โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“เอกนิติ” เผยผลหารือ “เอกชนพูด รัฐบาลฟัง” ชี้วิกฤตพลังงานโลกโอกาสทองไทย ดึงฐานผลิตเข้าประเทศ

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“เอกนิติ” เผยผลหารือ “เอกชนพูด รัฐบาลฟัง” ชี้วิกฤตพลังงานโลกโอกาสทองไทย ดึงฐานผลิตเข้าประเทศ พร้อมรับลูกข้อเสนอ 6 ด้านเอกชน ดันกลไก กรอ. หนุนลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานสะอาด-AI ควบรวมแบงก์สร้างศูนย์กลางทางการเงินในช่วงตะวันออกกลางเดือด ดันไทยเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ หัวใจอาเซียน

วันที่ 15 พ.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปิดเผยถึงผลการหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีและตัวแทนผู้บริหารภาคเอกชนในกิจกรรม “เอกชนพูด รัฐบาลฟัง” ว่าภาคเอกชนมองเห็นตรงกันว่าวิกฤตพลังงานโลกในปัจจุบันถือเป็นโอกาสสำคัญของประเทศไทยในการดึงดูดการลงทุน โดยเฉพาะแนวโน้มการย้ายฐานการผลิตและห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) เข้าสู่ภูมิภาคอาเซียนและไทย ซึ่งไทยจะต้องเร่งคว้าโอกาสนี้ผ่านการดำเนินนโยบายเชิงรุก โดยรัฐบาลได้รับข้อเสนอของ เอกชน 6 ประเด็นได้แก่

1.เร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน-พลังงานสะอาด ในเรื่องนี้ถือเป็นข้อเสนอหลักจากภาคเอกชนที่เน้นไปที่การเร่งลงทุนในทรัพยากรน้ำเพื่อรองรับภาคการเกษตรและวิกฤตเอลนีโญในช่วงปลายปี รวมถึงการเร่งลงทุนในพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ และการพัฒนาระบบสายส่งไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid Modernization) เพื่อตอบโจทย์วิถีพลังงานโลกสมัยใหม่

2.การลงทุนใน “คน” โดยใช้เทคโนโลยี AI และดิจิทัลมาช่วยเพิ่มทักษะ (Up-skill) แรงงานไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต

3.การสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่และศูนย์กลางการเงิน โดยภาคเอกชนมีข้อเสนอว่าในการสร้าง เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engine) รัฐบาลมุ่งเป้าไปที่จุดแข็งด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) อุตสาหกรรมดิจิทัล และเกษตรสมัยใหม่, โดยมีแผนต่อยอดจากฐาน Data Center ไปสู่ Cloud Service และการผลิต Semiconductor ซึ่งเป็นหัวใจของ AI ขณะที่ภาคธนาคารเสนอให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของภูมิภาค (Regional Hub) ผ่านการสนับสนุนให้ธุรกิจไทยเข้มแข็งและมีการควบรวมกิจการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้โอกาสจากวิกฤตในตะวันออกกลาง

4.การปลดล็อกและแก้ปัญหาอุปสรรคต่างๆ โดยภาคเอกชนต้องการให้รัฐบาลเร่งรัดการขอใบอนุญาตที่ล่าช้า โดยเฉพาะการบริหารจัดการที่ดินสาธารณะที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว, ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้ชื่นชมโครงการ BOI Fast Pass ว่าเป็นตัวอย่างความสำเร็จที่ช่วยให้การลงทุนขับเคลื่อนได้รวดเร็วขึ้นจริงตั้งแต่ไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา และทำให้เกิดการลงทุนจริงกว่า 2 แสนล้านบาทในช่วงที่ผ่านมา

5.เสนอให้มีการจัดตั้งศูนย์ปราบปรามคอร์รัปชันอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อสร้างความเชื่อมั่น และแก้ปัญหาเรื่องนี้โดยเร็ว

และ 6.เป็นข้อเสนอในเรื่องการดูแลเรื่องของปัญหาเงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มจะปรับตัวเพิ่มขึ้น ควบคู่กับการดูแลผู้ประกอบการ SMEs จากผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้น

สำหรับแนวทางการขับเคลื่อนในระยะต่อไปนายกรัฐมนตรี มีแนวคิดให้ขับเคลื่อนผ่านกลไกคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน 3 สถาบัน (กรอ.) เพื่อนำข้อเสนอทั้งหมดมาปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม โดยหากเป็นโครงการที่ต้องใช้งบประมาณต้องเน้นรูปแบบการร่วมลงทุน (PPP) ที่เอกชนเป็นตัวนำและรัฐเป็นผู้สนับสนุน ควบคู่กับการใช้ยุทธศาสตร์ 4T ผ่านยุทธศาสตร์ 4T ประกอบด้วย 1.Target มุ่งเป้าหมายให้ชัดเจน 2.Transition การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด
3.Transform การปฏิรูปทักษะทรัพยากรมนุษย์ และ 4.Together การทำงานร่วมกันระหว่างรัฐและเอกชน

นายเอกนิติ กล่าวว่า รัฐบาลไม่ละเลยปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องเงินเฟ้อและค่าครองชีพของประชาชนระดับฐานราก รวมถึงผู้ประกอบการ SME พร้อมทั้งรับข้อเสนอจากสภาอุตสาหกรรมฯ ในการพัฒนาท่าเรือระนองและเส้นทางรถไฟที่ขาดหาย (Missing Link) ระหว่างชุมพรและระนอง เพื่อยกระดับไทยให้เป็นจุดแข็งสำคัญของอาเซียนอย่างยั่งยืน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...