โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

TDRI เสนอทางออก “ค่าไฟสาธารณะ” คืนความเป็นธรรมผู้ใช้ไฟ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ค่าไฟฟ้าสาธารณะยังคงเป็นประเด็นที่ผู้ใช้ไฟทั่วประเทศให้ความสนใจ เนื่องจากถูกนำมาคิดรวมกับบิลค่าไฟทุกหลังประมาณ 10สตางค์ต่อหน่วยในส่วนของค่าไฟฐาน รายงานของTDRI โดย ดร. อารีพร อัศวินพงศ์พันธ์ นักวิชาการด้านพลังงาน ระบุว่า สิ่งนี้กลายเป็นภาระ "การอุดหนุนข้ามกลุ่ม" ที่อาจไม่เป็นธรรมต่อผู้ใช้ไฟฟ้า

5 จุดบอด “โครงสร้างค่าไฟฟ้าสาธารณะ”

การศึกษาวิเคราะห์โครงสร้างการอุดหนุนค่าไฟฟ้าสาธารณะ พบว่าระบบปัจจุบันเผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน ส่งผลให้การจัดสรรงบประมาณและสิทธิประโยชน์ไม่สอดคล้องกับภาระการใช้ไฟฟ้าที่แท้จริง โดยสามารถสรุป "จุดบอด" สำคัญได้ 5 ประเด็น ดังนี้

1. ความเหลื่อมล้ำระหว่างเมืองกับชนบท

ระบบโควตาร้อยละ 10 ที่อ้างอิงจากฐานผู้ใช้ไฟฟ้า ทำให้เทศบาลเมืองขนาดใหญ่ซึ่งมีผู้ใช้ไฟฟ้าหนาแน่นได้รับวงเงินโควตาสูง เพียงพอครอบคลุมค่าไฟสาธารณะและยังมีส่วนเหลือ ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ชนบท แม้จะมีถนนสายยาวและภาระค่าไฟส่องสว่างสูง แต่มีฐานผู้ใช้ไฟฟ้าน้อย ส่งผลให้โควตาหมดอย่างรวดเร็ว และต้องนำงบพัฒนาท้องถิ่นมาอุดหนุนค่าไฟแทน

2. การจัดสรรโควตาไม่มีประสิทธิภาพ

ในภาพรวมของประเทศ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้ไฟฟ้าสาธารณะจริงเฉลี่ยเพียงประมาณร้อยละ 5 ของฐานโควตาที่กำหนดไว้ร้อยละ 10 สะท้อนว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากการมีโควตาไม่เพียงพอ แต่เกิดจากหลักเกณฑ์การกระจายสิทธิที่ไม่สอดคล้องกับภารกิจและภาระค่าใช้จ่ายของแต่ละพื้นที่

3. หน่วยงานรัฐส่วนกลางขาดแรงจูงใจลดใช้พลังงาน

อีกหนึ่งจุดอ่อนสำคัญคือ กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท ยังคงได้รับสิทธิใช้ไฟฟ้าสาธารณะฟรี 100% ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี 2530 โดยเฉพาะกรมทางหลวงที่มีการใช้ไฟฟ้าสูงถึงประมาณ 2,000 ล้านหน่วยต่อปี การไม่ต้องรับภาระค่าใช้จ่ายโดยตรง ทำให้ต้นทุนด้านพลังงานไม่ถูกนำมาประกอบการตัดสินใจบริหาร และลดแรงจูงใจในการเพิ่มประสิทธิภาพหรือประหยัดพลังงาน

4. โครงสร้างการเงินของการไฟฟ้าเผชิญความเสี่ยง

หากมีการแยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากค่าไฟฟ้าฐานทันที อาจกระทบต่อสภาพคล่องของการไฟฟ้า โดยเฉพาะการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เนื่องจากต้องชำระค่าไฟฟ้าที่รับซื้อจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นเงินสดทุกเดือน แต่ไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากหน่วยงานเจ้าของระบบไฟฟ้าสาธารณะได้โดยตรง จึงอาจส่งผลให้เกิดปัญหากระแสเงินสดและภาระหนี้สะสม

5. ความเข้าใจคลาดเคลื่อนเรื่องต้นทุน 10 สตางค์

การศึกษาพบว่า ประชาชนจำนวนมากเข้าใจว่าค่าไฟฟ้าสาธารณะมีต้นทุนราว 10 สตางค์ต่อหน่วย แต่ในความเป็นจริง ต้นทุนที่รวมอยู่ในโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานมีเพียงประมาณ 5–6 สตางค์ต่อหน่วยเท่านั้น ทำให้ข้อเรียกร้องให้ลดค่าไฟลง 10 สตางค์ต่อหน่วย โดยอ้างการตัดภาระค่าไฟฟ้าสาธารณะ อาจไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่เกิดขึ้นจริง และสะท้อนความจำเป็นในการปฏิรูปโครงสร้างค่าไฟฟ้าทั้งระบบ มากกว่าการปรับลดเฉพาะบางองค์ประกอบของต้นทุน

เปิดแผน ปฏิรูปค่าไฟฟ้าสาธารณะ

ข้อเสนอ โดย TDRI ระบุให้รัฐบาลใช้แนวทาง "ลดการใช้พลังงานก่อนผลักภาระงบประมาณ" โดยเร่งลงทุนเปลี่ยนระบบไฟส่องสว่างสาธารณะทั่วประเทศเป็นหลอดไฟ LED พร้อมระบบควบคุมอัจฉริยะ ก่อนทยอยโอนภาระค่าไฟฟ้าให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) และหน่วยงานด้านทางหลวงเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง

การเปลี่ยนเป็นหลอด LED จะช่วยลดการใช้ไฟฟ้าได้ร้อยละ 50-70 ส่งผลให้ภาระค่าใช้จ่ายของท้องถิ่นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และช่วยหลีกเลี่ยงการผลักภาระไปสู่ประชาชนผ่านการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้น
ในด้านรูปแบบการลงทุน ข้อเสนอสนับสนุนให้ใช้โมเดล Utility-led ESCO (Shared Savings) โดยให้การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เป็นผู้ลงทุนเปลี่ยนหลอดไฟ LED ให้ก่อน จากนั้นจึงทยอยคืนทุนผ่านเงินค่าไฟฟ้าที่ประหยัดได้ในแต่ละเดือน

แนวทางดังกล่าวจะช่วยแก้ปัญหาข้อจำกัดด้านงบลงทุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทำให้สามารถจัดซื้ออุปกรณ์ในปริมาณมากจนได้ต้นทุนที่ต่ำลง พร้อมอาศัยศักยภาพของการไฟฟ้าในการติดตั้ง บำรุงรักษา และบริหารระบบในระยะยาว

อีกข้อเสนอสำคัญ คือ การยกเลิกการติดตั้งมิเตอร์ไฟฟ้าสำหรับระบบไฟสาธารณะ แล้วเปลี่ยนมาใช้ระบบคำนวณปริมาณการใช้ไฟฟ้าแทน หรือ Calculated Unmetered Billing โดยคำนวณจากจำนวนโคมไฟ กำลังไฟฟ้า และชั่วโมงการใช้งาน ซึ่งเหมาะกับไฟถนนที่มีรูปแบบการใช้ไฟคงที่ หรือใช้ระบบ Virtual Metering ที่รับข้อมูลจากระบบบริหารโคมไฟอัจฉริยะ (CMS) ส่งเข้าสู่ศูนย์กลางโดยตรง

แนวทางดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการติดตั้งมิเตอร์หลายแสนชุด ลดค่าเดินสายไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในการจดหน่วยไฟฟ้า

มาตรการเร่งด่วน

สำหรับมาตรการเร่งด่วนในช่วงเปลี่ยนผ่าน ข้อเสนอเสนอให้การไฟฟ้าบันทึกค่าไฟฟ้าของหน่วยงานภาครัฐเป็นบัญชีลูกหนี้รอเรียกเก็บ เพื่อบรรเทาปัญหาสภาพคล่อง ก่อนนำยอดไปหักลบกับรัฐบาลกลาง รวมทั้งให้ กฟผ. ปรับลดราคาขายส่งไฟฟ้าเฉพาะส่วนที่เป็นไฟสาธารณะในช่วงเปลี่ยนผ่าน

นอกจากนี้ ยังเสนอให้คณะรัฐมนตรีออกมติบังคับให้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ใช้ไฟฟ้าสาธารณะปริมาณมาก เข้าสู่ระบบ ESCO ทันที เพื่อเร่งลดการใช้ไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันมีปริมาณรวมกว่า 2,000 ล้านหน่วยต่อปี

ในระยะสั้นภายใน 1-2 ปี ข้อเสนอแนะให้ปรับนิยาม "ไฟฟ้าสาธารณะ" ใหม่ให้สอดคล้องกับภารกิจด้านความปลอดภัย ประกาศใช้ระบบคิดค่าไฟแบบไม่ใช้มิเตอร์เป็นมาตรฐาน และเริ่มดำเนินโครงการ ESCO กับหน่วยงานด้านทางหลวง

ส่วนระยะยาว ภายใน 5 ปี หลังจากเปลี่ยนระบบไฟสาธารณะทั่วประเทศเป็น LED แล้ว จึงเสนอให้แยกต้นทุนค่าไฟฟ้าสาธารณะออกจากโครงสร้างค่าไฟฟ้าฐานอย่างสมบูรณ์ เพื่อให้ค่าไฟฟ้าที่ประชาชนจ่ายสะท้อนต้นทุนการใช้ไฟฟ้าของตนเองอย่างแท้จริง พร้อมยกระดับสู่ระบบไฟฟ้าสาธารณะอัจฉริยะทั่วประเทศ

เป้าหมายสำคัญของการปฏิรูปครั้งนี้ คือการสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ใช้ไฟฟ้า ลดการใช้พลังงานด้วยเทคโนโลยี และป้องกันไม่ให้การปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าสาธารณะกลายเป็นภาระทางการคลังหรือภาษีใหม่ของประชาชนในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...