โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทะลักทุกด่าน!เขมรหนีอดตายลอบเข้าไทยทั้งบริเวณชายแดนจันทบุรี-สระแก้ว

Manager Online

อัพเดต 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 3.56 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

ศูนย์ข่าว8203;ศรี8203;ราชา8203;- ทะลักทุกด่าน! เขมรหนีอดตายลอบเข้าไทยทั้งบริเวณชายแดนจันทบุรี-สระแก้ว เผยประเทศบ้านเกิดไม่มีงานให้ทำ จนครอบครัวเดือดร้อนต้องยอมจ่ายค่าหัวให้ผู้นำพารายละ 3,000-8,000 บาท แต่ไม่รอดถูกจับดำเนินคดี

วันนี้ (14 ก.ค.), กองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) โดยหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินจันทบุรี (ชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 2) กองร้อยทหารพรานนาวิกโยธินที่ 523 บ้านบึงชนังล่าง นำโดย ร.ท.สุบิน ระวังภัย ผู้บังคับกองร้อย ได้สนธิกำลังร่วมชุดปฏิบัติการพิเศษ ชค.ทพ.นย.2 นำโดย ร.ท.วัชรพล อินใจ ควบคุมตัวชาวกัมพูชารวม 14 ราย เป็นชาย 6 ราย หญิง 4 ราย และเด็ก 4 ราย

ขณะเดินเท้าข้ามแดนจากกัมพูชา เข้ามาในประเทศไทยบริเวณแนวชายแดนบ้านบึงชนังล่าง ต.เทพนิมิต อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ซึ่งทั้งหมดไม่สามารถแสดงเอกสารการเดินทางหรือหลักฐานการได้รับอนุญาตให้เข้ามาในราชอาณาจักรได้

โดยให้การว่าเดินทางมาจากจ.พระตะบอง ประเทศกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติหวังเข้ามาหางานก่อสร้างทำในพื้นที่ จ.จันทบุรี เนื่องจากในประเทศกัมพูชาไม่มีงานทำ จนทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อน

และได้ยินยอมจ่ายค่าจ้างให้กับผู้พานำเข้าเมืองรายละ 3,000 บาท ซึ่งจะชำระเมื่อเดินทางถึงปลายทางแต่สุดท้ายถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้ก่อน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวสัญชาติกัมพูชา เข้ามาและอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมจัดทำบันทึกการจับกุมและบันทึกการควบคุมตัวตามมาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565

ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านแปลง ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะขยายผลติดตามผู้เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบนำพาแรงงานข้ามแดนต่อไป

กกล.บูรพา รวบ 14 เขมรเดินเท้าเข้าชายแดนอรัญประเทศ หวังกลับเขทำงานในไทย

ทั้งนี้ กองกำลังบูรพา โดยหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 กองร้อยทหารพรานที่ 1206 ได้ควบคุมตัวบุคคลต้องสงสัยจำนวน 14 คน ขณะกำลังเดินเท้าลัดเลาะเข้ามาบริเวณเส้นทางการเกษตร ระหว่างจุดตรวจอ้างอิงที่ 49-50 บ้านเนินสมบูรณ์ ม. 12 ต.คลองน้ำใส อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว เป็นชาย 6 ราย หญิง 7 ราย และเด็ก 1 ราย

จากการตรวจสอบพบว่ามีผู้ถือหนังสือเดินทาง (พาสปอร์ต) จำนวน 10 คน และไม่มีเอกสารแสดงตนอีก 4 คน ก่อนนำตัวทั้งหมดไปสอบสวนเพิ่มเติมที่กองร้อยทหารพรานที่ 1206

จากการซักถาม ผู้ถูกจับกุมให้การว่า เคยทำงานอยู่ในประเทศไทย แต่เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ได้เดินทางกลับประเทศกัมพูชาตามมาตรการของทางการกัมพูชาและมาตรการควบคุมชายแดนของไทย อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับไปแล้วไม่สามารถหางานทำได้ จึงติดต่อผู้นำพาผ่านเพื่อนชาวกัมพูชา เพื่อกลับเข้ามาทำงานในประเทศไทย โดยตกลงจ่ายค่าจ้างผู้นำพาคนละ 5,000-8,000 บาท เมื่อเดินทางถึงจุดหมาย

ผู้ลักลอบเข้าเมืองเปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ได้เดินทางมารวมตัวกันที่บ้านบันเตียตีปี ฝั่งประเทศกัมพูชา ก่อนมีผู้นำพา 3 คน พาเดินลัดเลาะเส้นทางธรรมชาติในช่วงเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 14 กรกฎาคม เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ กระทั่งข้ามเข้ามายังฝั่งประเทศไทยได้สำเร็จ ก่อนเดินเท้าตามเส้นทางการเกษตรเพื่อไปรอรถมารับบริเวณท้ายหมู่บ้านกุดหิน แต่ถูกเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนตรวจพบและเข้าจับกุมเสียก่อน จากการสอบสวนยังพบว่า ผู้ลักลอบเข้าเมืองมีจุดหมายปลายทางแตกต่างกัน โดย 4 คน ตั้งใจเดินทางไปทำงานที่ตลาดไท อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี, 8 คน จะเดินทางไปทำงานในจังหวัดระยอง และอีก 2 คน จะเดินทางไปย่านคู้บอน เขตคันนายาว กรุงเทพมหานคร

ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่กองร้อยทหารพรานที่ 1206 ได้นำตัวชาวกัมพูชาทั้ง 14 คน ส่งมอบให้พนักงานสอบสวน สภ.คลองน้ำใส ดำเนินคดีในข้อหาลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย และขยายผลติดตามตัวขบวนการผู้นำพาที่หลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป…ยุทธนา/อารีย์ ผู้สื่อข่าวจังหวัดสระแก้ว 094-4780777

082-7339944

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...