BMF-ซีพี-มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ต่อยอดข้อมูลจากเกษตรกรไทยสู่งานวิจัยระดับนานาชาติ
โครงการฟาร์มกระบือทันสมัย (Buffalo Modern Farm: BMF) ของมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ สร้างความภาคภูมิใจให้วงการปศุสัตว์ไทยอีกครั้ง เมื่อองค์ความรู้และข้อมูลภาคสนามที่สั่งสมจากการทำงานร่วมกับเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือในพื้นที่ชนบทและพื้นที่ชายขอบกว่า 20 ปี ได้รับการต่อยอดสู่ผลงานวิจัยระดับนานาชาติ ภายใต้ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยฟลอริดา สหรัฐอเมริกา จนได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติ Tropical Animal Health and Production ซึ่งได้รับการยอมรับในวงการวิทยาศาสตร์การผลิตสัตว์ระดับโลก
ผลงานวิจัยเรื่อง “Forage Security Index (FSI) as a Determinant of Income and Sustainability in Smallholder Swamp Buffalo Production Systems in Northeastern Thailand” ได้พัฒนา “ดัชนีความมั่นคงด้านอาหารหยาบ” (Forage Security Index: FSI) เครื่องมือที่ช่วยประเมินความพร้อมด้านอาหารสัตว์ของฟาร์มกระบือรายย่อย โดยใช้ข้อมูลที่เกษตรกรสามารถจัดเก็บและคำนวณได้ด้วยตนเอง
ผลการศึกษาจากฟาร์มกระบือปลักไทย 49 ฟาร์ม ใน 7 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า “ความมั่นคงด้านอาหารหยาบ” คือปัจจัยสำคัญที่เชื่อมโยงโดยตรงกับรายได้และความยั่งยืนของเกษตรกร โดยทุกการเพิ่มพื้นที่อาหารหยาบ 1 ไร่ มีความสัมพันธ์กับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยประมาณ 14,600 บาทต่อปี ขณะที่ฟาร์มที่มีค่า FSI สูง มีรายได้เฉลี่ยมากกว่าฟาร์มที่มีค่า FSI ต่ำถึงประมาณ 136,000 บาทต่อปี และทุกการเพิ่มค่า FSI 1 หน่วย มีความสัมพันธ์กับรายได้ที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ยราว 47,000 บาทต่อปี
งานวิจัยชิ้นนี้เกิดจากความร่วมมือของหน่วยวิจัยเฉพาะทางพันธุศาสตร์สัตว์เขตร้อนชื้น (TAGU) มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ร่วมกับมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ และมหาวิทยาลัยฟลอริดา โดยผสานองค์ความรู้ทางวิชาการเข้ากับประสบการณ์ทำงานจริงในพื้นที่ จนเกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ที่สามารถตอบโจทย์ปัญหาของเกษตรกรได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางสาวสโรชิตา แสงจง นิสิตปริญญาเอก สาขาสัตวศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการลงพื้นที่ทำงานร่วมกับเกษตรกร และพบว่าปัญหาด้านอาหารหยาบเป็นความท้าทายสำคัญของการเลี้ยงกระบือ โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้ง จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาเครื่องมือที่เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประเมินศักยภาพของฟาร์มได้จริง
ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.ศกร คุณวุฒิฤทธิรณ หัวหน้าหน่วยวิจัย TAGU มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า จุดเด่นของงานวิจัยนี้คือการเปลี่ยนแนวคิดเรื่อง “ความมั่นคงด้านอาหารหยาบ” ให้กลายเป็นเครื่องมือที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ช่วยให้เกษตรกรวางแผนการผลิต การขยายฝูง และบริหารจัดการทรัพยากรได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยง และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในระยะยาว
ขณะที่ นายสุพชัย ปัญญาเอก ผู้จัดการโครงการฟาร์มกระบือทันสมัย มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า ผลงานวิจัยนี้เป็นเครื่องยืนยันว่า “อาหารหยาบ” ไม่ใช่เพียงอาหารสัตว์ แต่เป็นรากฐานสำคัญของรายได้ ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และความยั่งยืนของเกษตรกรผู้เลี้ยงกระบือ การมีแหล่งอาหารสัตว์ที่เพียงพอช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และสร้างโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของครัวเรือนเกษตรกรได้อย่างยั่งยืน
ความสำเร็จของงานวิจัยครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงพลังของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษา ภาคเอกชน และเกษตรกร ที่สามารถยกระดับข้อมูลและประสบการณ์จากฟาร์มของเกษตรกรไทย สู่ผลงานวิจัยที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ พร้อมต่อยอดเป็นองค์ความรู้และเครื่องมือที่สร้างประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกรไทย ช่วยเพิ่มรายได้ ยกระดับประสิทธิภาพการผลิต และเสริมสร้างความมั่นคงของอาชีพในระยะยาว
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- ซีพี - ทรู เดินหน้าหนุนโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” ต่อเนื่อง รุ่นที่ 46
- ซีพี ผนึก มหาวิทยาลัยซีอานเจียวทง ลิเวอร์พูล พัฒนาหลักสูตรนวัตกรรมบูรณาการ
- ซีพีเอาจริง! ข่าวปลอมเข้าข่ายหมิ่นประมาท–หลอกลงทุน ใช้ภาพ AI บิดเบือน
- ระวังสื่อปลอมแอบอ้างชื่อ “ธนินท์ เจียรวนนท์” หลอกลงทุน AI
- มูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์พัฒนาชีวิตชนบท สานพลังความร่วมมือ 24 ปี สร้างบ้านที่อบอุ่นเพื่ออนาคตเด็กไทย