โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พริษฐ์แนะภูมิใจไทยควรพิจารณาข้อมูลใหม่จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่าขวาง สสร. จากการเลือกตั้ง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
พริษฐ์แนะภูมิใจไทยควรพิจารณาข้อมูลใหม่จากคำอธิบายของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ อย่าขวาง สสร. จากการเลือกตั้ง

พริษฐ์ วัชรสินธุ สส. แบบบัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน และประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการเสนอร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ภายหลังเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการฯ ที่เข้าร่วมหารือกับคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอความชัดเจนในคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568

ประเด็นสำคัญ

  • เป็นความเห็นร่วมกันของตุลาการทุกคน ไม่ใช่ส่วนตัว
  • หากภูมิใจไทยจริงใจ ควรนำข้อมูลใหม่ไปร่วมพิจารณา
  • ประเมินความเสี่ยงระบอบสีน้ำเงินผูกขาดรัฐธรรมนูญปี 60

พริษฐ์ยืนยันในจุดยืนของพรรคประชาชนว่า ต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่มาจากสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ที่มาจากการเลือกตั้ง 100% ซึ่งคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ได้ระบุว่า รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง แม้ว่าเราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยดังกล่าว และสร้างข้อจำกัดในการเดินหน้า สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง จึงเป็นที่มาของการเข้าหารือกับตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อความชัดเจนและเพื่อทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร.

ในการหารือดังกล่าว ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจงว่า ประชาชนสามารถเลือกตั้ง สสร. โดยตรงได้ ส่วนคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ห้ามเพียงไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญโดยตรง ซึ่ง สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งนั้น อาจมีอำนาจในการแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ และมีสิทธิให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญที่คณะกรรมาธิการยกร่างฯ นั้นจัดทำมา

เป็นความเห็นร่วมกันของตุลาการทุกคน ไม่ใช่ส่วนตัว

สำหรับข้อกังวลว่า ผลการหารือไม่มีน้ำหนักเท่าคำวินิจฉัยนั้น พริษฐ์ระบุว่า เราเข้าใจดี แต่การอธิบายขยายความคำวินิจฉัยเดิมที่คลุมเครืออาจทำให้ชัดเจนมากขึ้นว่า หากเดินหน้าต่ออะไรจะขัดหรือไม่ขัดกับคำวินิจฉัย

แม้ในวันประชุมหารือจะมีเพียงประธานศาลรัฐธรรมนูญ และตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 2 ท่านเท่านั้น แต่ประธานศาลรัฐธรรมนูญได้ย้ำว่า สิ่งที่อธิบายในที่ประชุมไม่ใช่ความเห็นส่วนตัว แต่เป็นความเห็นร่วมกันของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดในการประชุมร่วมกัน ก่อนจะออกคำวินิจฉัยที่ 18/2568

พริษฐ์ยังกล่าวถึงการโต้แย้งของ สส. พรรคภูมิใจไทยบางคน ที่ว่า การหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญในลักษณะเช่นนี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2567 ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สามารถทำประชามติ 2 ครั้งได้

แต่ท้ายที่สุดได้มีคำวินิจฉัยให้ต้องทำประชามติ 3 ครั้ง ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า อาจมีความคลาดเคลื่อนได้ จึงต้องย้ำว่าการโต้แย้งดังกล่าวอยู่บนข้อเท็จจริงที่คลาดเคลื่อน เพราะคำวินิจฉัยที่ 18/2568 ระบุชัดว่า ทำประชามติ 2 ครั้งได้ แต่ครั้งแรกต้องถาม 2 คำถาม ซึ่งสอดคล้องกับผลการหารือกับประธานศาลรัฐธรรมนูญเมื่อปี 2567

หากภูมิใจไทยจริงใจ ควรนำข้อมูลใหม่ไปร่วมพิจารณา

พริษฐ์ได้สรุป 4 ประเด็นถึงการเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ต่อจากนี้ ประกอบด้วย

  • พรรคประชาชนจะเดินหน้าในการผลักดันให้มี สสร. จากการเลือกตั้ง 100% โดยจะนำข้อสรุปจากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญ เข้าหารือกับที่ประชุม สส.พรรคประชาชนในวันพรุ่งนี้ (23 มิถุนายน) ว่าจำเป็น จะต้องมีการปรับปรุงร่างที่ยื่นไปแล้วหรือไม่ เพื่อผลักดันให้เกิดการเลือกตั้ง สสร. 100%
  • ขอเชิญชวนประชาชนในการร่วมลงชื่อให้กับร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน ที่มีการเสนอให้มีการเลือกตั้ง สสร. จากประชาชน 100% เช่นกัน ขณะนี้มีผู้ร่วมลงชื่อแล้ว 23,000 กว่ารายชื่อ ซึ่งจะต้องให้ถึง 50,000 รายชื่อ ถึงจะส่งเข้าสู่การประชุมรัฐสภาได้ หวังว่าร่างของภาคประชาชนนั้นจะได้ถูกพิจารณาในวาระ1 พร้อมกับร่างของพรรคการเมือง
  • ขอให้พรรคการเมืองทุกพรรคการเมืองโดยเฉพาะพรรคการเมืองที่เคยประกาศจุดยืนสนับสนุน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ได้ยื่นร่างไปแล้ว แต่ไม่ได้มี สสร. จากประชาชน 100% อยากให้พรรคการเมืองเหล่านั้น หารือกันภายในพรรคว่าจะมีการทบทวนร่างของตนเอง เพื่อมาร่วมกับเราในการผลักดัน สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งหรือไม่
  • หากพรรคภูมิใจไทยมีความจริงใจที่ อยากจะเห็น สสร. ที่มาจากการเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยควรจะนำข้อมูลใหม่ที่ได้จากการหารือกับศาลรัฐธรรมนูญนำไปพิจารณาอย่างรอบคอบ และมาหารือร่วมกับทุกฝ่ายว่าจะร่วมกันผลักดันอย่างไร

“แต่หากพรรคภูมิใจไทยตัดสินใจเดินหน้าโดยปฏิเสธข้อมูลใหม่ ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เหตุผลที่แท้จริง เป็นเพราะพรรคภูมิใจไทยมีธงไว้อยู่แล้วว่า ต้องการจะฉวยโอกาสจากคำวินิจฉัยที่มีความคลุมเครือเพื่อนำมาเป็นข้ออ้าง ในการตัดการมีส่วนร่วมของประชาชนในการเลือกตั้ง สสร. ออกไป เพื่อทำให้การเดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่นั้นเป็นกระบวนการที่ถูกผูกขาดโดยระบอบสีน้ำเงิน”

ประเมินความเสี่ยงระบอบสีน้ำเงินผูกขาดรัฐธรรมนูญปี 60

พริษฐ์ประเมินว่า การผูกขาดดังกล่าวจะประสบความสำเร็จด้วย 2 ทาง คือ

  • ทำอย่างไรก็ให้เดินหน้าจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่สะดุดหยุดลง และเราต้องอยู่กับรัฐธรรมนูญปี 2560 ซึ่งเป็นปุ๋ยชั้นดีของระบบการเมือง ที่ฮั้วกันได้ทั้งกระดาน
  • หากต้องการให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เดินหน้าไปได้ เขาก็ต้องพยายามทำให้การเดินหน้านั้น อยู่บนเงื่อนไขที่เขาสามารถผูกขาด การคัดเลือกผู้ร่างและชี้ขาดเนื้อหาได้ ซึ่งรูปธรรมของสิ่งนั้นคือ เนื้อหาของร่าง เพิ่มเติมหมวด 15/1 ที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้ามา

พริษฐ์ยืนยันด้วยว่า ความแตกต่างระหว่างการให้ประชาชนเลือกตั้ง สสร. กับไม่ให้ประชาชนเลือกตั้งผู้ยกร่างฯ นั้น ในฐานะพรรคประชาชน เราไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยที่มีประโยคเติมเข้ามาว่า ประชาชนไม่อาจเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญโดยตรงได้

แต่เมื่อผลออกมาเช่นนี้ เราต้องทวงคืนสิทธิอันชอบธรรมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการเลือกตั้ง สสร. ให้ได้มากที่สุด แต่เมื่อมี สสร. ที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว จะไปแต่งตั้งกรรมาธิการยกร่างฯ อีกทีก็เป็นสิ่งที่กระทำได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มการมีส่วนร่วมของประชาชนจากความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับข้อจำกัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ พริษฐ์ระบุด้วยว่า พรรคประชาชนเห็นว่าไม่มีความจำเป็นต้องเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้วินิจฉัยเพิ่มเติมในประเด็นดังกล่าว แต่ต้องรอดูท่าทีของพรรคการเมืองอื่นว่าจะดำเนินการอย่างไร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...