อนแรงลงเมื่อการกักตุนสินค้าล่วงหน้าสิ้นสุดลง

Baker ระบุว่า ปัจจัยสำคัญที่สุดในตอนนี้คือ ความยืดเยื้อของสงครามอิหร่าน และสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดศูนย์กลางของวิกฤตพลังงานโลก

“สิ่งที่เรากังวลคือ สถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยืดเยื้อแค่ไหน และเราจะเข้าสู่ภาวะขาดแคลนสินค้าในหลายภาคส่วนหรือไม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างหนักต่ออุปสงค์ทั่วโลก”

ขณะที่ในวันพฤหัสบดี สหรัฐเตรียมเปิดเผยดัชนี PMI เช่นกัน โดยตลาดคาดว่าภาคการผลิตจะชะลอตัวลง ส่วนภาคบริการอาจฟื้นตัวเล็กน้อย ซึ่งจะสะท้อนว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังสามารถประคองตัวท่ามกลางความปั่นป่วนของเศรษฐกิจโลกได้ในระยะสั้น

อ้างอิง : www.bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...