ดัชนีเชื่อมั่นฟื้นรอบ 4 เดือน แรงหนุน 'ไทยช่วยไทยพลัส' เอกชนห่วงหนี้-ต้นทุน
ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวดีขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน หลังรัฐอัดฉีดมาตรการ "ไทยช่วยไทย Plus" กระตุ้นกำลังซื้อ ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยยังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง เหตุผู้ประกอบการแบกรับต้นทุนการผลิต-ค่าครองชีพสูง พร้อมจับตาความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน กระทบราคาพลังงานโลก
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเดือนมิถุนายน 2569 พบว่ามีการปรับตัวดีขึ้นในทุกรายการเป็นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 50.7 จากระดับในเดือนก่อนหน้า
โดยมีปัจจัยบวกสำคัญมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลผ่านโครงการ"ไทยช่วยไทย Plus" (60/40) ที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ซึ่งช่วยกระตุ้นกำลังซื้อและสร้างความหวังให้กับประชาชน
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1%, ประกอบกับราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศปรับตัวลดลง ขณะที่สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านที่เริ่มมีสัญญาณคลี่คลายจากการลงนาม MOU หยุดยิงชั่วคราวในช่วงเดือนมิถุนายน
เอกชนห่วงต้นทุน-หนี้ครัวเรือนฉุด
ทั้งนี้ ด้านดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทย เดือนมิถุนายน 2569 ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 41.4 ซึ่งสะท้อนว่าผู้ประกอบการยังคงมีความวิตกกังวลต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและธุรกิจในปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีมาตรการกระตุ้นการบริโภคออกมา
โดยภาคธุรกิจมองว่ายังไม่เพียงพอจะชดเชยต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งจากค่าจ้างแรงงาน ค่าพลังงาน และราคาวัตถุดิบ
ทั้งนี้จากผลการสำรวจพบปัญหาที่กระจายตัวในแต่ละพื้นที่ พบว่าผู้ประกอบการในทุกภูมิภาคแสดงความกังวลเรื่องหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง และปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของ SME โดยเฉพาะในภาคกลางที่มีสัญญาณการปิดกิจการในบางพื้นที่เนื่องจากขาดสภาพคล่อง
เกษตรกรเผชิญปัญหาราคาพืชผล
ขณะที่เกษตรกรเผชิญปัญหาราคาพืชผล (ข้าวเปลือก, ข้าวโพด) ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ทำให้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้า รวมถึงภาคเหนือยังคงเผชิญปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่กระทบการท่องเที่ยว ส่วนภาคตะวันออกและภาคใต้ได้รับผลกระทบจากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติชะลอตัวจากค่าตั๋วเครื่องบินที่แพงขึ้นและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ ด้านภาคตะวันออกระบุถึงปัญหาสินค้าสำเร็จรูปและวัตถุดิบราคาถูกจากจีนที่เข้ามาดัมพ์ราคาในตลาดไทย
แนะรัฐเร่งปรับโครงสร้างหนี้
นายธนวรรธน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ภาคธุรกิจเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งมาตรการปรับโครงสร้างหนี้และช่วยให้ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำ พร้อมทั้งเสนอให้ตรึงราคาพลังงานและช่วยลดราคาปุ๋ยเคมีเพื่อบรรเทาต้นทุนภาคเกษตร รวมถึงการพัฒนาแรงงานด้าน IT และ AI เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ม.หอการค้าไทยประเมินการขยายตัวของเศรษฐกิจไทย (GDP) ปี 2569 ไว้ที่ 2.0 - 2.5% โดยคาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างชัดเจนในช่วงปลายไตรมาส 3 (กันยายน) และคึกคักต่อเนื่องในไตรมาส 4 จากแรงหนุนของการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ การท่องเที่ยว และภาคการส่งออกที่ยังขยายตัวได้ดี