โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เมื่อ Costs Attack : ต้นทุนพุ่ง สะเทือนอุตสาหกรรมอาหารไทยอย่างไร?

ทันหุ้น

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#ทันหุ้น – สงครามตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ได้เริ่มยกระดับความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อาหารโลกจาก “Energy Shock” ไปสู่ “Food Cost Shock” เนื่องจากอ่าวเปอร์เซียเป็นแหล่งส่งออกสำคัญของปุ๋ยเคมี น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติ หากความไม่สงบยืดเยื้อ ย่อมจะผลักดันให้ปัจจัยการผลิตทางการเกษตรสำคัญอย่างปุ๋ยเคมีปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนเพาะปลูกและราคาธัญพืชโลกอย่างถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีเพิ่มขึ้นตาม นอกจากนี้ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน ยิ่งสร้างแรงกดดันเป็นลูกโซ่ไปยังอุตสาหกรรมอาหารกลางน้ำและปลายน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

บทความนี้ Krungthai COMPASS จะประเมินว่า แรงกดดันด้านต้นทุนดังกล่าวจะกระทบธุรกิจอาหารไทยผ่านช่องทางใดบ้าง สินค้าใดมีความเปราะบางสูง และผู้ประกอบการควรปรับตัวอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงด้านต้นทุนและห่วงโซ่อุปทานในระยะข้างหน้า

สงครามตะวันออกกลางสร้าง Cost-Push ต่อธุรกิจอาหารไทย ผ่านราคาปุ๋ยและราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น

วิกฤตตะวันออกกลางมีลักษณะเป็น “Slow-Burning Food Crisis” มากกว่า Food Supply Shock แบบฉับพลัน เนื่องจากวิกฤตครั้งนี้จะค่อยๆ ก่อตัวและรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว ผ่านการปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนพลังงานและปุ๋ยเคมี สะท้อนจากราคาถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีเฉลี่ยในช่วง มี.ค.-เม.ย. 2569 ที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าก่อนเกิดสงครามเพียง 5.4%, 3.0% และ 9.9% ตามลำดับ ต่ำกว่าช่วงสงครามรัสเซียยูเครนที่กระทบอุปทานอาหารโลกโดยตรง และดันราคาธัญพืชดังกล่าวในช่วง ก.พ.-ธ.ค. 2565 ปรับขึ้นจากระดับก่อนสงครามไปสู่จุดสูงสุด 18.5% 27.3% และ 50.2% ตามลำดับ

อย่างไรก็ดี ความเสี่ยงที่ต้องจับตาอยู่ที่ราคาปุ๋ยและน้ำมัน ที่ในช่วงสงครามตะวันออกกลางมีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงกว่าในช่วงรัสเซียยูเครนแล้ว และแม้ในช่วง 2H/69 คาดว่าราคาปุ๋ยและน้ำมันจะปรับลดลงบ้าง แต่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งจะสร้างแรงกดดันต่อต้นทุนเพาะปลูก และส่งผลมายังต้นทุนวัตถุดิบสินค้าเกษตร ขณะที่ราคาน้ำมันตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น ก็จะทำให้ต้นทุนค่าขนส่งและโลจิสติกส์ที่ปรับตัวสูงอีกด้วย

2 ช่องทางผลกระทบด้านต้นทุนจากสงครามในตะวันออกกลาง สู่อุตสาหกรรมอาหารไทย
สำหรับไทย แรงกดดันที่น่ากังวลและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้าง คือ Cost-Push จากราคาปุ๋ยและพลังงานที่สูงขึ้น จะส่งผ่านมายังอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่

(1) ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าปรับสูงขึ้น หากปุ๋ยตลาดโลกแพงขึ้น จะเพิ่มต้นทุนเพาะปลูกถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีโลก กระทบต่อธุรกิจอาหารไทยที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก อย่างไรก็ดี แม้วัตถุดิบในประเทศจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนปุ๋ยที่สูงขึ้น แต่สินค้าอาหารที่พึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าจะเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากค่าระวางเรือที่เพิ่มขึ้น และระยะเวลาขนส่งยาวนานขึ้น ทำให้การวิเคราะห์ในครั้งนี้มุ่งประเมินผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก

(2) ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น โดยในกระบวนการผลิต อาทิ กระบวนการต้ม ฆ่าเชื้อ รวมถึงอบแห้ง แช่เย็นและแช่แข็ง ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า รวมถึงเชื้อเพลิง เช่น ดีเซล ก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นกระทบต้นทุนค่าขนส่งในประเทศ กดดันต้นทุนผลิตของธุรกิจ

Krungthai COMPASS พบว่า สินค้าขนมขบเคี้ยว สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้น้อยที่สุด หากราคาน้ำมันดีเซลและราคาวัตถุดิบนำเข้าปรับเพิ่มสูงขึ้น โดยพิจารณาจาก 2 ขั้นตอน ได้แก่

(1) พิจารณา Top 4 สินค้าอาหารของไทยที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง สะท้อนสัดส่วนการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี รวมถึงต้นทุนค่าพลังงานในกระบวนการผลิตและค่าขนส่งในประเทศในสัดส่วนที่สูง
(2) ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนของสินค้าอาหารของไทยที่มีความเสี่ยงสูงจากสงครามตะวันออกกลางไปยังผู้บริโภค โดยพิจารณาว่า

สินค้าไหนส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้น้อยที่สุด สะท้อนค่าสัมประสิทธิ์จากความ
สัมพันธ์ระหว่างอัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาขายสินค้าอาหารไทยที่มีความเสี่ยงสูง ต่ออัตราการเปลี่ยนแปลงของราคาเฉลี่ยวัตถุดิบนำเข้าและราคาน้ำมันดีเซล

1. สินค้าอาหารกลุ่มไหนเสี่ยงได้รับผลกระทบจากการพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า และต้นทุนพลังงาน รวมถึง ค่าขนส่ง

สินค้าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป น้ำมันถั่วเหลือง ขนมปัง/ขนมอบ และขนมขบเคี้ยว ได้รับผลกระทบจากการประเมินในขั้นตอนแรก เนื่องจากพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ และการใช้พลังงานและค่าขนส่งในสัดส่วนที่สูง โดยมีสัดส่วนต้นทุนวัตถุดิบนำเข้า ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งรวมกันสูงถึง 77.2-82.7% ของต้นทุนการผลิตรวม เนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้าถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลีในสัดส่วนสูง อีกทั้งในกระบวนการผลิตต้องใช้พลังงานจากระบบ Boiler, Steam และ Cold Storage รวมทั้งการอบ ทอด บด และสกัดน้ำมันที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและเชื้อเพลิงความร้อน รวมถึงพึ่งพาน้ำมันดีเซลในการขนส่งสำหรับกระจายสินค้าไปยังร้านค้าและ Modern Trade

2. แล้วสินค้าอาหารกลุ่มไหน ส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้น้อยที่สุด?

สินค้าขนมขบเคี้ยว สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้น้อยที่สุด หากราคาวัตถุดิบนำเข้าและน้ำมันดีเซลปรับเพิ่มขึ้น สะท้อนจากค่าสัมประสิทธิ์ (Coefficient) ของสินค้าขนมขบเคี้ยวอยู่ที่ 0.08 นั่นคือ หากราคาวัตถุดิบนำเข้าและน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น 1% จะทำให้ราคาขนมขบเคี้ยวเพิ่มขึ้นเพียง 0.08% โดยปัจจัยที่ทำให้ส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้น้อย เพราะธุรกิจเผชิญการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น จากทั้งคู่แข่งหลายรายในประเทศและสินค้านำเข้าที่เข้ามา ชิงตลาดมากขึ้น ประกอบกับมีสินค้าอาหารอื่นๆ ทดแทนได้ง่าย

เช่นเดียวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปัง/ขนมอบ และน้ำมันถั่วเหลือง แม้จะมีค่าสัมประสิทธิ์อยู่ที่ 0.10 0.18 และ 0.32 ตามลำดับ สูงกว่าเมื่อเทียบกับขนมขบเคี้ยว แต่ยังไม่สามารถส่งผ่านต้นทุนผ่านราคาขายไปยังผู้บริโภคได้เต็มที่

นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารยังเผชิญ Downside Risk จากต้นทุนราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ยืนสูง

อุตสาหกรรมอาหารไทยยังเผชิญกับต้นทุนราคาบรรจุภัณฑ์พลาสติกที่ยืนสูงชัดเจนขึ้นใน Q2/69 จากผลกระทบสงครามตะวันออกกลางกระทบการนำเข้าแนฟทา ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตเม็ดพลาสติก ส่งผลให้ผู้ผลิตบางรายต้องลดกำลังการผลิตชั่วคราว แม้ในปัจจุบันสถานการณ์เริ่มบรรเทาลง ทำให้การขนส่งฟื้นตัว และในเดือน พ.ค. 2569 สามารถนำเข้าเม็ดพลาสติกเพิ่มขึ้นกว่า 39%YoY ทำให้มีเพียงพอต่อความต้องการในประเทศ แต่ราคาที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์บางส่วนยังชะลอการผลิต

ขณะที่อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มมีสัดส่วนการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกถึง 53% จึงสร้างแรงกดดันต่อการผลิตและต้นทุนของอาหารและเครื่องดื่มไทย อย่างไรก็ดี การวิเคราะห์ครั้งนี้ยังไม่ได้ประเมินความเสี่ยงจากการขาดแคลนบรรจุภัณฑ์ เนื่องจากผลกระทบจะขึ้นอยู่กับระดับสต็อกและการบริหารจัดการวัตถุดิบบรรจุภัณฑ์ของผู้ประกอบการแต่ละรายด้วย

Summary

สงครามตะวันออกกลางและการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ได้ยกระดับความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อาหารโลกจาก “Energy Shock“ ไปสู่ “Food Cost Shock“ ซึ่งแรงกดดันที่น่ากังวลและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการในวงกว้าง คือ Cost-Push จากราคาปุ๋ยและพลังงานที่สูงขึ้น จะส่งผ่านมายังอุตสาหกรรมอาหารไทยผ่าน 2 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1) ต้นทุนวัตถุดิบนำเข้าปรับสูงขึ้น หากปุ๋ยตลาดโลกแพงขึ้น จะเพิ่มต้นทุนการเพาะปลูกให้กับธัญพืชโลก ซึ่งจะกระทบต่อธุรกิจอาหารไทย โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้าเป็นหลัก อย่างถั่วเหลือง ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และข้าวสาลี และ 2) ต้นทุนพลังงานและค่าขนส่งเพิ่มสูงขึ้น ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นสร้างแรงกดดันเป็นลูกโซ่ต่ออุปสงค์พลังงานในกระบวนการผลิต และต้นทุนค่าขนส่งในประเทศในการกระจายสินค้าไปยังผู้บริโภค กดดันต้นทุนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมอาหารไทย

Krungthai COMPASS ประเมินว่า 4 สินค้าอาหารที่ได้รับผลกระทบสูง ได้แก่ ขนมปัง/ขนมอบ ขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และน้ำมันถั่วเหลือง เพราะเป็นสินค้าที่ต้องพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบถั่วเหลือง ข้าวโพด และข้าวสาลี และมีต้นทุนค่าพลังงานและต้นทุนค่าขนส่งในสัดส่วนที่สูงราว 77.2-82.7% ของต้นทุนการผลิตรวม และเมื่อพิจารณาความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนของสินค้าอาหารข้างต้นไปยังผู้บริโภคจะพบว่า หากต้นทุนเพิ่มขึ้น 1% จะสามารถปรับราคาขายเพิ่มขึ้นได้อยู่ในช่วง 0.08%-0.32% ทั้งนี้ ขนมขบเคี้ยว สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้น้อยที่สุดเพียง 0.08% เนื่องจากการแข่งขันที่รุนแรงและมีสินค้าทดแทนได้ง่าย ทำให้สามารถส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคได้จำกัด

สำหรับการปรับตัวของผู้ประกอบการอาหารเพื่อลดความเปราะบางด้านต้นทุน ผ่าน 3 แนวทางสำคัญ ได้แก่

1) Supply Chain Relocation โดยกระจายแหล่งนำเข้าวัตถุดิบ ลดการพึ่งพาประเทศหรือภูมิภาคใดภูมิภาคหนึ่ง และปรับสูตรการผลิตให้ใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น

2) AI adoption และเทคโนโลยีด้าน Cold Chain แบบดิจิทัล เพื่อช่วยรักษาคุณภาพสินค้า ลดความเสี่ยงด้านการปนเปื้อน และยืดอายุการเก็บรักษาของสินค้าอาหารสดและอาหารแช่เย็น

3) Green & Energy Transition โดยลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตที่ประหยัดพลังงานและใช้พลังงานทางเลือก เช่น Heat Optimization and Recovery และ Biogas เพื่อเสริมภาพลักษณ์ด้านความยั่งยืนในระยะยาว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...