Presense ป้องกันเหตุก่อนเกิด เชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพครบวงจร
Presense เทคโนโลยีดูแลครบวงจรตั้งแต่ติดตามการกินมื้ออาหาร ตรวจจับกิจกรรมท่านอน นั่ง พร้อมแจ้งเตือนความเสี่ยงและส่งข้อมูลสู่ผู้ดูแล แพทย์ AiR Sensor เซนเซอร์ตรวจจับท่ายืน นั่ง นอน ติดบริเวณเอว ช่วยวิเคราะห์ความเสี่ยงการล้ม แผลกดทับ
เชื่อมต่อข้อมูลกับ นาฬิกาอัจฉริยะ (Smart Watch) รายงานผลตั้งแต่การนอน อัตราการเต้นหัวใจ ผ่านแอป ‘Presense+’ และ ‘Continuous Patient Monitoring’ สำหรับแพทย์ ส่งต่อข้อมูลที่แม่นยำกว่าการซักถามทั่วไป
ท่ามกลางการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย ประเทศไทยเผชิญความท้าทายจากค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะอุบัติเหตุพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ และการจัดการโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ซึ่งสร้างภาระงานแก่บุคลากรทางการแพทย์อย่างมาก นวัตกรรม “Presense” ที่ผ่านการพัฒนามาเกือบ 10 ปี จึงก้าวเข้ามาเป็นโซลูชันสุขภาพเชิงป้องกัน ยกระดับการดูแลจากการรักษาไปสู่การป้องกันก่อนเกิดเหตุอย่างเป็นรูปธรรม
จุดเริ่มต้นของ Presense เกิดจากการวิจัยร่วม 10 ปี โดย “ผศ.ดร.สุรภา เทียมจรัส” หัวหน้าโครงการและทีมพัฒนา โดยหลังจากสำเร็จการศึกษาด้านเซนเซอร์ติดตามร่างกาย (Body Sensor Network) จากต่างประเทศ โดย ผศ.ดร.สุรภา ได้รับแรงบันดาลใจจากงานวิจัยในห้องปฏิบัติการที่ได้รับทุนสนับสนุนกว่า 5 ล้านปอนด์ ซึ่งใช้เทคโนโลยีเซนเซอร์วัดสัญญาณชีพขั้นสูงทั้งคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) และระดับออกซิเจนในเลือด (SpO2) จึงเกิดแนวคิดที่จะนำเทคโนโลยีนี้กลับมาพัฒนาในไทย เพื่อให้คนไทยเข้าถึงอุปกรณ์ดูแลสุขภาพประสิทธิภาพสูงในราคาที่ถูกลง แทนการนำเข้าจากต่างประเทศเพียงอย่างเดียว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง:
‘MyPresense’คุมอาหารการกินเชิงลึก
ในช่วงแรกของการพัฒนาในประเทศไทยในห้องแล็บของ สวทช. ทีมวิจัยสามารถพัฒนาเทคโนโลยีตรวจจับการล้มได้สำเร็จ แม้การตรวจจับหลังเกิดเหตุจะยังไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในระยะแรก ทว่าความพยายามดังกล่าวไม่สูญเปล่า เนื่องจากในปี 2018 ผลงานชิ้นนี้ได้รับรางวัล ลอรีอัล (L'Oréal-UNESCO For Women in Science) จนไปเข้าตาผู้บริหารจากบริษัท EMETWORKS และนำไปสู่การซื้อสิทธิ์การใช้งาน (Licensing) พร้อมจัดตั้งทีมงานร่วมกันพัฒนาเพื่อต่อยอดผลงานสู่เชิงพาณิชย์เพื่อเป้าหมายการต่อยอดนวัตกรรมสู่การส่งออกต่างประเทศ และให้คนไทยสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้ในราคาต้นทุน
ผลิตภัณฑ์แรกที่เปิดตัวภายใต้ความร่วมมือนี้คือ MyPresense แอปพลิเคชันติดตามโภชนาการสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมอาหารและผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ที่ต้องดูแลเรื่องการกินอย่างใกล้ชิด โดยแอปพลิเคชันใช้เทคโนโลยี AI วิเคราะห์ภาพถ่ายอาหารเพื่อประเมินปริมาณพลังงานและสารอาหารที่ได้รับในมื้อนั้นทันที
นอกจากการติดตามมื้ออาหารแล้ว MyPresense ยังสามารถเชื่อมโยงข้อมูลกับนาฬิกาอัจฉริยะ (Smartwatch) เพื่อติดตามกิจกรรมประจำวัน เช่น พฤติกรรมการนอนและการนับก้าว นำมาประมวลผลร่วมกับข้อมูลการกินเพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการดูแลสุขภาพ พร้อมให้คำแนะนำเฉพาะบุคคล เช่น การควบคุมน้ำหนักสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน
‘AiR Sensor’ จับสัญญาณอันตราย
หนึ่งในนวัตกรรมที่เป็นตัวชูโรงของระบบคือ AiR Sensor เซนเซอร์ขนาดกะทัดรัดสำหรับติดบริเวณเอว มีจุดเด่นคือการตรวจจับความเสี่ยงเพื่อป้องกันเหตุก่อนที่จะเกิดขึ้นจริง ซึ่งพัฒนาขึ้นจาก Pain Point ของโรงพยาบาลที่ไม่ต้องการเพียงแค่อุปกรณ์ตรวจจับหลังล้ม แต่ต้องการระบบป้องกันก่อนสายเกินแก้ ซึ่งนวัตกรรมนี้ถือเป็นแห่งแรกของโลกและได้รับการจดสิทธิบัตรแล้วทั้งในไทยและต่างประเทศ
ความสามารถของ AiR Sensor ครอบคลุมการใช้งานหลากหลายรูปแบบ เช่น การแจ้งเตือนเมื่อผู้สูงอายุที่เพิ่งผ่านการผ่าตัดพยายามพยุงตัวลุกจากเตียงเองในเวลากลางคืน เพื่อให้ผู้ดูแลเข้าช่วยเหลือได้ทันท่วงทีก่อนเกิดการล้ม การช่วยป้องกันแผลกดทับสำหรับผู้ป่วยติดเตียงผ่านระบบติดตามท่านอนและระยะเวลา รวมถึงการดูแลผู้ป่วยภาวะสมองเสื่อมด้วยการแจ้งเตือนเมื่อผู้ป่วยเดินออกนอกพื้นที่ที่กำหนดหรือเดินหลงทาง
ผศ.ดร.สุรภา อธิบายว่า ปัญหาการล้มส่วนใหญ่มักเกิดจากการที่ผู้ป่วยตื่นไปเข้าห้องน้ำกลางดึกแต่เกรงใจผู้ดูแล หรือบางรายมีอาการมึนงงจากยาและเพิ่งผ่านการผ่าตัดกระดูกขาแต่อยากลุกจากเตียง ระบบ AiR Sensor จึงเข้ามาช่วยแก้ปัญหาด้วยการแจ้งเตือนผู้ดูแลล่วงหน้าก่อนเกิดเหตุ ผ่านการประเมินความเสี่ยงลักษณะเฉพาะของคนไข้ ร่วมกับท่าทางที่กำลังดำเนินอยู่ ณ ปัจจุบัน ซึ่งช่วยลดอุบัติเหตุรุนแรงและค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลได้อย่างมหาศาลที่อาจเกิดขึ้นได้
นอกจากนี้ ทีมพัฒนายังได้ต่อยอดระบบเซนเซอร์จากการติดตามสุขภาพบุคคล ไปสู่ระบบตรวจจับตำแหน่งและสถานะการใช้งานของอุปกรณ์หรือสินทรัพย์ทางการแพทย์ (Asset Tracking) เพื่อช่วยโรงพยาบาลบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าสูงสุด
‘Presense+’ และ ‘Continuous Patient Monitoring’ เชื่อมต่อข้อมูลสู่ผู้ดูแลและแพทย์อย่างครบวงจร เพื่อบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างครบวงจร ทีมงานได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Presense+ และระบบ Continuous Patient Monitoring เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลจากระบบ AiR Sensor แอปพลิเคชัน MyPresense และนาฬิกาอัจฉริยะเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ
แอปพลิเคชัน Presense+ ทำหน้าที่ส่งผ่านข้อมูลและการแจ้งเตือนเรียลไทม์จากเซนเซอร์ที่ติดอยู่กับตัวผู้สูงอายุไปสู่ผู้ดูแล โดยระบบสามารถแจ้งเตือนสัญญาณชีพ ตรวจสอบความเสี่ยง ตลอดจนตั้งค่าโปรไฟล์พื้นฐานเฉพาะตัวของคนไข้ เช่น เป็นผู้ป่วยแผลกดทับ หรือผู้ป่วยหลังผ่าตัด ทั้งยังแสดงผลข้อมูลจากนาฬิกาอัจฉริยะร่วมกับข้อมูลโภชนาการจากแอป MyPresense เพื่อให้ผู้ดูแลได้รับข้อมูลครบถ้วนในแอปพลิเคชันเดียว
ในส่วนของระบบ Continuous Patient Monitoring จะแสดงผลในรูปแบบแดชบอร์ดบนหน้าจอเว็บของโรงพยาบาล โดยดึงข้อมูลจาก Presense+ เข้าสู่ระบบของโรงพยาบาลโดยตรง แพทย์สามารถกำหนดประเด็นที่ต้องการตรวจสอบ บันทึกลักษณะเฉพาะตัว หรือบันทึกผลแล็บของคนไข้ได้ด้วยตนเอง ระบบนี้ช่วยเปลี่ยนข้อมูลกิจกรรมให้เป็นรูปธรรมและแม่นยำกว่าการสอบถามจากผู้ดูแล เช่น ข้อมูลการตื่นนอนกลางดึกหรือความถี่ในการพลิกตัวจริง ช่วยให้แพทย์ประเมินอาการและวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ก้าวต่อไปตรวจจับความเสี่ยงNCDs
ปัจจุบันนวัตกรรม Presense กำลังพัฒนาต่อเนื่องผ่านโครงการความร่วมมือกับคลินิกผู้สูงอายุ โรงพยาบาลศิริราช เพื่อนำองค์ความรู้และแนวทางการรักษาของแพทย์มาใส่ในระบบ สร้างแผนการดูแลรักษาร่วมกับสถานพยาบาล เพื่อเป็นตัวช่วยให้คำแนะนำเบื้องต้นและลดภาระงานของแพทย์ในการวิเคราะห์ข้อมูลจำนวนมาก พร้อมทั้งพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงด้วย AI โดยแปลงข้อมูลจากเซนเซอร์ให้เป็นคะแนนความเสี่ยงเฉพาะตัวที่เทียบเท่ากับแบบสอบถามทางการแพทย์ เพื่อช่วยประเมินภาวะสมองเสื่อมหรือความเสี่ยงโรคเรื้อรังได้ง่ายขึ้น
“เราตั้งเป้าที่จะเป็น Generic Platform ที่สามารถให้คำแนะนำกับการดูแลแก่ผู้ป่วยได้ แต่ในขณะเดียวกัน คำแนะนำสำหรับคนไข้แต่ละคนเหมือนไม่สามารถเหมือนกันได้แม้จะมีความเสี่ยงเดียวกัน เนื่องจากบริบทของผู้ใช้งานในแต่ละที่นั้นแตกต่างกัน ผู้ป่วยบางที่ไม่มีสมาร์ตโฟน หรือบางคนอยู่ในพื้นที่ที่เข้าถึงบุคลากรทางการแพทย์ได้ยาก จะมีวิธีแนะนำอย่างไรให้ตอบโจทย์กับข้อจำกัดของแต่ละคน นั่นคือโจทย์ใหญ่ที่ทีมกำลังพัฒนาอยู่ ณ ปัจจุบัน”