10 อาชีพจะได้ "ขึ้นเงินเดือน" มากสุดปี 2026 นายจ้างแย่งตัวคนเก่ง
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหล่าวัยทำงานหลายคนอาจรู้สึกว่าการขึ้นเงินเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะทำงานหนักขึ้น แต่ค่าตอบแทนกลับเพิ่มขึ้นไม่มากนักในยุคเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ แถมโลกการทำงานก็เปลี่ยนเร็วเพราะมี AI เข้ามาดิสรัปต์ อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวอาจกำลังเปลี่ยนไปสำหรับแรงงานบางสายอาชีพ
ผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก Resume Genius ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของ สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Labor Statistics: BLS) พบว่า การขึ้นเงินเดือนของบางสายอาชีพของกลุ่มแรงงานในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นผลโดยตรงจากความต้องการแรงงานในตลาด โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง และอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว
งานวิจัยชิ้นนี้ ได้วิเคราะห์จากข้อมูลค่าจ้างระหว่างปี 2021-2024 และข้อมูลอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) พร้อมพิจารณาแนวโน้มการจ้างงานจนถึงปี 2034 เพื่อค้นหาว่าอาชีพใดมีแนวโน้มได้รับการปรับเงินเดือนมากที่สุดในปี 2026
อีวา ชาน (Eva Chan) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพของ Resume Genius บอกว่า "การขึ้นเงินเดือนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน คนที่มีทักษะเฉพาะทางในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็ว จะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดในการต่อรองเงินเดือนในปี 2026"
ปัจจุบัน เงินเดือนมัธยฐานของแรงงานประจำในสหรัฐฯ อยู่ที่ 49,500 ดอลลาร์ต่อปี (ราวๆ 1,650,000 บาทต่อปี) ณ สิ้นปี 2025 ขณะที่ทั้ง 10 อาชีพในรายชื่อนี้ ล้วนมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวอย่างชัดเจน และยังมีแนวโน้มได้รับการปรับขึ้นค่าตอบแทนเร็วกว่าตลาดโดยรวม โดยมี 10 อาชีพที่ติดโผในลิสต์ของรายงานฉบับนี้ ได้แก่
1. ผู้จัดการฝ่ายการเงิน (Financial Manager)
เงินเดือนเฉลี่ย 161,700 ดอลลาร์ต่อปี (5,400,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 7.1% ต่อปี (2021-2024)
จำนวนตำแหน่งงาน 868,600 ตำแหน่ง
คาดการณ์การจ้างงานถึงปี 2034 เติบโต 15%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี
ผู้จัดการฝ่ายการเงิน เป็นอาชีพที่มีอัตราการเติบโตของค่าจ้างสูงที่สุด ในกลุ่มงานผู้บริหารที่ถูกวิเคราะห์ เนื่องจากโลกการทำงานในยุคนี้ องค์กรต้องรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงกฎระเบียบทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันแย่งตัวบุคลากรก็รุนแรงขึ้นตามไปด้วย
2. ผู้จัดการฝ่ายการตลาด (Marketing Manager)
เงินเดือนเฉลี่ย 161,030 ดอลลาร์ต่อปี (5,400,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.1%
จำนวนตำแหน่งงาน 407,000 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 7%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี
ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมีระดับรายได้แทบไม่ต่างจากผู้จัดการฝ่ายการเงิน การเปลี่ยนผ่านสู่การตลาดดิจิทัล รวมถึงการใช้ข้อมูล (Data-driven Marketing) ในการตัดสินใจ ทำให้ตำแหน่งนี้กลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญขององค์กร
บริษัทต่างๆ พร้อมจ่ายค่าตอบแทนสูงขึ้นให้กับคนที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้
3. นักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Information Security Analyst)
เงินเดือนเฉลี่ย 124,910 ดอลลาร์ต่อปี (4,200,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.8%
จำนวนตำแหน่งงาน 182,800 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 29%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี
เมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยอาชีพนี้มีอัตราการเติบโตของการจ้างงานสูงถึง 29% ภายในปี 2034 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสายงานที่เติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ เนื่องจากทุกองค์กรต่างต้องลงทุนเพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้าและทรัพย์สินดิจิทัลของตนเอง
4. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)
เงินเดือนเฉลี่ย 112,590 ดอลลาร์ต่อปี (3,400,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 3.7%
จำนวนตำแหน่งงาน 245,900 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 34%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี
แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างในช่วงปี 2021-2024 จะดูต่ำกว่างานอื่นในลิสต์รายชื่อทั้งสิบอาชีพ แต่ Data Scientist กลับเป็นอาชีพที่มีแนวโน้มการจ้างงานเติบโตสูงที่สุด โดยคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 34% ภายในปี 2034
เหตุผลสำคัญมาจากการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ที่ทำให้ทุกองค์กรต้องการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ
5. พยาบาลวิชาชีพ (Registered Nurse)
เงินเดือนเฉลี่ย 93,600 ดอลลาร์ต่อปี (3,000,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.5%
จำนวนตำแหน่งงานกว่า 3.39 ล้านตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 5%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี
Registered Nurse เป็นอาชีพที่มีจำนวนแรงงานมากที่สุดในรายชื่อนี้ โดยมีตำแหน่งงานมากกว่า 3.3 ล้านตำแหน่งในสหรัฐ ทั้งนี้ ระบบสาธารณสุขของสหรัฐฯ ยังคงเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร ส่งผลให้ค่าตอบแทนของพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังช่วยผลักดันให้ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอีกในระยะยาว
6. ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบสายส่งไฟฟ้า (Electrical Power-Line Installer and Repairer)
เงินเดือนเฉลี่ย 92,560 ดอลลาร์ต่อปี (3,080,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 5.7%
จำนวนตำแหน่งงาน 127,400 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 7%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
อาชีพนี้ถือเป็นหนึ่งในงานรายได้สูงที่ไม่จำเป็นต้องจบมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ความที่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดของสหรัฐฯ กำลังขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแรงงานฝีมือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ลักษณะงานที่ต้องใช้ทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ก็ทำให้ตลาดแรงงานของอาชีพนี้ยังคงแข่งขันกันสูง
7. ช่างซ่อมอากาศยานและช่างเทคนิคบริการเครื่องบิน (Aircraft Mechanic and Service Technician)
เงินเดือนเฉลี่ย 78,680 ดอลลาร์ต่อปี (2,600,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.4%
จำนวนตำแหน่งงาน 139,400 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะทาง
หลังอุตสาหกรรมการบินฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ความต้องการช่างซ่อมเครื่องบินที่มีใบรับรองเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งสายการบินและบริษัทด้านอากาศยานต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะ ส่งผลให้ค่าจ้างของสายงานนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
8. พยาบาลวิชาชีพภาคปฏิบัติ (Licensed Practical Nurse / Licensed Vocational Nurse)
เงินเดือนเฉลี่ย 62,340 ดอลลาร์ต่อปี (2,080,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 7.6%
จำนวนตำแหน่งงาน 498,100 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
อาชีพนี้มีอัตราการเติบโตของค่าจ้างสูงที่สุด ที่ 7.6% จากในรายชื่อทั้งหมดในลิสต์ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลจำนวนมากต้องปรับขึ้นค่าตอบแทน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยตำแหน่งนี้ยังเป็นเส้นทางเข้าสู่อาชีพด้านสุขภาพที่ใช้เวลาเรียนสั้นกว่าพยาบาลวิชาชีพ แต่ยังมีรายได้ที่น่าสนใจและความมั่นคงในระยะยาว
9. ผู้ควบคุมเครื่องจักรก่อสร้าง (Construction Equipment Operator)
เงินเดือนเฉลี่ย 58,320 ดอลลาร์ต่อปี (1,900,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.5%
จำนวนตำแหน่งงาน 539,500 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า
การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ความต้องการผู้ควบคุมเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น อาชีพนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทักษะเฉพาะทางในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ยังสามารถสร้างรายได้ที่แข่งขันได้ แม้จะไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยก็ตาม
10. คนขับรถบรรทุก (Truck Driver)
เงินเดือนเฉลี่ย 57,440 ดอลลาร์ต่อปี (1,900,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 5.9%
จำนวนตำแหน่งงานกว่า 2.23 ล้านตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ
ด้วยจำนวนแรงงานมากกว่า 2.2 ล้านตำแหน่ง คนขับรถบรรทุกถือเป็นอาชีพที่มีจำนวนผู้ปฏิบัติงานมากเป็นอันดับสองในรายงานในฉบับนี้ การขาดแคลนแรงงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อดึงดูดคนทำงาน แม้จะมีการพูดถึงรถบรรทุกไร้คนขับมากขึ้น แต่ในระยะนี้ อาชีพดังกล่าวยังคงมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ
ตลาดแรงงานกำลังส่งสัญญาณว่า "ทักษะ" คือปัจจัยกำหนดรายได้
สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการวิเคราะห์ครั้งนี้คือ มี 3 กลุ่มอาชีพที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ สายสุขภาพ เทคโนโลยี และแรงงานฝีมือเฉพาะทาง ซึ่งต่างมีแนวโน้มได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างต่อเนื่องในปี 2026
สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้โอกาสนี้ในการต่อรองเงินเดือน โดยอาศัยหลักฐานด้านผลงาน ทักษะเฉพาะทาง และข้อมูลค่าจ้างในตลาดประกอบการเจรจา
ขณะที่คนที่กำลังวางแผนเปลี่ยนอาชีพ รายงานนี้ยังสะท้อนอีกว่า งานรายได้ดีในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่จบมหาวิทยาลัยอีกต่อไป เพราะหลายอาชีพในรายชื่อใช้เพียงการศึกษาระดับประกาศนียบัตรหรือการฝึกอบรมเฉพาะทาง ก็สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมโอกาสเติบโตในระยะยาวได้เช่นกัน
อ้างอิง: Forbes, ResumeGenius