โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

10 อาชีพจะได้ "ขึ้นเงินเดือน" มากสุดปี 2026 นายจ้างแย่งตัวคนเก่ง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหล่าวัยทำงานหลายคนอาจรู้สึกว่าการขึ้นเงินเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะทำงานหนักขึ้น แต่ค่าตอบแทนกลับเพิ่มขึ้นไม่มากนักในยุคเศรษฐกิจผันผวนแบบนี้ แถมโลกการทำงานก็เปลี่ยนเร็วเพราะมี AI เข้ามาดิสรัปต์ อย่างไรก็ตาม ภาพดังกล่าวอาจกำลังเปลี่ยนไปสำหรับแรงงานบางสายอาชีพ

ผลวิเคราะห์ล่าสุดจาก Resume Genius ซึ่งอ้างอิงข้อมูลของ สำนักงานสถิติแรงงานสหรัฐฯ (U.S. Bureau of Labor Statistics: BLS) พบว่า การขึ้นเงินเดือนของบางสายอาชีพของกลุ่มแรงงานในสหรัฐอเมริกา ไม่ได้เกิดขึ้นแบบสุ่ม แต่เป็นผลโดยตรงจากความต้องการแรงงานในตลาด โดยเฉพาะตำแหน่งงานที่ต้องใช้ทักษะเฉพาะทาง และอยู่ในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้วิเคราะห์จากข้อมูลค่าจ้างระหว่างปี 2021-2024 และข้อมูลอัตราการเติบโตเฉลี่ยต่อปี (Compound Annual Growth Rate: CAGR) พร้อมพิจารณาแนวโน้มการจ้างงานจนถึงปี 2034 เพื่อค้นหาว่าอาชีพใดมีแนวโน้มได้รับการปรับเงินเดือนมากที่สุดในปี 2026

อีวา ชาน (Eva Chan) ผู้เชี่ยวชาญด้านอาชีพของ Resume Genius บอกว่า "การขึ้นเงินเดือนไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นการตอบสนองต่อความต้องการของตลาดแรงงาน คนที่มีทักษะเฉพาะทางในอุตสาหกรรมที่เติบโตเร็ว จะอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบที่สุดในการต่อรองเงินเดือนในปี 2026"

ปัจจุบัน เงินเดือนมัธยฐานของแรงงานประจำในสหรัฐฯ อยู่ที่ 49,500 ดอลลาร์ต่อปี (ราวๆ 1,650,000 บาทต่อปี) ณ สิ้นปี 2025 ขณะที่ทั้ง 10 อาชีพในรายชื่อนี้ ล้วนมีรายได้สูงกว่าค่าเฉลี่ยดังกล่าวอย่างชัดเจน และยังมีแนวโน้มได้รับการปรับขึ้นค่าตอบแทนเร็วกว่าตลาดโดยรวม โดยมี 10 อาชีพที่ติดโผในลิสต์ของรายงานฉบับนี้ ได้แก่

1. ผู้จัดการฝ่ายการเงิน (Financial Manager)

เงินเดือนเฉลี่ย 161,700 ดอลลาร์ต่อปี (5,400,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 7.1% ต่อปี (2021-2024)
จำนวนตำแหน่งงาน 868,600 ตำแหน่ง
คาดการณ์การจ้างงานถึงปี 2034 เติบโต 15%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี

ผู้จัดการฝ่ายการเงิน เป็นอาชีพที่มีอัตราการเติบโตของค่าจ้างสูงที่สุด ในกลุ่มงานผู้บริหารที่ถูกวิเคราะห์ เนื่องจากโลกการทำงานในยุคนี้ องค์กรต้องรับมือกับสภาพเศรษฐกิจที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงกฎระเบียบทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินเพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันแย่งตัวบุคลากรก็รุนแรงขึ้นตามไปด้วย

2. ผู้จัดการฝ่ายการตลาด (Marketing Manager)

เงินเดือนเฉลี่ย 161,030 ดอลลาร์ต่อปี (5,400,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.1%
จำนวนตำแหน่งงาน 407,000 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 7%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี

ผู้จัดการฝ่ายการตลาดมีระดับรายได้แทบไม่ต่างจากผู้จัดการฝ่ายการเงิน การเปลี่ยนผ่านสู่การตลาดดิจิทัล รวมถึงการใช้ข้อมูล (Data-driven Marketing) ในการตัดสินใจ ทำให้ตำแหน่งนี้กลายเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญขององค์กร

บริษัทต่างๆ พร้อมจ่ายค่าตอบแทนสูงขึ้นให้กับคนที่สามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และสามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เพื่อสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้

3. นักวิเคราะห์ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Information Security Analyst)

เงินเดือนเฉลี่ย 124,910 ดอลลาร์ต่อปี (4,200,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.8%
จำนวนตำแหน่งงาน 182,800 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 29%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี

เมื่อภัยคุกคามทางไซเบอร์มีความซับซ้อนมากขึ้น ความต้องการผู้เชี่ยวชาญด้าน Cybersecurity ก็เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยอาชีพนี้มีอัตราการเติบโตของการจ้างงานสูงถึง 29% ภายในปี 2034 ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในสายงานที่เติบโตเร็วที่สุดของสหรัฐฯ เนื่องจากทุกองค์กรต่างต้องลงทุนเพื่อปกป้องข้อมูลของลูกค้าและทรัพย์สินดิจิทัลของตนเอง

4. นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล (Data Scientist)

เงินเดือนเฉลี่ย 112,590 ดอลลาร์ต่อปี (3,400,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 3.7%
จำนวนตำแหน่งงาน 245,900 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 34%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี

แม้อัตราการเพิ่มขึ้นของค่าจ้างในช่วงปี 2021-2024 จะดูต่ำกว่างานอื่นในลิสต์รายชื่อทั้งสิบอาชีพ แต่ Data Scientist กลับเป็นอาชีพที่มีแนวโน้มการจ้างงานเติบโตสูงที่สุด โดยคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง 34% ภายในปี 2034

เหตุผลสำคัญมาจากการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning ที่ทำให้ทุกองค์กรต้องการผู้เชี่ยวชาญที่สามารถเปลี่ยนข้อมูลมหาศาลให้กลายเป็นข้อมูลเชิงลึกเพื่อขับเคลื่อนธุรกิจ

5. พยาบาลวิชาชีพ (Registered Nurse)

เงินเดือนเฉลี่ย 93,600 ดอลลาร์ต่อปี (3,000,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.5%
จำนวนตำแหน่งงานกว่า 3.39 ล้านตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 5%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ปริญญาตรี

Registered Nurse เป็นอาชีพที่มีจำนวนแรงงานมากที่สุดในรายชื่อนี้ โดยมีตำแหน่งงานมากกว่า 3.3 ล้านตำแหน่งในสหรัฐ ทั้งนี้ ระบบสาธารณสุขของสหรัฐฯ ยังคงเผชิญปัญหาขาดแคลนบุคลากร ส่งผลให้ค่าตอบแทนของพยาบาลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุยังช่วยผลักดันให้ความต้องการบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มขึ้นอีกในระยะยาว

6. ช่างติดตั้งและซ่อมบำรุงระบบสายส่งไฟฟ้า (Electrical Power-Line Installer and Repairer)

เงินเดือนเฉลี่ย 92,560 ดอลลาร์ต่อปี (3,080,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 5.7%
จำนวนตำแหน่งงาน 127,400 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 7%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

อาชีพนี้ถือเป็นหนึ่งในงานรายได้สูงที่ไม่จำเป็นต้องจบมหาวิทยาลัย ทั้งนี้ ความที่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและพลังงานสะอาดของสหรัฐฯ กำลังขยายตัวต่อเนื่อง ทำให้ความต้องการแรงงานฝีมือเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ลักษณะงานที่ต้องใช้ทั้งความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและการทำงานในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย ก็ทำให้ตลาดแรงงานของอาชีพนี้ยังคงแข่งขันกันสูง

7. ช่างซ่อมอากาศยานและช่างเทคนิคบริการเครื่องบิน (Aircraft Mechanic and Service Technician)

เงินเดือนเฉลี่ย 78,680 ดอลลาร์ต่อปี (2,600,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.4%
จำนวนตำแหน่งงาน 139,400 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประกาศนียบัตรวิชาชีพเฉพาะทาง

หลังอุตสาหกรรมการบินฟื้นตัวจากวิกฤติโควิด-19 ความต้องการช่างซ่อมเครื่องบินที่มีใบรับรองเฉพาะทางก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งสายการบินและบริษัทด้านอากาศยานต่างแข่งขันกันเพื่อดึงดูดบุคลากรที่มีทักษะเฉพาะ ส่งผลให้ค่าจ้างของสายงานนี้เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

8. พยาบาลวิชาชีพภาคปฏิบัติ (Licensed Practical Nurse / Licensed Vocational Nurse)

เงินเดือนเฉลี่ย 62,340 ดอลลาร์ต่อปี (2,080,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 7.6%
จำนวนตำแหน่งงาน 498,100 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

อาชีพนี้มีอัตราการเติบโตของค่าจ้างสูงที่สุด ที่ 7.6% จากในรายชื่อทั้งหมดในลิสต์ โรงพยาบาลและสถานพยาบาลจำนวนมากต้องปรับขึ้นค่าตอบแทน เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร โดยตำแหน่งนี้ยังเป็นเส้นทางเข้าสู่อาชีพด้านสุขภาพที่ใช้เวลาเรียนสั้นกว่าพยาบาลวิชาชีพ แต่ยังมีรายได้ที่น่าสนใจและความมั่นคงในระยะยาว

9. ผู้ควบคุมเครื่องจักรก่อสร้าง (Construction Equipment Operator)

เงินเดือนเฉลี่ย 58,320 ดอลลาร์ต่อปี (1,900,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 6.5%
จำนวนตำแหน่งงาน 539,500 ตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ มัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่า

การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและโครงการก่อสร้างเชิงพาณิชย์ ส่งผลให้ความต้องการผู้ควบคุมเครื่องจักรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น อาชีพนี้สะท้อนให้เห็นว่า ทักษะเฉพาะทางในอุตสาหกรรมที่กำลังเติบโต ยังสามารถสร้างรายได้ที่แข่งขันได้ แม้จะไม่ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยก็ตาม

10. คนขับรถบรรทุก (Truck Driver)

เงินเดือนเฉลี่ย 57,440 ดอลลาร์ต่อปี (1,900,000 บาทต่อปี)
เงินเดือนเติบโตเฉลี่ย 5.9%
จำนวนตำแหน่งงานกว่า 2.23 ล้านตำแหน่ง
คาดการณ์การเติบโตของงาน 4%
วุฒิการศึกษาขั้นต่ำ ประกาศนียบัตรวิชาชีพ

ด้วยจำนวนแรงงานมากกว่า 2.2 ล้านตำแหน่ง คนขับรถบรรทุกถือเป็นอาชีพที่มีจำนวนผู้ปฏิบัติงานมากเป็นอันดับสองในรายงานในฉบับนี้ การขาดแคลนแรงงานอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทขนส่งและโลจิสติกส์จำเป็นต้องปรับขึ้นค่าจ้างเพื่อดึงดูดคนทำงาน แม้จะมีการพูดถึงรถบรรทุกไร้คนขับมากขึ้น แต่ในระยะนี้ อาชีพดังกล่าวยังคงมีบทบาทสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ

ตลาดแรงงานกำลังส่งสัญญาณว่า "ทักษะ" คือปัจจัยกำหนดรายได้

สิ่งที่เห็นได้ชัดจากการวิเคราะห์ครั้งนี้คือ มี 3 กลุ่มอาชีพที่โดดเด่นที่สุด ได้แก่ สายสุขภาพ เทคโนโลยี และแรงงานฝีมือเฉพาะทาง ซึ่งต่างมีแนวโน้มได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างต่อเนื่องในปี 2026

สำหรับคนที่ทำงานอยู่ในสายอาชีพเหล่านี้ ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ใช้โอกาสนี้ในการต่อรองเงินเดือน โดยอาศัยหลักฐานด้านผลงาน ทักษะเฉพาะทาง และข้อมูลค่าจ้างในตลาดประกอบการเจรจา

ขณะที่คนที่กำลังวางแผนเปลี่ยนอาชีพ รายงานนี้ยังสะท้อนอีกว่า งานรายได้ดีในอนาคตไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนที่จบมหาวิทยาลัยอีกต่อไป เพราะหลายอาชีพในรายชื่อใช้เพียงการศึกษาระดับประกาศนียบัตรหรือการฝึกอบรมเฉพาะทาง ก็สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคง พร้อมโอกาสเติบโตในระยะยาวได้เช่นกัน

อ้างอิง: Forbes, ResumeGenius

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...