โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พท.รอวิป3ฝ่าย สว.บี้ปธ.มงคล แก้รัฐธรรมนูญ

ไทยโพสต์

อัพเดต 24 มิถุนายน 2569 เวลา 4.32 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เพื่อไทย” ยังกั๊กที่มา ส.ส.ร. รอถกวิปสามฝ่ายก่อน ส่วน “พริษฐ์” กอดคำหารือตุลาการรัฐธรรมนูญแน่น บอกเป็นข้อมูลใหม่ ย้ำลุยเลือก 100% “หมอเปรม” ชงสภากำหนดท่าที สว. เผยไม่ติดใจที่มา ส.ส.ร. เพราะสิ่งสำคัญคือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย.2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) โดยพรรคเพื่อไทย (พท.) มีการประชุม สส.พรรคประจำสัปดาห์ ซึ่งนายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ โฆษกพรรค พท. กล่าวว่า ในวันที่ 24 มิ.ย. จะประชุมวิปสามฝ่าย เพื่อรอความชัดเจนถึงแนวทางการร่างว่าจะเป็นอย่างไร โดยพรรคคาดหวังว่ากรอบเวลาที่จะแก้ไขเป็นไปตามที่รัฐบาลเคยแถลงไว้ ในส่วนของเนื้อหาเป็นอย่างไรนั้น ต้องรอวิปสามฝ่ายหารือเพื่อสรุปแนวทาง เพื่อให้เราสามารถผลักดันรัฐธรรมนูญได้

“พรุ่งนี้จะชัดเจนขึ้น ซึ่งผู้บริหารพรรคเพื่อไทยก็ได้พูดคุยเรื่องดังกล่าวหลายครั้ง เพื่อที่เราจะได้ออกแบบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ตรงไปตามแนวทาง ซึ่งคาดหวังว่าจะเป็นร่างที่ไปต่อได้” นายศึกษิษฏ์กล่าว

ขณะที่ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ยืนยันว่า ประเด็นสำคัญของรัฐธรรมนูญตอนนี้คือ ข้อค้นพบใหม่ที่ได้หารือกับประธานและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ว่าตกลงแล้วคำวินิจฉัย 18/2568 ไม่ได้เป็นการจำกัดสิทธิ์ในการเสนอให้ ส.ส.ร.จากการเลือกตั้งของประชาชน พรรคก็จะคุยกันในที่ประชุม สส. และยืนยันว่าเราจะผลักดันร่างที่เสนอให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ก็ต้องรอดูท่าทีของพรรคการเมืองอื่นว่าจะทบทวนร่างของตัวเองให้สอดคล้องกับแนวทางนี้หรือไม่

เมื่อถามว่า ความเห็นต่างที่มาของ ส.ส.ร.อาจสร้างความสับสนให้ สว. จนทำให้สุดท้ายจะไม่ผ่านเลยสักร่างหรือไม่ในวาระแรก นายพริษฐ์กล่าวว่า ไม่มีอะไรที่ไปเพิ่มความสับสน ในมุมกลับกัน ดั้งเดิมคำวินิจฉัยที่ 18/2568 มีความคลุมเครือ พอมีประโยคแถมขึ้นมาว่าสภาไม่สามารถให้ประชาชนเลือกผู้ร่างโดยตรงได้ เป็นข้อความที่ไม่มีหลักการประชาธิปไตยอ้างอิง ดังนั้นสมาชิกรัฐสภาหลายส่วนอาจสับสนว่าจะตีความประโยคนี้อย่างไร เมื่อได้รับคำอธิบายเพิ่มเติม แม้ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ตาม ก็เห็นว่าเป็นการเพิ่มความชัดเจนว่าการเดินหน้าแบบไหนจะขัดหรือไม่ขัด

“ผมเห็นว่าข้อเสนอที่ให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้ง ตอนนี้ก็ได้รับความชัดเจนแล้วว่าไม่ขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หวังว่าจะไม่มีการหยิบยกคำวินิจฉัยดังกล่าวมาเป็นข้ออ้างในการปัดตกข้อเสนอดังกล่าวในการรับหลักการร่างนี้ในวาระที่ 1” นายพริษฐ์กล่าว

ส่วนที่พรรคภูมิใจไทยยังยืนยันใช้ร่างเดิมนั้น นายพริษฐ์กล่าวว่า รอดูท่าทีอย่างเป็นทางการจากพรรคภูมิใจไทย แต่ลองจินตนาการดูว่าพรรคเคยสนับสนุนให้มี ส.ส.ร.ที่มาจากการเลือกตั้ง ถ้าเป็นคนที่สนับสนุนจริงๆ พอมีข้อมูลใหม่มาปฏิกิริยาที่ควรเป็นอย่างไร ถ้าอยากสนับสนุนจริงๆ ก็คงมาหารือร่วมกับทุกฝ่าย ว่าจะนำข้อมูลใหม่มาประกอบการพิจารณาและเดินหน้าให้ ส.ส.ร.มาจากการเลือกตั้งอย่างไร มากกว่าการรีบปฏิเสธข้อมูลใหม่ดังกล่าว

ด้าน นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สว. ระบุว่า ได้ทำหนังสือด่วนถึงประธานวุฒิสภา ขอให้นำประเด็นดังกล่าวเข้าสู่การหารือในที่ประชุมวุฒิสภา ก่อนที่รัฐสภาจะพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงต้นเดือน ก.ค.นี้ เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนต่อสาธารณชนเกี่ยวกับท่าทีของ สว. ซึ่งประชาชนได้แสดงเจตจำนงผ่านการออกเสียงประชามติเมื่อวันที่ 8 ก.พ.2568 ซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วไป โดยมีผู้เห็นชอบให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญประมาณ 21.6 ล้านคน ถือเป็นเสียงข้างมากของประชาชนทั้งประเทศ และเป็นข้อเท็จจริงที่ทุกพรรคการเมืองยอมรับมาโดยตลอด

“สว.ทั้ง 200 คนเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากไม่มีการแสดงจุดยืนในนามองค์กร อาจถูกตีความได้หลายทาง และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน จึงเสนอให้ประธานวุฒิสภาพิจารณานำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การหารือในที่ประชุมวุฒิสภา หรืออย่างน้อยอาจนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) เพื่อกำหนดท่าทีร่วมกัน”

ถามถึงจุดยืนเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. นพ.เปรมศักดิ์กล่าวว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่เป็นผู้ยื่นคำร้อง ศาลได้วางหลักการว่าสามารถมี ส.ส.ร.ได้ แต่ต้องไม่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องนำมาพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะหากรัฐสภาเดินหน้าขัดกับแนวทางดังกล่าว อาจส่งผลต่อความชอบด้วยกฎหมายของกระบวนการในอนาคต ซึ่งส่วนตัวรู้สึกเสียดาย เพราะการมี ส.ส.ร.ที่มาจากประชาชนโดยตรง จะสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้ดีที่สุด แต่เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยออกมาแล้ว ทุกองค์กรจำเป็นต้องเคารพและปฏิบัติตาม เนื่องจากคำวินิจฉัยมีผลผูกพันตามกฎหมาย

“แม้ไม่ติดใจมากนักว่า ส.ส.ร.จะมาจากการเลือกตั้งโดยตรงหรือไม่ แต่สิ่งสำคัญคือกระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญต้องเชื่อมโยงกับประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่าง การเปิดรับฟังความคิดเห็น หรือการทำประชามติในขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและได้รับการยอมรับจากสังคมในวงกว้าง” นพ.เปรมศักดิ์กล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...