โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดปมทุจริต ‘โครงการอาหารกลางวันฟรี’ คอร์รัปชันครั้งใหญ่ในอินโดนีเซีย มีที่มาที่ไปอย่างไร

THE STANDARD

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
เปิดปมทุจริต ‘โครงการอาหารกลางวันฟรี’ คอร์รัปชันครั้งใหญ่ในอินโดนีเซีย มีที่มาที่ไปอย่างไร

ขณะนี้โครงการอาหารกลางวันฟรี หรือ โครงการ ‘อาหารโภชนาการฟรี’ (Free Nutritious Meals) ของอินโดนีเซีย มูลค่ากว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของ ปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนปัจจุบัน ที่มุ่งเป้าแก้ปัญหาเด็กเตี้ยแคระแกร็นและจัดหาอาหารให้กลุ่มเป้าหมายกว่า 80 ล้านคนทั่วประเทศ กำลังพลิกผันกลายเป็นหนึ่งในคดีอื้อฉาวด้านการคอร์รัปชันครั้งใหญ่ในรอบหลายปีของอินโดนีเซีย

ประเด็นสำคัญ

  • ที่มาและเป้าหมายของโครงการ
  • เปิดปม ‘คอร์รัปชันครั้งใหญ่’ และการจัดการที่ล้มเหลว
  • ท่าทีของรัฐบาลซูเบียนโต และการแก้ปัญหา

อะไรทำให้เกิดการคอร์รัปชันครั้งใหญ่เช่นนี้ขึ้น และรัฐบาลซูเบียนโต ทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ที่เกิดขึ้นท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญแรงกดดันและส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของรัฐบาล

ที่มาและเป้าหมายของโครงการ

โครงการนี้เป็นนโยบายหลักของ ซูเบียนโต ที่ใช้หาเสียงในปี 2024 และเริ่มใช้อย่างเป็นทางการในเดือนมกราคม 2025 มุ่งเป้าแจกอาหารฟรีให้เด็กนักเรียน แม่ รวมถึงหญิงตั้งครรภ์กว่า 80 ล้านคนทั่วประเทศ เพื่อแก้ปัญหาเด็กเตี้ยแคระแกร็น (Stunting) ปรับปรุงสมาธิในการเรียน และกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยโครงการนี้มีมูลค่าสูงถึง 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงจากเดิมที่ตั้งไว้ 1.84 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ซูเบียนโต เคยใช้ชื่อว่า โครงการ ‘Makan Siang Gratis’ ซึ่งแปลตรงตัวว่า ‘อาหารกลางวันฟรี’ (Free Lunch) แต่หลังจากชนะเลือกตั้งและเริ่มลงมือทำจริง รัฐบาลอินโดนีเซียได้ประกาศเปลี่ยนชื่อโครงการอย่างเป็นทางการเป็น ‘Makan Bergizi Gratis’ (MBG) หรือ ‘Free Nutritious Meals’ เพื่อปลดล็อก ‘เงื่อนไขเรื่องเวลา’ ให้สอดคล้องตามความเหมาะสมของเวลาเรียนในแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลหรือโรงเรียนศาสนาบางแห่งที่เริ่มเรียนเช้ามากและเลิกเรียนตั้งแต่ช่วงเที่ยงวัน

เปิดปม ‘คอร์รัปชันครั้งใหญ่’ และการจัดการที่ล้มเหลว

นับตั้งแต่เริ่มโครงการ มีเด็กนักเรียนล้มป่วยจากอาหารเป็นพิษจำนวนมาก โดยพบมากถึง 33,000 คนเมื่อนับถึงเดือนเมษายน 2026

แม้โครงการจะมุ่งแก้ปัญหาเด็กเตี้ยแคระแกร็น ซึ่งจะเห็นผลดีที่สุดในกลุ่ม ‘สตรีมีครรภ์และเด็กเล็ก’ แต่ข้อมูลรัฐบาลระบุว่า กลุ่มเป้าหมายนี้ได้รับประโยชน์เพียง 5% จากผู้รับอาหารทั้งหมด ส่วนใหญ่กลับไปตกอยู่กับเด็กโตจนถึงระดับมัธยม

นอกจากนี้ยังมีการจัดสรรทรัพยากรที่เหลื่อมล้ำ มีการสร้างโรงครัวกว่า 18,000 แห่ง (เกินครึ่งของโครงการ) บนเกาะชวาซึ่งเป็นพื้นที่ที่ร่ำรวยที่สุดของประเทศ ในขณะที่พื้นที่ยากจนและมีปัญหาเด็กแคระแกร็นสูงสุดอย่างปาปัว กลับมีโรงครัวเพียงประมาณ 270 แห่งเท่านั้น

การทุจริตเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบในหลายระดับ ตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานรัฐ ไปจนถึงนายตำรวจและนายทหารระดับนายพล ทำให้สำนักงานอัยการสูงสุดอินโดนีเซีย (AGO) ต้องเข้าตรวจค้นหน่วยงานและมีการจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้อง หนึ่งในนั้นคือ ดาดัง ฮินดายานา หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติ และรองหัวหน้าอีก 2 คน ถูกจับกุมเมื่อต้นเดือนมิถุนายนในข้อหาฉ้อโกงการจัดซื้อจัดจ้างมูลค่า 56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยกว่า 1.8 พันล้านบาท

อัยการยังพบว่า ดาดัง และพวกพ้องได้ใช้อำนาจแทรกแซงระบบคัดเลือก เพื่ออนุมัติให้องค์กรหรือมูลนิธิที่มีความใกล้ชิดหรือมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มของตนเอง เข้ามาเป็นคู่สัญญาในการบริหารจัดการ ‘ครัวกลาง’ (หน่วยบริการอาหารโภชนาการ) ทั้งที่มูลนิธิเหล่านั้นไม่ได้ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้องค์กรหรือมูลนิธิเหล่านี้ได้รับเงินอุดหนุนและค่าบริหารจัดการจากรัฐมหาศาล

ในการตรวจสอบการทุจริตเรื่องใบอนุญาตครั้งนี้ ยังพบว่า มี ‘โรงครัวส่วนเกิน’ ที่ไม่ได้ใช้งานจริงเกือบ 7,000 แห่ง ซึ่งเกิดจากการซื้อขายใบอนุญาตของผู้ประกอบการ รัฐต้องสูญเสียเงินสนับสนุนให้ครัวผีเหล่านี้ถึง 54 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน โดยโรงครัวหลายแห่งบริหารแบบแฟรนไชส์ ซึ่งบริหารจัดการโดยองค์กรหรือมูลนิธิที่มีเส้นสายกับทหารและตำรวจ

มีตำรวจระดับสูงตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเครือข่ายการทุจริตคอร์รัปชันครั้งนี้ หลังจากที่เขาสั่งให้คนตั้งบริษัทขายถาดอาหารและบังคับให้ผู้รับเหมาทำครัวต้องซื้อถาดจากบริษัทนี้เท่านั้น เพื่อแลกกับการอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการ

อีกทั้งยังมีทหารระดับสูงซึ่งเป็นรองเลขาธิการฝ่ายจัดหาและกระจายสินค้า มีส่วนเกี่ยวข้องกับการยักยอกงบจัดซื้อมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าอย่างผิดกฎหมาย โดยรัฐจ่ายเงินเต็มจำนวน 58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับรถ 21,081 คัน แต่กลับมีการส่งมอบจริงเพียง 3,229 คัน ทั้งยังมีการโก่งราคาอีกด้วย

ท่าทีของรัฐบาลซูเบียนโต และการแก้ปัญหา

ซูเบียนโตได้สั่งปลด หัวหน้าสำนักงานโภชนาการแห่งชาติ ออกจากตำแหน่ง เมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา พร้อมแต่งตั้ง นานิก ซูดารียาตี เดอยัง ซึ่งเป็นอดีตนักข่าวและทีมหาเสียงของ ซูเบียนโต มาดำรงตำแหน่งแทน แต่ก็ถูกวิจารณ์อย่างหนักว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ฉาบฉวย เพราะผู้รับตำแหน่งใหม่ไม่มีประสบการณ์ด้านโภชนาการหรือความปลอดภัยทางอาหาร

ความล้มเหลวและปมทุจริตในโครงการนี้ ลุกลามจนกลายเป็นชนวนเหตุให้กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยในจาการ์ตานับพันคน ออกมารวมตัวประท้วงใหญ่บนท้องถนนเมื่อช่วงกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อกดดันให้รัฐบาลยกเลิกโครงการนี้ เพราะมองว่าเป็นโปรเจกต์ที่ผลาญงบประมาณประเทศและเสี่ยงทำให้อินโดนีเซียล้มละลาย

โครงการถูกลดขนาดลง จากแจกอาหาร 6 วันเหลือเพียง 5 วันต่อสัปดาห์ เนื่องจากปัญหาทางการเงิน แต่นักวิเคราะห์มองว่า ปัญหาไม่ได้อยู่ที่บุคลากรเพียงอย่างเดียว แต่โครงการจำเป็นต้องได้รับการรื้อระบบใหม่ทั้งหมด เพื่ออุดช่องโหว่การทุจริตที่มีอยู่ทั่วประเทศ

วิกฤตทั้งหมดนี้บีบให้ประธานาธิบดีซูเบียนโตต้องออกมายอมรับต่อหน้าสาธารณชนว่าโครงการนี้ ‘มีปัญหามากมาย’ แต่อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีซูเบียนโตยังคงยืนกรานที่จะเดินหน้าโครงการนี้ต่อไป โดยอ้างว่า นโยบายนี้เป็น ‘สิ่งจำเป็น’ ต่อประชาชนและได้รับเสียงสนับสนุนจากชาวบ้านระดับรากหญ้า พร้อมทั้งโต้แย้งนักวิจารณ์ว่า “ไม่มีอะไรเร่งด่วนไปกว่าการแก้ปัญหาเรื่องความหิวโหยอีกแล้ว”

ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจและข้อจำกัดด้านงบประมาณที่ตึงตัว รัฐบาลอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับโจทย์ใหญ่ระดับชาติ ที่หากปราศจากการปฏิรูปเชิงโครงสร้างอย่างจริงจัง นโยบายเรือธงที่มุ่งหวังจะต่อชีวิตผู้หิวโหยและแก้ปัญหาทุพโภชนาการให้กับประชาชนนี้ ก็มีแนวโน้มที่จะกลายเป็นหลุมดำที่ดูดกลืนงบประมาณประเทศ และบั่นทอนเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลชุดปัจจุบัน

แฟ้มภาพ:Getty Images

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...