โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คพ. เปิดผลตรวจ ห้วยตะเข้ พบสารอินทรีย์ระเหยง่ายหลายชนิด บ่งชี้แหล่งกำเนิดจาก ภาคอุตสาหกรรม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

คพ. เผยผลตรวจห้วยตะเข้ พบสารอินทรีย์ระเหยง่ายหลายชนิด บ่งชี้ความเป็นไปได้ของแหล่งกำเนิดมลพิษจากภาคอุตสาหกรรม พร้อมส่งข้อมูลให้ บก.ปทส. กรมโรงงานอุตสาหกรรม และจังหวัดสระบุรี ตรวจสอบเชิงลึกและสืบสวนหาต้นตอการปนเปื้อน

เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.สุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากการเก็บตัวอย่างคุณภาพน้ำ ในคลองหนองน้ำเขียว คลองเกด และคลองห้วยตะเข้ จ.สระบุรี เมื่อวันที่ 27-28 พฤษภาคม 2569 และได้รายงานผลการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำตามมาตรฐานคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน พบค่าโลหะหนักในแหล่งน้ำทั้ง 3 แห่ง ตลอดลำคลอง ซึ่งมีจำนวน 3 จุด พบสารหนู (As) และตะกั่ว (Pb) มีค่าเกินมาตรฐานน้ำผิวดิน แต่ยังไม่มีผลวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในน้ำ นั้น

ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า การวิเคราะห์สารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในพื้นที่ คพ. ได้ใช้วิธีการตรวจวิเคราะห์ 3 วิธี และจากผลวิเคราะห์ พบว่า

1.การตรวจวิเคราะห์ด้วยวิธี Headspace (การดักจับโมเลกุลกลิ่นที่ลอยเหนือผิวน้ำในภาชนะปิดเพื่อหาไอระเหยของสารเคมี) ตรวจพบค่าสารอินทรีย์ระเหยง่าย (TVOCs) ตลอดลำคลอง

2.การวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการ จากการเก็บตัวอย่างตลอดลำคลอง ทั้ง 7 จุด พบการปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ทุกจุด ได้แก่ เบนซีน (Benzene) 1,2 ไดคลอโรอีเทน (1,2-Dichloroethane ) ไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) เอทิลเบนซีน (Ethylbenzene ) โทลูอีน (Toluene ) และ1,1,2-ไตรคลอโรอีเทน (1,1,2-Trichloroethane) ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีการปนเปื้อนของเสียจากแหล่งกำเนิดมลพิษประเภทอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ยังมีผลการวิเคราะห์ค่าสารอินทรีย์ คือ ค่าบีโอดี และค่าซีโอดี โดยพบมีค่าสูงตลอดลำคลอง ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรม

และ 3.จากการตรวจวัดสารอินทรีย์ระเหยง่าย (VOCs) ในบรรยากาศ จำนวน 16 ชนิด รอบพื้นที่ห้วยตะเข้และกลุ่มโรงงาน (เก็บวันที่ 28-29 พ.ค. 2569) จำนวน 3 จุด ได้แก่ จุดที่ 1 บริเวณริมคลองตะเข้ ด้านข้างโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย สระบุรี ตำบลกุดนกเปล้า จุดที่ 2 บริเวณป้อมทางรถไฟ ตำบลห้วยแห้ง และ จุดที่ 3 จุดอ้างอิงบริเวณสถานีวนวัฒนวิจัยพระฉาย ตำบลหนองปลาไหล พบว่า ทุกจุดมีค่าไม่เกินค่าเฝ้าระวังสำหรับสารอินทรีย์ระเหยง่ายในบรรยากาศโดยทั่วไปในเวลา 24 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่าย คือ โทลูอีน ซึ่งสอดคล้องกับผลการตรวจวัดในตัวอย่างน้ำที่ตรวจพบสารโทลูอีนเช่นกัน ทั้งนี้ ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดค่าการเฝ้าระวังกับสารโทลูอีน โดยสารโทลูอีนเป็นสารเคมีระเหยง่ายที่นิยมใช้เป็นตัวทำละลายหลักในภาคอุตสาหกรรม และเป็นสารตั้งต้นในการสังเคราะห์ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สีทาบ้านและสารเคลือบ ทินเนอร์และน้ำยาทำความสะอาด กาวและสารยึดติด เป็นต้น

ทั้งนี้ คพ. อยู่ระหว่างการวิเคราะห์หาค่าสารโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่ายในตัวอย่างตะกอนดินในแหล่งน้ำผิวดินจากการเก็บตัวอย่างครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งจะแจ้งผลการตรวจสอบทั้งหมดให้พี่น้องประชาชนรับทราบ พร้อมแจ้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และจังหวัดสระบุรี เพื่อใช้ประกอบการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงระหว่างที่มาของโลหะหนักและสารอินทรีย์ระเหยง่ายกับต้นตอของแหล่งกำเนิดมลพิษ และการจัดการตะกอนกรณีที่มีการขุดลอกไปกำจัด ต่อไป

สำหรับการดำเนินการล่าสุดในวันนี้ คพ. ได้มอบหมายนายชาญวิทย์ กันยา ผู้อำนวยการกองกฎหมาย นำเอกสารหลักฐานเข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) กรณีการลักลอบปล่อยน้ำทิ้งของเสีย ลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ คลองห้วยตะเข้ จ.สระบุรี เนื่องจากผลการตรวจวิเคราะห์น้ำในคลองหนองน้ำเขียว คลองเกด คลองห้วยตะเข้ และคลองเพรียว พบว่า มีค่าสารหนู และค่าตะกั่วเกินค่ามาตรฐานของน้ำผิวดิน รวมทั้งตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยง่ายหลายชนิด เพื่อให้ดำเนินการสืบสวนหาต้นตอของน้ำเสียต่อไปด้วยแล้ว ดร.สุรินทร์ กล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คพ. เปิดผลตรวจ ห้วยตะเข้ พบสารอินทรีย์ระเหยง่ายหลายชนิด บ่งชี้แหล่งกำเนิดจาก ภาคอุตสาหกรรม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...