โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รักษาสิวยังไงให้ผิวดีขึ้น? รวมวิธีรักษาสิว ลดการเกิดซ้ำ และแนวทางรักษากับแพทย์ผิวหนัง

Manager Online

เผยแพร่ 15 มิ.ย. เวลา 10.32 น. • MGR Online

“สิว” มักจะมาในจังหวะที่ไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ ไม่ว่าจะก่อนวันสำคัญ ช่วงใกล้ถ่ายรูป ไปคอนเสิร์ต หรือ แม้แต่วันที่อยากแต่งหน้าเบา ๆ แล้วออกจากบ้านแบบมั่นใจ แต่สุดท้ายกลับต้องใช้คอนซีลเลอร์กลบสิว หรือคอยเช็กกระจกระหว่างวันตลอดเวลา หลายคนเลยเริ่มเข้าสู่วงจรลองสกินแคร์ตามรีวิว เปลี่ยนรูทีน บ่อย ใช้สาร Active หลายตัวพร้อมกัน หวังให้สิวยุบไวที่สุด แต่ผิวกลับยิ่งระคายเคือง แห้งลอก หรือมีสิว ขึ้นมากกว่าเดิม

บทความนี้เลยอยากชวนทุกคนมาค่อย ๆ ทำความเข้าใจเรื่องการรักษาสิวในมุมที่ realistic มากขึ้น ตั้งแต่การดูแลผิว วิธีลดการอุดตัน ลดสิวอักเสบ ไปจนถึงแนวทางรักษาสิวที่ไหนดี และควรเลือกวิธีรักษา อย่างไรเหมาะกับปัญหาของเรา ใครเผชิญกับปัญหาสิวอยู่ลองมาดูไปพร้อมกันเลยค่ะ

หยุดรักษาสิวแบบเดาสุ่ม ทำไมบางคนยิ่งดูแลผิวยิ่งสิวขึ้น

ผิวของแต่ละคนตอบสนองต่อส่วนผสมไม่เหมือนกัน ผลิตภัณฑ์บางตัวที่คิดว่าช่วยรักษาสิวอาจกำลังทำให้ ผิวระคายเคืองสะสมโดยไม่รู้ตัว โดยเฉพาะในคนที่ผิวเริ่มอ่อนแอหรือ skin barrier เสียสมดุลอยู่แล้ว อีกเรื่องที่เจอได้บ่อยคือหลายคนรักษาสิวตามคนอื่นทั้งที่เป็นสิวไม่เหมือนกัน บางคนเป็นสิวอุดตัน แต่ใช้ ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับสิวอักเสบ บางคนผิวขาดน้ำแต่กลับใช้สกินแคร์ลดความมันตลอดเวลา สุดท้ายผิว เลยยิ่งแห้ง ลอก แสบ และมีสิวขึ้นซ้ำเรื่อย ๆ มากกว่าจะค่อย ๆ ดีขึ้น

ใช้สกินแคร์แรงเกินไป ผิวอาจพังมากกว่าสิวหาย

หนึ่งในพฤติกรรมที่คนกำลังรักษาสิวทำบ่อยมากคือเร่งผลัดผิวจนเกินพอดี เช่น ใช้ AHA, BHA, Retinoid และ Benzoyl Peroxide พร้อมกันในช่วงเดียว เพราะคิดว่ายิ่งใช้หลายตัวสิวจะยุบเร็วขึ้น แต่จริง ๆ แล้ว ส่วนผสมเหล่านี้มีโอกาสทำให้ผิวระคายเคืองได้ โดยเฉพาะถ้าเริ่มใช้พร้อมกันหรือใช้ในความเข้มข้นที่สูง เกินไป

สัญญาณที่เริ่มเจอได้บ่อยคือผิวแสบง่าย หน้าแดง ลอกเป็นขุย รู้สึกคัน หรือผิวไวต่อแดดมากขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่ได้แปลว่ากำลังดันสิวเสมอไป แต่อาจเป็นสัญญาณว่าผิวกำลังอ่อนแอ จากการ ระคายเคืองสะสม

สิวบางประเภทไม่ได้เหมาะกับการรักษาแบบเดียวกัน

สิวไม่ได้มีแค่ประเภทเดียว และนี่คือเหตุผลว่าทำไมบางคนรักษาสิวตามรีวิวแล้วไม่ได้ผล เพราะสิวแต่ละ ประเภทมีสาเหตุและแนวทางดูแลต่างกัน

อย่างสิวอุดตัน (comedones) มักเกี่ยวข้องกับการสะสมของน้ำมันและเซลล์ผิวในรูขุมขน การดูแลจึงอาจ เน้นเรื่องการผลัดเซลล์ผิวอย่างเหมาะสม หรือใช้กลุ่ม Retinoid และ BHA ภายใต้การดูแลที่เหมาะกับ สภาพผิว

ในขณะที่สิวอักเสบ (inflammatory acne) จะมีเรื่องการอักเสบและแบคทีเรียเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น บางกรณีอาจต้องใช้ยาลดการอักเสบหรือยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ซึ่งควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ ผิวหนัง โดยเฉพาะถ้าเป็นสิวอักเสบเรื้อรังหรือมีแนวโน้มเกิดหลุมสิว

Skin Barrier พัง จุดเริ่มต้นของผิวระคายเคืองและสิวซ้ำ

ช่วงหลัง ๆ หลายคนเริ่มได้ยินคำว่า skin barrier กันมากขึ้น ซึ่งจริง ๆ แล้วสิ่งนี้สำคัญกับการรักษาสิว มากกว่าที่คิด เพราะ skin barrier หรือเกราะป้องกันผิว มีหน้าที่ช่วยรักษาสมดุลผิว ลดการสูญเสียน้ำ และป้องกันสิ่งระคายเคืองจากภายนอก เวลาที่ผิวโดนกระตุ้นหนักเกินไป ไม่ว่าจะจากการใช้กรดผลัดผิว แรง ๆ ล้างหน้าบ่อย ใช้โฟมที่ทำให้ผิวแห้งตึง หรือทดลองสกินแคร์ใหม่ตลอดเวลา skin barrier อาจเริ่ม อ่อนแอลง ทำให้ผิวไวต่อการระคายเคืองมากขึ้น และในบางคนก็อาจเกิดสิวซ้ำง่ายกว่าเดิมด้วยค่ะ

ถ้าอยากรักษาสิวให้เห็นผล ต้องเริ่มจากรูทีนก่อน

Morning Routine สำหรับคนเป็นสิว ควรมีอะไรบ้าง รูทีนตอนเช้าของคนเป็นสิวไม่จำเป็นต้องลงเยอะ หลักสำคัญคือลดความมันส่วนเกินโดยไม่ทำให้ผิวแห้งและช่วยปกป้องผิวจากมลภาวะระหว่างวันมากกว่า

เริ่มจากคลีนเซอร์อ่อนโยนที่ไม่ทำให้ผิวตึง ตามด้วยมอยส์เจอไรเซอร์เนื้อบางเบาเพื่อช่วยรักษาสมดุลผิว และปิดท้ายด้วยกันแดดที่เหมาะกับผิวเป็นสิวง่าย เช่น สูตร non-comedogenic หรือ oil-free เพื่อลด การอุดตัน

ส่วนคนที่กำลังรักษาสิวด้วย active อย่าง Benzoyl Peroxide หรือ Retinoid อยู่แล้ว ช่วงเช้าอาจไม่จำเป็น ต้องลง active ซ้ำหลายตัว เพราะการลงสกินแคร์เยอะเกินไปอาจทำให้ผิวเหนื่อยล้า และระคายเคืองสะสม ได้เหมือนกัน

Night Routine ลดโอกาสอุดตันระหว่างนอน

Night Routine เป็นช่วงที่หลายคนจัดเต็ม skincare มากที่สุด แต่สำหรับคนกำลังรักษาสิวแนะนำให้ลง น้อย ๆ จะเวิร์กกว่าการ layering หลายขั้นตอน

สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการทำความสะอาดผิวให้เหมาะสม โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้าหรือทากันแดด ระหว่างวัน ควรใช้ cleansing ก่อนล้างหน้าเพื่อช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรก ความมัน และมลภาวะที่ อาจอุดตันรูขุมขนได้

หลังจากนั้นค่อยเลือก active ตามปัญหาผิว เช่น BHA สำหรับคนที่มีสิวอุดตัน หรือ Retinoid สำหรับช่วย เรื่องการผลัดเซลล์ผิว แต่ไม่จำเป็นต้องใช้ทุกคืนพร้อมกันทั้งหมด โดยเฉพาะถ้าผิวยังไม่แข็งแรงพอ

รักษาสิวอักเสบยังไง โดยไม่ทำให้ผิวแห้งลอกกว่าเดิม

วิธีแต้มสิวไม่ให้ผิวไหม้หรือแสบ

หนึ่งในสาเหตุที่คนรักษาสิวแล้วผิวพังคือแต้มยาเยอะเกินจำเป็น หลายคนคิดว่ายิ่งโบกหนาสิวยิ่งยุบเร็ว แต่จริง ๆ แล้วผลิตภัณฑ์แต้มสิวหลายตัว โดยเฉพาะกลุ่ม Benzoyl Peroxide หรือกรดผลัดผิว มีโอกาส ทำให้ผิวแห้ง ลอก หรือระคายเคืองได้ ถ้าใช้มากเกินไปหรือแต้มผิดจุด แนะนำให้แต้มเฉพาะบริเวณที่เป็น สิวจริง ๆ ใช้ในปริมาณบาง ๆ และเริ่มจากความถี่ที่ผิวรับไหวก่อน เช่น วันเว้นวัน หรือเฉพาะช่วงกลางคืน โดยเฉพาะในคนที่เพิ่งเริ่มรักษาสิวหรือมีผิวแพ้ง่าย

ประคบเย็น ช่วยลดบวมได้จริงไหม

การประคบเย็นเป็นวิธีที่หลายคนใช้เวลาสิวอักเสบบวมแดง ซึ่งความเย็นสามารถช่วยให้หลอดเลือดหดตัว ชั่วคราว เลยอาจช่วยลดอาการบวม รู้สึกตึง หรือความแดงบางส่วนได้ โดยเฉพาะช่วงที่สิวกำลังอักเสบใหม่ ๆ หรือมีอาการเจ็บร่วมด้วย

วิธีที่แนะนำคือใช้ผ้าสะอาดห่อน้ำแข็งหรือ cold pack แล้วประคบเบา ๆ ประมาณ 5-10 นาที ไม่ควรวาง น้ำแข็งลงบนผิวโดยตรง เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองหรือเกิด ice burn ได้

แผ่นแปะสิวควรใช้ตอนไหน

แผ่นแปะสิวกลายเป็นไอเทมสำคัญของหลายคนไปแล้วค่ะ เพราะใช้ง่าย พกสะดวก และช่วยลดโอกาสที่จะ เผลอแกะสิวระหว่างวันได้ดี โดยเฉพาะแผ่นแบบ hydrocolloid ที่ช่วยดูดซับของเหลวจากสิวและช่วยให้ แผลดูแห้งขึ้น

เมื่อไหร่ที่ควรเริ่มรักษาสิวกับหมอผิวหนัง

เดี๋ยวนี้ข้อมูลเรื่องรักษาสิวหาได้ง่ายมาก ทั้งรีวิว skincare routine, before-after ในโซเชียล หรือคลิปแชร์ ประสบการณ์จากคนที่เคยเป็นสิว ทำให้หลายคนเริ่มดูแลผิวเองได้มากขึ้น ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีนะคะ เพราะสิวบางประเภทสามารถค่อย ๆ รักษาได้ด้วยการปรับ routine และเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับผิว

แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีหลายคนที่วนอยู่กับการลองสกินแคร์ไปเรื่อย ๆ เปลี่ยนยารักษาสิวตลอด หรือรักษาเอง มาหลายเดือนแล้วสิวก็ยังขึ้นซ้ำ จนสุดท้ายเริ่มมีทั้งรอยแดง รอยดำ หรือหลุมสิวตามมา ซึ่งช่วงแบบนี้ การพบแพทย์ผิวหนังอาจช่วยให้การรักษาสิวเป็นระบบมากขึ้น และลดโอกาสที่ผิวจะระคายเคืองสะสม จากการลองผิดลองถูกค่ะ

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...